บทที่ 2: ยิ่งเธอทรมานฉันยิ่งมีความสุข (NC 25+++)

1536 Words
“อึก... แต่มันนานแล้ว มาร์กลัว... ให้มาร์เตรียมตัวก่อน... อื้อ” คำอ้อนวอนถูกกลืนหายไปเมื่อโดมินิคบดจูบลงมาอย่างหนักหน่วง ไร้ซึ่งความปรานีไม่มีการเล้าโลมใดๆ มาเฟียร้ายผู้หิวกระหายไม่คิดจะรอช้า สะโพกสอบขยับกดดันความยิ่งใหญ่แทรกซึมเข้าสู่ความอ่อนนุ่มที่ปิดสนิทรวดเดียวจนสุดความยาว “กรี๊ดดดด! คุณดอม! มาร์เจ็บ! เอาออกไป ฮืออออ!” ลาริมาร์หวีดร้องสุดเสียง ร่างกายอวบอิ่มเกร็งสะท้านแอ่นโค้งขึ้น ความเจ็บปวดแสนสาหัสแล่นพล่านจากจุดกึ่งกลางลำตัวริ้วขึ้นไปถึงสมอง ราวกับร่างกายกำลังถูกฉีกกระชากออกเป็นสองซีก ความคับแน่นที่ห่างหายจากการสอดใส่มานานถึงหนึ่งปีเต็มต่อต้านและบีบรัดสิ่งแปลกปลอมอย่างรุนแรงจนหยาดน้ำตาเม็ดโตร่วงเผาะ เล็บสวยจิกลงบนลาดไหล่กว้างและแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยรอยสักจนเลือดซิบเพื่อระบายความเจ็บปวดที่แทบจะทำให้เธอขาดใจ “อ๊าก... ฉิบหายเอ๊ย!” โดมินิคสบถลั่นขบกรามแน่นจนสันกรามปูดนูน ร่างสูงใหญ่เกร็งไปทั้งตัวเมื่อถูกผนังเนื้อนุ่มบีบรัดอย่างหนักหน่วงจนเขาก็ปวดร้าวแทบคลั่ง ความคับแน่นที่ไม่เคยถูกใครล่วงล้ำทำเอามาเฟียหนุ่มแทบสูญเสียการควบคุม “หยุดดิ้น... อ่าส์... ลาริมาร์ ฉันบอกให้หยุดดิ้น! เธอจะรัดฉันให้ขาดใจตายหรือไง!” เขาตวาดเสียงพร่าหอบหายใจหนักหน่วงจนหน้าอกแกร่งสะท้อนขึ้นลง “ฮือออ... ก็มาร์เจ็บ คุณดอมใจร้ายเอาออกไปนะคะ มาร์ขอร้อง...” หญิงสาวสะอื้นไห้ส่ายหน้าไปมาอย่างน่าสงสาร ร่างกายสั่นเทาเหมือนลูกนกตกน้ำ โดมินิคก้มลงมองใบหน้าหวานที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา แม้จะหงุดหงิดที่ถูกต่อต้าน แต่ลึกๆ ในใจมาเฟียจอมเผด็จการกลับรู้สึกพึงพอใจ... กับความคับแน่นนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ชั้นดีว่าตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ไม่มีไอ้หน้าโง่ตัวไหนได้ลิ้มรสความหอมหวานของเธอ ร่างกายนี้ยังคงบริสุทธิ์และมีแค่เขาคนเดีวที่สัมผัสได้ “ชู่ว... เด็กโง่ ใครจะยอมปล่อยให้เธอตายกัน” น้ำเสียงที่เคยเกรี้ยวกราดอ่อนลงเพียงเสี้ยววินาที ฝ่ามือหนาเลื่อนขึ้นไปเกลี่ยซับน้ำตาที่หางตาให้อย่างแผ่วเบา ผิดกับท่อนล่างที่ยังคงฝังลึกและขยายตัวตอกย้ำความเป็นเจ้าของ มาเฟียร้ายกดจูบลงบนหน้าผากมน ก่อนเลื่อนลงมาคลอเคลียที่พวงแก้มและริมฝีปากบาง สอดแทรกเรียวลิ้นเข้าไปเกี่ยวกระหวัดเพื่อดึงความสนใจจากความเจ็บปวด มือใหญ่ข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นมากอบกุมทรวงอกอวบอิ่ม บีบเคล้นนวดคลึงอย่างหนักมือสลับกับใช้ปลายนิ้วสะกิดยอดปทุมถันสีหวานที่แข็งเป็นไต สัมผัสที่คุ้นเคยเริ่มกระตุ้นสัญชาตญาณดิบในกายสาวให้ตื่นตัว อุณหภูมิร่างกายที่สอดประสานกันร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ จนเหงื่อชื้นเริ่มผุดพรายตามกรอบหน้า เมื่อรับรู้ว่าผนังเนื้อนุ่มที่บีบรัดเริ่มคลายตัวลงและเปลี่ยนเป็นความชื้นแฉะที่พร้อมโอนอ่อน โดมินิคไม่รอช้าสะโพกสอบเริ่มขยับถอยร่นออกมาช้าๆ ก่อนจะกระแทกกระทั้นกลับเข้าไปใหม่ด้วยน้ำหนักที่หนักหน่วงและลึกล้ำยิ่งกว่าเดิม ปึก! ปึก! “อ๊ะ! คุณดอม... อ๊า...” ลาริมาร์หลุดเสียงครางกระเส่า เสียงเนื้อกระทบกันดังก้องสะท้อนไปทั่วห้อง คลอเคล้าไปกับเสียงหอบหายใจและเสียงเตียงเอี๊ยดอ๊าดตามจังหวะความเร่าร้อน “อืม... รัดแน่นขนาดนี้ เสียวหัวฉิบหาย...” มาเฟียร้ายครางต่ำในลำคออย่างพึงพอใจ นัยน์ตาคมกริบจดจ้องใบหน้าหวานที่กำลังหลับตาพริ้ม เชิดหน้าขึ้นสูดลมหายใจเข้าลึกเมื่อความวาบหวามโจมตี ยิ่งเห็นเธอตอบรับเขาก็ยิ่งได้ใจแล้วเร่งจังหวะการสอดใส่ให้รัวเร็วและดุดันขึ้น เขากระหน่ำตอกอัดความเป็นชายเข้าใส่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เน้นย้ำทุกความลึกล้ำจนหญิงสาวจุกเสียดไปถึงท้องน้อย “ฮื่อออ... บะ... เบาหน่อยค่ะ มาร์จุก อ๊ะ! มันลึกไป...” สองมือเล็กยกขึ้นดันหน้าท้องแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม หวังจะลดทอนแรงกระแทกที่สาดซัดเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง “หึ...ยิ่งเธอทรมานฉันยิ่งมีความสุขลาริมาร์!” มาเฟียหนุ่มตุกยิ้มร้าย ไม่เพียงแต่ไม่ผ่อนแรงยังรวบมือทั้งสองข้างเธอขึ้นเหนือศีรษะอีกครั้ง แล้วโน้มตัวลงไปดูดเม้มยอดอกอวบที่สั่นกระเพื่อมตามแรงอารมณ์ “คุณดอม... มาร์... มาร์ไม่ไหวแล้ว อ๊า! จะ... จะขาดใจแล้ว ฮือออ” ร่างอวบอิ่มดิ้นเร่าๆ ปลายเท้าจิกเกร็งความรู้สึกอัดอั้นตีตื้นขึ้นมาจนถึงขีดสุด โดมินิครับรู้ได้ถึงผนังอุ่นร้อนที่ตอดรัดแก่นกายเขาถี่รัว ชายหนุ่มขบกรามแน่น เร่งจังหวะบดขยี้ในโค้งสุดท้ายอย่างเอาเป็นเอาตาย เสียงครางแหบพร่าดังก้องประสานกัน ก่อนที่ลาริมาร์จะหวีดร้องสุดเสียง ร่างกายกระตุกเกร็งปลดปล่อยหยาดน้ำหวานออกมาอาบชโลมความยิ่งใหญ่ของเขาจนชุ่มฉ่ำ “อ๊าก... ลาริมาร์! ซี้ดดดด” คำรามลั่นกระแทกกระทั้นกายเข้าใส่เป็นครั้งสุดท้ายอย่างแนบแน่นที่สุด ก่อนปลดปล่อยสายธารความสุขสมอันร้อนระอุฉีดพ่นเข้าไปในตัวเธอทุกหยาดหยด ความร้อนผ่าวที่คุ้นเคยไหลวนอยู่ภายในร่างกาย เติมเต็มช่องว่างตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาจนล้นทะลัก ชายหนุ่มทิ้งตัวลงทาบทับร่างอวบอิ่มที่หอบจนตัวโยน ซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นที่ชื้นเหงื่อฟังเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นรัวประสานกันอย่างบ้าคลั่ง... ทว่าได้พักหายใจเพียงไม่กี่อึดใจ ลมหายใจที่ยังไม่ทันปรับให้เป็นปกติของลาริมาร์ต้องสะดุดกึก เมื่อส่วนลึกที่ยังคงแช่ค้างอยู่ภายในไม่ได้อ่อนตัวลงแม้แต่น้อย ซ้ำยังขยายใหญ่เริ่มขยับเขยื้อนตอกอัดเข้ามาใหม่อีกครั้งอย่างไร้ความปรานี “อึก... คุณดอม มาร์... มาร์ไม่ไหวแล้ว” มือเล็กพยายามผลักแผ่นอกแกร่งที่เต็มไปด้วยเหงื่อชื้น เขาไม่สนใจกลับรวบข้อมือเธอไว้ด้วยมือเดียวแล้วกดตรึงลงกับที่นอน “คิดว่าน้ำเดียวจะชดเชยความอยากตลอดหนึ่งปีของฉันได้หรือไง ลาริมาร์” นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มที่ทอดมองลงมาเต็มไปด้วยความหิวกระหายและดิบเถื่อนอย่างปิดไม่มิด มุมปากหยักกระตุกยิ้มร้ายกาจ “นี่มันแค่เริ่มต้น... ฉันจะเอาให้เธอจำฝังใจ ว่าร่างกายนี้ไม่มีสิทธิ์ไปเรียกร้องหาใครนอกจากฉัน!” สิ้นคำรามก็เริ่มโหมกระหน่ำพายุอารมณ์ระลอกที่สองเข้าใส่ ร่างกายอวบอิ่มสั่นคลอนไปตามแรงกระแทกกระทั้นที่หนักหน่วงรุนแรงยิ่งกว่าเดิม ความเจ็บปวดที่เพิ่งทุเลาถูกแทนที่ด้วยความจุกเสียดและร้อนระอุ สัมผัสป่าเถื่อนราวกับจะสูบเอาวิญญาณเธอออกจากร่าง เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดไม่อาจรู้ได้ จากรอบที่สอง... ล่วงเลยเข้าสู่รอบที่สาม... และรอบที่สี่ ทุกการสอดประสานเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง โดมินิคไม่เปิดโอกาสให้เธอได้พักหายใจ เขาพลิกจับเรือนร่างสะบักสะบอมให้เปลี่ยนท่วงท่าตามอำเภอใจ “อย่าหลับตา!” เสียงทุ้มตวาดกร้าวฝ่ามือหนาบีบปลายคางมนให้แหงนหน้าขึ้นรับจุมพิตที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดจากการขบกัด “มองหน้าฉัน! มองคนที่กำลังตอกย้ำความเป็นผัวของเธอ... มองให้เต็มตาว่าใครที่กำลังครอบครองเธออยู่ตอนนี้!” “มาร์... มาร์ไม่ไหว... พอเถอะค่ะ...” ดวงตากลมโตเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัวสติสัมปชัญญะที่มีค่อยๆ หลุดลอยไปทีละน้อย ร่างกายหนักอึ้งไร้เรี่ยวแรงจนแทบจะขยับปลายนิ้วไม่ไหว “มีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน!” เขาโน้มหน้าลงมากระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงนั้นเย็นชาแฝงไปด้วยความคลั่งไคล้ที่น่ากลัว “ร่างกายนี้เป็นของฉัน ฉันจะทำลายหรือสร้างมันขึ้นมาใหม่ เธอก็ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ!” การตอกอัดทวีความดุดันขึ้นจนเตียงสั่นคลอน ลาริมาร์รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมดิ่งลงสู่ก้นมหาสมุทรที่มืดมิด ความวาบหวามและความเจ็บปวดตีรวนจนสมองขาวลมหายใจเริ่มขาดห้วง อากาศรอบกายคล้ายจะถูกสูบออกไปจนหมด “ลาริมาร์! ตอบสนองฉัน!” โดมินิคสบถอย่างหัวเสียเมื่อรับรู้ว่าการตอดรัดของคนใต้ร่างเริ่มอ่อนแรงลง “ฉันบอกให้ตื่น! ฉันยังไม่เสร็จ เธอไม่มีสิทธิ์...” เสียงของเขาค่อยๆ ไกลออกไป... ไกลออกไป... ภาพใบหน้าหล่อเหลาที่เกรี้ยวกราดเต็มไปด้วยเหงื่อคือสิ่งสุดท้ายที่ลาริมาร์เห็น ก่อนที่เปลือกตาอันหนักอึ้งจะปิดลง สติสัมปชัญญะดับวูบร่างกายที่ถูกใช้งานอย่างหนักทนรับความป่าเถื่อนไม่ไหวอีกต่อไป หญิงสาวตัวอ่อนปวกเปียกสลบไสลไปทั้งที่มาเฟียร้ายยังคงฝังตัวตนอยู่ภายในกายสาว... ทิ้งให้มาเฟียจอมเผด็จการสบถลั่นด้วยความขัดใจที่อารมณ์ค้างเติ่ง...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD