ตอนที่ 2 สายเลือดที่ถูกปฏิเสธ

1446 Words
ณ โรงพยาบาลเล็กๆ ในย่านเมืองเก่าของกรุงโรม สถานที่ที่อวลไปด้วยกลิ่นอายประวัติศาสตร์และความขลัง ทว่าค่ำคืนนี้กลับถูกปกคลุมด้วยความมืดมิดและพายุฝนที่โหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง ราวกับสรวงสวรรค์กำลังสั่นคลอน “หายใจช้าๆ ค่ะคุณแม่...รวบรวมแรงไว้ แล้วเบ่งนะคะ!” เสียงนางพยาบาลตะโกนแข่งกับเสียงลมพัดอื้ออึงภายนอก “อึก! อื้ออออออ!” ณดา กำผ้าปูเตียงจนเส้นเลือดปูดโปน ใบหน้าซีดเซียวเต็มไปด้วยเหงื่อและน้ำตา “หัวเด็กโผล่ออกมาแล้วค่ะ! อีกนิดเดียวค่ะคุณแม่ เบ่งอีก!” “อื้อออออออ! อ๊ายยยยยยยย!” เสียงกรีดร้องสุดท้ายแผ่วหายไปพร้อมกับเรี่ยวแรงที่ดับวูบ ร่างของณดากระตุกค้างก่อนที่จะทิ้งตัวลงกับเตียงอย่างหมดสภาพ เปลือกตาของเธอปิดสนิทลงท่ามกลางความตื่นตระหนกของทีมแพทย์ “คุณหมอคะ! คนไข้หมดสติไปแล้วค่ะ!” เสียงพยาบาลอุทานด้วยความตกใจเมื่อสัญญาณชีพเริ่มปั่นป่วน “ใส่ท่อช่วยหายใจด่วน! เตรียมเครื่องดูดสุญญากาศ เราต้องเอาเด็กออกมาเดี๋ยวนี้...เราจะเสียเด็กไปไม่ได้!” เสียงสั่งการของหมอดังประสานกับความวุ่นวายในห้องคลอด เปรี้ยง!!! ทันใดนั้นเองสายฟ้าฟาดขนาดมหึมาก็ผ่าลงมายังพื้นที่ข้างโรงพยาบาลจนแผ่นดินสะเทือน แสงสว่างจ้าสาดพุ่งเข้ามาในห้องชั่วพริบตา ตามด้วยเสียงกัมปนาทที่คำรามกึกก้องไปทั่วทั้งกรุงโรม ฝนข้างนอกยิ่งกระหน่ำหนักราวกับฟากฟ้ากำลังพิโรธในการมาถึงของบางสิ่ง “ออกมาแล้วค่ะคุณหมอ!” สิ้นเสียงพยาบาล ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่เสียงร้องไห้จ้าของทารกจะดังแผ่วแทรกเสียงฝนออกมา อุแว้! อุแว้!! “ปลอดภัยแล้วนะเจ้าหนู...” คุณหมอถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก “เด็กผู้ชายค่ะ...เวลาคลอด 00.00 น. เที่ยงคืนตรงเป๊ะ สุขภาพแข็งแรงดีมากค่ะ” พยาบาลรายงานพลางสำรวจร่างน้อยในอ้อมแขน ก่อนจะชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นบางอย่าง “คุณหมอคะ...เด็กมีปานแดงรูปวงกลมที่ต้นคอด้านหลังด้วยค่ะ” คุณหมอก้มลงมองรอยตำหนิสีแดงสดที่เด่นชัดอยู่บนผิวเนื้ออ่อนละมุน ท่ามกลางบรรยากาศอาเพศข้างนอกที่ยังไม่สงบลง เขาพึมพำออกมาเบาๆ ราวกับต้องมนต์ “เทพเจ้าสรรสร้างจริงๆ...เด็กคนนี้ไม่ได้มาเพื่อเป็นแค่คนธรรมดา” รอยยิ้มแห่งความปิติปรากฏขึ้นบนใบหน้าของทีมแพทย์ ท่ามกลางความโล่งใจที่การต่อสู้กับมัจจุราชตลอดหนึ่งชั่วโมงสิ้นสุดลง โดยที่พวกเขาไม่อาจรู้ได้เลยว่าในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าอันใกล้นี้ เด็กคนนี้จะเป็นหรือตาย ที่ห้องพักฟื้นผู้ป่วย “ดูสิครับพ่อ...เขาคลอดแล้ว เป็นหลานชายด้วยครับ!” ณดล พี่ชายคนโตเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือจากความตื่นเต้น มือที่อุ้มทารกน้อยสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความตื้นตัน “เราได้ทายาทสืบสกุล ‘อิสรพงศ์ไพศาล’ แล้วนะครับ” “หน้าตาน่าเอ็นดูมากครับพ่อ โตไปต้องเก่งเหมือนพวกเราแน่ๆ” ณดินทร์ พี่ชายคนรองพูดเสริมด้วยรอยยิ้ม แต่ท่ามกลางความยินดีของลูกชายทั้งสอง ตรีภพ ผู้เป็นประมุขของตระกูลกลับยืนนิ่งประดุจรูปปั้นน้ำแข็ง แววตาคมกริบที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชนจ้องมองไปยังทารกแดงๆ ในอ้อมแขนลูกชายด้วยสายตาว่างเปล่า “ไอ้มารหัวขนคนนี้...มันไม่ใช่สายเลือดของอิสรพงศ์ไพศาล” น้ำเสียงนั้นนิ่งเรียบ ทรงพลัง และไร้เยื่อใยเสียจนคนฟังรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ “พ่อ...!” “โธ่ พ่อครับ ทำไมพูดแบบนั้น” ตรีภพไม่ตอบ เขาเพียงยกมือขึ้นปรามก่อนจะเดินไปหยุดอยู่หน้าต่างบานสูง สายตาจ้องมองออกไปข้างนอกที่ฝนกำลังกระหน่ำตกอย่างบ้าคลั่ง เสียงสายฟ้าฟาดกังวานกึกก้องสะท้อนเข้ามาในห้องพักราวกับเสียงหัวเราะของมัจจุราช “พวกแกเห็นนั่นไหม...แม้แต่ฟ้าก็ยังพิโรธที่เด็กนี่มันเกิดมา” ตรีภพเอ่ยโดยไม่สะทกสะท้าน แสงจากสายฟ้าสะท้อนผ่านเลนส์แว่นตาของเขา เผยให้เห็นดวงตาและแววตาคู่นั้นที่มันเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ “แต่เขาเป็นหลานชายเพียงคนเดียวของเรานะครับพ่อ” ณดลพยายามอ้อนวอน “ทายาทในอนาคตจะมีอีกกี่คนก็ได้...แต่นี่มันก็แค่ลูกของพวกมาเฟียชั้นต่ำที่ฉันไม่ยอมรับ!” ตรีภพย้ำคำรามยืนหันหลัง มือทั้งสองข้างล้วงกระเป๋ากางเกงในท่าทางที่เด็ดขาดจนไม่มีใครกล้าแย้ง “พ่อครับ...อย่างน้อยก็ขอให้ยัยดาได้เห็นหน้าลูกก่อนเถอะ ถือว่าผมขอร้อง” “ผมก็ขอร้องเหมือนกันครับพ่อ ให้เวลาพวกเขาหน่อย” ความเงียบปกคลุมห้องอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่เสียงต่ำจะรอดไรฟันออกมา “อืม” ภายในห้องพักฟื้น 2 ชั่วโมงต่อมา ณดาค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างเหนื่อยล้าจากการทำคลอด ภาพแรกที่เธอเห็นคือณดลที่ยืนอุ้มห่อผ้าสีขาวอยู่ข้างเตียง “พี่ณดล...!” เธออุทานอย่างตกใจ “พวกพี่มาได้ยังไงคะ แล้ว...พ่อล่ะคะ ท่านมาด้วยหรือเปล่า?” “ฟื้นแล้วเหรอยัยดา ดูสิ...หลานชายพี่นอนหลับปุ๋ยเลย” ณดลพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ “พ่อมา...แต่ณดินทร์พากลับไปพักที่โรงแรมแล้ว ดูลูกชายน้องสิ จมูกโด่ง หน้าตาจิ้มลิ้ม โตขึ้นต้องหล่อเหมือนพี่แน่ๆ” ณดายิ้มออกมาทั้งน้ำตา เธอรับลูกมาแนบอก ความอบอุ่นจากร่างเล็กๆ ทำให้ความเหนื่อยล้ามลายหายไป “เขาหล่อเหมือนพ่อของเขาไม่มีผิดเพี้ยนเลยค่ะพี่ดล...” “ยัยดา...น้องไม่ต้องร้องนะ พี่อยู่ตรงนี้” ณดลลูบหัวน้องสาวด้วยความเวทนา ใจของเขาสั่นไหวเพราะรู้ดีว่าพายุใหญ่กำลังจะตามมา เขาไม่รู้เลยว่าพ่อจะจัดการกับทารกที่เขาตราหน้าว่าเป็น ‘มารหัวขน’ อย่างไร แต่ในฐานะพี่ชาย เขาและณดินทร์เตรียมแผนลับไว้หมดแล้ว หากพ่อใจร้ายถึงขั้นเอาเด็กไปทิ้งสถานสงเคราะห์ พวกเขาก็พร้อมจะอุปการะหลานอย่างลับๆ จะจ้างคนดูแลให้ดีที่สุด จนกว่าจะถึงวันที่เด็กคนนี้เติบโตพอจะพิสูจน์ตัวเอง หรือจนกว่าหัวใจที่เหมือนหินผาของคุณตาจะยอมเปิดรับ...แต่พวกเขาไม่มีวันรู้เลยว่าแผนการของตรีภพนั้น มันจะโหดเหี้ยมกว่าที่ใครจะคาดคิดไว้หลายเท่าตัว “ลีโอ...ลูกชายของแม่” ณดาพึมพำชื่อนั้นแผ่วเบา ราวกับจะสลักมันลงในส่วนลึกของหัวใจ ความตื้นตันเอ่อล้นจนหน้าอกกระเพื่อมไหว สายตาที่ทอดมองทารกน้อยเต็มไปด้วยความรักที่บริสุทธิ์และแรงกล้า เธอเอื้อมมือที่สั่นเทาไปหยิบของสำคัญที่ซ่อนไว้ในกระเป๋าหนังสีดำขึ้นมา มันคือ สร้อยล็อกเกตสีเงิน ที่ดูเคร่งขรึมทว่าทรงพลัง “สร้อยเส้นนี้...คือของต่างหน้าชิ้นเดียวที่พ่อของหนูทิ้งไว้ให้แม่” เธอสะอื้นฮัก พยายามประคองสติขณะคล้องล็อกเกตเข้ากับ แหวนวงเล็ก ของเธอเองที่เป็นตัวแทนของสายเลือด ‘อิสระพงศ์ไพศาล’ ของผู้เป็นแม่ “เห็นไหมลูก...พ่อลูคัสอยู่ตรงนี้ อยู่เคียงข้างลูกเสมอ และแหวนวงนี้คือตัวแทนของแม่ที่คล้องกันไว้ด้วยความรักของเรา” “ลีโอคงรับรู้ได้นะยัยดาว่าแกรักเขามากเพียงใด แต่พี่เอ่อ !!” “มีอะไรก็พูดมาเถอะพี่ดล ” “พี่มีลางสังหรณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่” ณดลพูดพร้อมกับเม้มริมฝีปากด้วยท่าทีที่อึดอัดจนบอกไม่ถูก ”ฉันพอจะเข้าใจแล้วละคะ ” ”ยัยดา พี่!!” “พอเถอะคะพี่ดล หนูรู้ว่าพ่อคงไม่ปล่อยหนูไว้แน่ ลีโอครับพ่อลูคัสกับแม่รักหนูมากที่สุดนะลูก” ณดาเธอก้มลงจูบที่หน้าผากมนของทารกน้อย หยดน้ำตาอุ่นๆ ไหลอาบแก้มตกกระทบลงบนผ้าห่มผืนบาง “พ่อกับแม่จะอยู่ตรงนี้...ในใจของลูกเสมอ ลีโอลูกรักของแม่” ณดายิ้มออกมาทั้งน้ำตา เป็นรอยยิ้มที่งดงามที่สุดเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะแสดงออกมาได้ แม้ในใจจะเริ่มรู้สึกถึงลางร้ายที่กำลังคืบคลานเข้ามาในไม่ช้า ณดาเธอไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าการกอดครั้งนี้อาจเป็นครั้งสุดท้าย และสิ่งของที่เธอคล้องไว้ด้วยความรักชิ้นนี้...มันอาจจะกลายเป็นกุญแจเพียงดอกเดียวที่ชี้ชะตาชีวิตของลูกชายเธอในอนาคต
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD