“นึกไงถึงได้ชวนกูมาที่นี่อีก ติดใจล่ะสิไอ้เสือ”
“กูเปล่า”
เฟยปฏิเสธเมื่อถูกเพื่อนแซว เพราะตอนนี้เขากำลังมางานปาร์ตี้หน้ากากทั้งที่ตอนนั้นบอกไปว่าไม่มีทางมาซ้ำอีกแน่นอน ก็ใครจะไปคิดว่าคุณเลขาตัวดีจะมาที่นี่ซ้ำอีกล่ะ แล้วพอคิดว่าที่ผ่านมาเธอคงจะมาบ่อยก็ยิ่งน่าโมโหจนหงุดหงิดไปหมด ทั้งอาทิตย์ที่ผ่านมาก็เย็นชาใส่กันจนแทบไม่กล้าคุยเรื่องอื่นนอกจากงาน ดีนะที่ก่อนเลิกงานเขาไปได้ยินเธอโทรคุยกับเพื่อนว่าจะมางานคืนนี้ ไม่อย่างงั้นล่ะก็ คืนนี้เอวาอาจจะทำอะไรๆแบบนั้นกับคนอื่นก็ได้ คิดแค่นี้ หวง เฟยก็กำหมัดแน่นพลางกวาดสายตามองไปรอบงานไม่หยุดจนธนินส่ายหน้ากับความปากแข็งของเพื่อน
“แหม่ๆ จะปฏิเสธก็เก็บสายตาหน่อยเถอะครับเพื่อนเฟย มึงหันจนคอแทบจะหลุดอยู่แล้วนั่น”
“กูก็แค่มองไปเรื่อย”
“อย่างมึงเขาเรียกมองหาครับเพื่อน หาใครอยู่เหรอบอกกูได้นะเผื่อช่วยหาให้ได้”
“เสือก ไปหาเด็กที่มึงนัดไว้เถอะ อย่าพูดมาก” เฟยดันหน้าเพื่อนที่ยื่นเข้ามาใกล้ให้ออกห่าง พลางมองแรงใส่จนธนินขำออกมาอย่างสนุกที่ได้แกล้ง ท่าทางของเฟยวันนี้มันทั้งตลกทั้งน่าแปลกใจจนอยากจะยกเลิกนัดแล้วอยู่เสือกต่อเลย อยากรู้จริงๆว่าใครกันทำให้คุณชายเฟยหลุดมาดแบบนี้ได้ แต่น่าเสียดายที่คืนนี้ เขาเองก็มีนัดที่ยกเลิกไม่ได้เหมือนกัน
“เออ กูไปก็ได้ อย่าให้รู้นะว่าแอบนัดใครกูจะตามไปแอบดู”
“ไอ้โรคจิตเอ้ย ไปไกลๆตีนกูเลยนะ” เฟยยกเท้าขึ้นมาขู่อีกครั้งจนธนินหัวเราะเสียงดัง ก่อนจะลุกขึ้นเพื่อไปหาคนที่นัดเอาไว้
“ฮ่าๆ ไปก็ได้วะ ขอให้เจอขอให้โดนนะเพื่อนรัก กูขอตัวไปแซ่บก่อน”
“กวนตีน…” เฟยบ่นพึมพำตามหลังเพื่อนที่เดินหายไปในฝูงชน ก่อนที่เขาจะกวาดสายตาดูรอบๆอีกครั้ง เมื่อแน่ใจว่าอยู่ตรงนี้คงไม่เห็นเอวาแน่ๆเลยตัดสินใจลุกออกไปตามหาที่อื่นในร้านแทน
—----------------------------
“มาบ่อยนะครับ” เฟยเข้าไปยืนซ้อนหลังคนตัวเล็กและเอ่ยหยอกเย้าออกไปข้างใบหูของเธอ ทำเอาเอวาสะดุ้งตกใจก่อนจะหันกลับมามองคนด้านหลังอย่างไม่อยากเชื่อว่าจะมาเจอบอสเธอที่นี่อีกครั้ง ทั้งที่อุตส่าห์หลบหน้าและเมินเฉยใส่มาตลอดอาทิตย์แท้ๆ
“บอส!”
“ไหนบอกที่นี่เราไม่รู้จักกันไงครับคุณ” เฟยบอกพลางขำออกมาเบาๆเมื่อเห็นว่าเอวาหลุดมาดนิ่งแล้ว ไม่ว่าจะความตกใจหรือความกระอักกระอ่วนที่แสดงออกมา ล้วนสร้างความพอใจให้เฟยทั้งสิ้นเพราะมันหมายความว่าเขาเองก็มีผลต่อใจเธออยู่ ไม่ว่าจะเป็นด้านลบหรือบวกก็ดีกว่าการถูกเมินเฉยใส่อยู่ดี
โชคดีที่เขารีบมาเดินหาแถวๆที่เราเคยเจอกันคราวก่อน ความร้อนรุ่มใจที่คิดว่าจะบรรเทาลงเมื่อได้พบ กลับยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเมื่อเห็นว่าเอวาแต่งตัวยั่วเย้าสายตาคนมองยิ่งกว่าเดิมซะอีก ชุดเดรสสีขาวรัดรูปแต่งระบายฟูฟ่องที่ขอบกระโปรงอวดเรียวขาเนียนสวยตั้งแต่ขาอ่อนลงมา แม้วันนี้จะไม่ได้โชว์เอวบางแบบวันนั้น แต่สายเดี่ยวเส้นเล็กที่ส่องประกายวิบวับก็ดึงสายตาให้มองที่ลาดไหล่และลำคอขาวเนียนนั่นอยู่ดี แม้จะมีหน้ากากขนนกสีขาวครึ่งหน้าแต่เอวายังคงดึงดูดสายตาผู้คนมากมายอยู่เหมือนเดิม มากซะจนอยากถอดเสื้อสูทออกไปคลุมเอาไว้ไม่ให้ใครได้เห็นซะจริงๆ
“...ใช่ค่ะ เราไม่รู้จักกันเพราะงั้นช่วยหลบไปด้วยค่ะ”
“กลัวเหรอครับ” เขาถามด้วยน้ำเสียงท้าทายและขยับตัวมาขวางเอวาที่จะเดินหนี ทำเอาคนตัวเล็กเงยหน้ามองด้วยสายตาเอาเรื่องทันที
“หมายความว่าไงคะ”
“ก็หมายความว่า คุณกลัวหวั่นไหวกับผมจนต้องหลบหน้าเลยเหรอครับ” เฟยตอกย้ำเมื่อเห็นว่าการยั่วยุมีผลกับเอวาอย่างที่คิด เขาเฝ้าสังเกตและพยายามหาวิธีก้าวข้ามเส้นที่เธอขีดมาทั้งอาทิตย์ จนค้นพบว่ามีอย่างนึงที่เขามองข้ามมาตลอด คือเอวามีนิสัยที่คล้ายกับตัวเขาเองหลายอย่างจนน่าตกใจ
ทั้งความทุ่มเทและตั้งใจกับเรื่องงานที่หาข้อผิดพลาดได้ยาก รับมือกับทุกสถานการณ์อย่างมีสติ ที่สำคัญ คือการแบ่งระยะชัดเจนกับทุกคนอย่างเป็นธรรมชาติ แม้จะถูกสนใจและเข้าหามากมายขนาดไหนแต่ก็ไม่เคยมีใครกล้าล้ำเส้นเข้ามาเกินกว่าที่อนุญาต ทำให้เฟยคิดออกทันทีว่าความมั่นใจในตัวเองแบบนี้จะถูกท้าทายไม่ได้เด็ดขาด ความมั่นใจที่ไม่ชอบตกเป็นรองใครในเรื่องการควบคุมความรู้สึก แล้วก็เป็นแบบนั้นจริงๆ
“ใครจะไปหวั่นไหวกับคุณคะ ปล่อยได้แล้วค่ะ” เอวาเสียงเข้มขึ้นมาอย่างไม่พอใจก่อนจะจับมือหนาออกไปจากแขนตัวเอง ทั้งที่ในใจกำลังเต้นรัวอย่างบ้าคลั่งเพียงเพราะกลัวจะถูกจับได้
“ถ้าไม่ได้หวั่นไหวก็พิสูจน์สิครับ”
“ทำไมต้องทำตามที่คุณบอกด้วยคะ” เอวาเถียงอย่างไม่พอใจ ดวงตาคู่สวยไหวระริกเมื่อสบกับดวงตาคู่คมจนต้องหันมองไปทางอื่นแทน จะให้เขารู้ไม่ได้สิว่าเธอกำลังหวั่นไหวจริงๆ ขณะที่เฟยเองก็กำลังพอใจกับท่าทางไม่ยอมแพ้ของเอวาสุดๆ เพราะนี่คือสิ่งที่เข้าทางเขาพอดีจนต้องรีบถมความมั่นอกมั่นใจลงไปให้เธอทนไม่ไหว
“ก็คุณบอกเองว่าที่นี่เราแค่สนุกกัน ถ้าคุณไม่ได้หวั่นไหวกับผมก็พิสูจน์สิว่าต่อให้เราสนุกกันอีกครั้งคุณก็ไม่รู้สึกอะไร ไม่อย่างนั้น…”
“ไม่อย่างนั้นอะไรคะ” เอวาเงยหน้ามองด้วยสายตาวาววับ คำถามที่แสนท้าทายนั่นทำเอาใจมันร้อนรุ่มขึ้นมาอย่างไม่อยากยอมแพ้ บอสคนนี้คงไม่รู้สินะว่าต่อให้เธอชอบแค่ไหน แต่ถ้ามาทำให้เธอเสียหน้าล่ะก็เธอไม่มีวันยอมเด็ดขาด
“ผมก็จะคิดว่า คุณหลบหน้าเพราะเราลึกซึ้งกันไปแล้วน่ะสิ ถ้าไม่ใช่แบบนั้นเราก็มาเล่นเป็นพี่เฟยกับน้องเอวาด้วยกันอีกคืนตกลงมั้ยครับ” เฟยก้มหน้าลงไปพูดแข่งกับเสียงเพลงและผู้คนรอบข้าง ไม่ได้สนใจว่าเราจะถูกจ้องมองมากขนาดไหน เพราะตอนนี้เขาสนใจแค่เอวาเท่านั้น ถ้าเขาท้าทายสำเร็จคืนนี้เขาจะได้สิ่งที่ต้องการและเป็นไปตามแผนการที่วางไว้
ขณะที่เอวาเองก็ทนไม่ไหวเมื่อถูกท้าทายอยู่ฝ่ายเดียวแบบนี้ เธอรู้ว่าบอสต้องการอะไรและที่เธอเล่นไปตามน้ำก็เพื่อสั่งสอนอีกคนด้วยเหมือนกัน เรื่องความรู้สึกน่ะใช่ว่าเธอหวั่นไหวคนเดียวซะเมื่อไหร่ ในเมื่อบอสเผยออกมามากขนาดนี้เองแล้ว ลองโดนกระตุ้นอีกหน่อยก็คงน่าสนุกไม่เบา ในเมื่อบอสเสนอเธอก็จะสนองให้เอง
เอวากระตุกยิ้มก่อนจะขยับตัวเข้าไปแนบชิดคนตัวโตแล้วคล้องคออีกคนให้โน้มลงมาใกล้ๆ ริมฝีปากอิ่มสีชมพูอ่อนเอ่ยตอบรับคำท้าทายของเฟยด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาเฟยใจสั่น
“ได้สิคะ พี่เฟย”