ที่โรงพยาบาล
เช้าวันใหม่หลังจากที่พายุสงบลงแทนที่จะเป็นวันที่เต็มไปด้วยแสงตะวันแห่งความหวังแต่
ตรีภพประมุขของอิสระพงศ์ไพศาลกลับก้าวเท้าเข้ามาในห้องพักฟื้นประดุจเงาทมิฬร้ายเขาปรายตามองลูกสาวนอกคอกที่กล้าขัดคำสั่งด้วยสายตาที่เย็นชา
“พ่อ!!”
ณดาอุทานเสียงหลง ร่างกายที่ซีดเซียวอยู่แล้วยิ่งสั่นเทาเมื่อเห็นประมุขแห่งอิสรพงศ์ไพศาลเดินเข้ามาพร้อมกับณดินทร์พี่ชายคนรอง
“ยัยดา...น้องเป็นยังไงบ้าง ยังเจ็บอยู่ไหม เหนื่อยหรือเปล่า?”
ณดินทร์ปราดเข้าไปหาน้องสาวด้วยความห่วงใย แววตาของเขาเต็มไปด้วยความกังวลเมื่อเห็นใบหน้าที่ซีดเผือดไร้สีเลือดของเธอ
“พี่ดิน...ดาไม่เจ็บเท่าไหร่ค่ะ”
เธอตอบเสียงแผ่ว แต่สายตายังคงจับจ้องไปที่ชายผู้เป็นพ่อ
“ถ้าไม่เจ็บแล้วก็ดี...งั้นก็เตรียมตัวกลับประเทศไทยพรุ่งนี้เลย ฉันหาคู่ที่คู่ควรไว้ให้แกแล้ว”
คำสั่งนิ่งเรียบนั้นเหมือนสายฟ้าฟาดลงมาที่กลางใจของณดา
“พ่อคะ! ดาก็เพิ่งจะคลอดลูกเองนะคะ...”
“ไอ้มารหัวขนนั่นมันไม่ใช่สายเลือดของอิสรพงศ์ไพศาล! และฉันก็จะไม่มีวันยอมรับมันเด็ดขาด!”
ตรีภพตวาดกร้าว
“พ่อ!! แต่เขาคือลูกของดา และเขาก็เป็นหลานของพ่อนะคะ!”
ณดาเถียงกลับผู้เป็นพ่อทั้งน้ำตา
“ถ้าแกยังกล้าพูดย้ำคำว่าหลานกับฉันอีกเพียงคำเดียว...ฉันจะสั่งฆ่ามันทิ้งซะเดี๋ยวนี้!”
“พ่อ!!”
ทั้งณดา ณดล และณดินทร์ อุทานออกมาพร้อมกันด้วยความตระหนก เพราะตรีภพพ่อของพวกเขาไม่ได้แค่ขู่ แววตาของเขาบ่งบอกว่าเขาสามารถทำได้จริงโดยไม่กระพริบตา
“พ่อครับ ใจเย็นๆก่อน...”
ณดินทร์พยายามอ้อนวอนช่วยน้องสาว
“ฉันพูดจริง...พวกแกก็รู้ว่าฉันทำได้ ถ้ายังอยากให้ไอ้เด็กนี่มันมีลมหายใจอยู่ละก็...ทำตามที่ฉันสั่งสะ!”
“ฮือๆๆ..พ่อคะ ดายอมแล้ว ดายอมทุกอย่างแล้วคะ อย่าทำอะไรลูกของดาเลย...”
ณดาสะอื้นจนตัวโยน ยอมสยบต่ออำนาจมืดเพื่อรักษาชีวิตดวงใจของเธอไว้
ช่วงเย็นวันนั้น...ณดากอดลีโอไว้แนบอกแน่นจนแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน เธอพรมจูบไปทั่วใบหน้าทารกน้อย
“ลีโอ...แม่จะพาหนูไปอยู่กับแม่นะลูก เราจะได้ไม่ห่างกัน...”
“ใครบอกว่าฉันจะพามันไปด้วย?”
เสียงอันน่าเกรงขามของตรีภพดังขึ้นที่หน้าประตูชัดเจน ณดาชะงักกึก
“พ่อหมายความว่าไงคะ...ทำไมหนูจะพาลูกไปด้วยไม่ได้!”
“หึ...ก็หมายความว่าฉันจะให้คนมาเฝ้ามันไว้ที่นี่ จนกว่าแกจะเหยียบแผ่นดินไทยอย่างยังไงละ ถ้าแกตงตฤดหรือคิดจะตุกติก...แกก็จะไม่ได้เห็นแม้อัฐิของมัน!”
“พ่อ!! พ่อใจร้ายได้ขนาดนี้เลยเหรอคะ!”
ณดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงปนสะอื้น ณดินทร์เห็นท่าไม่ดีจึงรีบเข้ามากอดปลอบน้องสาว พร้อมกระซิบข้างหูด้วยเสียงที่เบาที่สุด
“ยัยดา เชื่อพี่...พี่กับพี่ดลเตรียมแผนสำรองไว้แล้ว ลูกของน้องจะปลอดภัย เชื่อใจพวกพี่นะ”
ณดาสบตาพี่ชายครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าทั้งน้ำตา แววตาที่เคยอ่อนไหวพลันเปลี่ยนเป็นเด็ดเดี่ยว
“ก็ได้ค่ะ...แต่หนูขออย่างเดียว ห้ามให้เขาได้รับอันตรายแม้แต่นิดเดียว”
เธอก้มลงมองลีโอลูกชายที่พึ่งคลอดเป็นครั้งสุดท้าย
“ลีโอ...แม่ต้องไปแล้วนะลูก ขอให้สวรรค์คุ้มครองลูกชายของแม่ ให้หนูเข้มแข็งและแข็งแกร่ง...รอแม่นะลูก”
ระว่างทางไปสนามบิน ณดาอาศัยช่วงที่บิดาเผลอ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ข้อความด้วยมือที่สั่นเทา ส่งสารถึงชายคนเดียวที่เธอเชื่อว่าเขาจะสามารถปกป้องลูกชายของเธอได้จริงๆ
[ลูกของลูคัสเกิดแล้ว...มารับเขาที่โรงพยาบาลที ฉันมีความจำเป็นต้องทิ้งเขาไว้เพื่อความปลอดภัยของตัวเขาเอง... ฝาก ‘ลีโอ’ ด้วยนะลูอิส]
ทันทีที่เครื่องบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า แผนการที่โหดเหี้ยมของตรีภพก็เริ่มต้นขึ้นทันที มันรวดเร็วและรุนแรงเสียจนแผนสำรองของสองพี่น้องอิสรพงศ์ไพศาลกลายเป็นเพียงกระดาษที่ไร้ค่า...เพราะพวกเขาช้าไปเพียงก้าวเดียว
“พี่ดล...ผมหวังว่าแผนของเราจะสำเร็จนะครับ”
ณดินทร์กระซิบกับพี่ชายด้วยความหนักใจ ขณะมองผ่านหน้าต่างเครื่องบินลงไปยังกรุงโรมที่กำลังถูกพายุฝนกลบฝังทุกความลับไว้เบื้องหลังนั้น
ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังวุ่นวายหลังจากการเคลื่อนย้ายณดาออกไป ลูกน้องชุดดำของตรีภพสองคนยืนคุมเชิงกันอยู่ในมุมลับตาหน้าห้องพักฟื้น แววตาของพวกมันไม่มีความลังเลแม้แต่น้อยเมื่อต้องรับคำสั่งทมิฬจากผู้เป็นนายแล้ว
“เฮ้ย! นายสั่งมาแล้ว...ให้เอามันไปโยนทิ้งที่แม่น้ำ ยิ่งไกลเท่าไหร่ยิ่งดี!”
ชายที่เป็นหัวหน้ากระซิบเสียงเหี้ยม
“งั้นเรารีบจัดการมันเถอะพี่ พอนายขึ้นเครื่องปุ๊บเราก็ลงมือทันที จะได้ไม่เสียเวลา แผนจะได้จบๆ ไป”
“อืมม”
“แล้วจะไปที่ไหนดี?”
“แถวชานเมือง...ใต้สะพานโน่น คนไม่ค่อยพลุกพล่าน แถมยังเป็นที่เปลี่ยวสนิท ไม่มีใครตามไปเจอแน่”
มันสองตัวแสยะยิ้มที่เต็มไปด้วยความชั่วร้าย
“ได้เลยพี่...แต่เราจะเอาไอ้หนูนี่ออกไปยังไงไม่ให้พวกพยาบาลด้านนอกมันพากันสงสัย?”
หนึ่งในพวกมันหันมองไปรอบห้องพักฟื้น จนสายตาไปสะดุดเข้ากับ ตะกร้าผลไม้เยี่ยมไข้ ใบใหญ่ที่วางทิ้งไว้
ร่างหนากำยำปรี่เข้าไปหยิบตะกร้าใบนั้นขึ้นมาก่อนจะเทผลไม้หลากสีออกกองไว้บนโต๊ะอย่างไม่ใยดี แล้วคว้าตัวทารกน้อยที่กำลังหลับใหลใส่ลงไปในตะกร้าอย่างรุนแรง
“เอาผลไม้พวกนี้ทับไว้อีกที...เท่านี้ก็ดูเหมือนเราแค่กำลังหิ้วของเหลือทิ้งออกไปแล้ว”
“เข้าท่าดีแฮะพี่...ไปกันเถอะ!”
พวกมันรีบเดินกึ่งวิ่งออกจากห้องพักฟื้นโดยเร็ว ไม่มีใครสังเกตเห็น ส่วนทารกน้อยที่ถูกทับด้วยผลไม้อยู่ในตะกร้าไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะร้องประท้วงขึ้นมา
“เร็วๆๆเดี๋ยวมันร้องขึ้นมาเราซวยเลยนะ”
ทั้งสองก้าวขึ้นรถยนต์ที่ติดเครื่องรออยู่แล้วพุ่งทะยานออกจากโรงพยาบาล มุ่งหน้าสู่ชานเมืองกรุงโรมอย่างรวดเร็ว จุดมุ่งหมายคือแม่น้ำที่มืดมิดและหนาวเหน็บแห่งนั้น
ภายในทางเดินของโรงพยาบาลที่เงียบสงัด กลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดนอกเครื่องแบบวิ่งฝ่าความมืดตรงไปยังห้องพักผู้ป่วยด้วยฝีเท้าที่เร่งรีบที่สุดในชีวิต หัวใจของทุกคนเต้นระรัวพอกับความรับผิดชอบอันหนักอึ้งที่ได้รับมอบหมายมา
“เร็วเข้า! คุณณดินทร์สั่งไว้ว่าเราต้องช่วยหลานชายของเขาให้ได้ ห้ามพลาดเด็ดขาด!”
หัวหน้าทีมตะโกนสั่งเสียงต่ำพลางผลักประตูห้องพักพรวดเข้าไป
ปัง!!
ทว่า..สิ่งที่ปรากฏแก่สายตากลับมีเพียงความว่างเปล่า
เตียงเด็กทารกที่เคยมีร่างน้อยนอนอยู่นั้นเหลือเพียงผ้าห่มที่ยังหลงเหลือไออุ่นจางๆ ตะกร้าผลไม้ที่ควรจะวางอยู่บนโต๊ะหายไปทิ้งไว้เพียงรอยคราบน้ำ และความเงียบงันที่น่ากลัว
“เชี้ยเอ้ย...!!”
หัวหน้าทีมสบถออกมาอย่างสุดเสียงพลางทุบกำแพงจนเกิดเสียงดังสนั่น แววตาของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
“เด็กถูกพาตัวไปแล้ว! แผนการล้มเหลว...พวกมันไวกว่าเรา!”
ในขณะที่ความช่วยเหลือไปถึงช้าเกินไป รถยนต์ก็หยุดนิ่งลง ณ จุดนัดพบกับความตายที่ดูวังเวงจนน่าขนลุก
“จอดๆๆ! ตรงนี้แหละ...”
เอี๊ยดดด!!!
เสียงเบรกดังเอี๊ยดสนิท ท่ามกลางความเงียบสงัดของป่าละเมาะริมน้ำ แสงไฟหน้ารถสาดส่องไปยังผิวน้ำที่สะท้อนแสงจันทร์สีเลือดอย่างน่าขนลุก
“จัดการ”
เสียงสั่งการเข้มงวดดังก้องขึ้นท่ามกลางเสียงลมพัดหึ่งๆ ชายฉกรรจ์สองคนก้าวลงจากรถพร้อมกับตะกร้าผลไม้ที่ซ่อนชีวิตน้อยๆ ไว้ข้างใน พวกมันมองซ้ายมองขวาอย่างรวดเร็วเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครตามมา