“พราวประหยัดลงมากแล้วนะคะ คุณแม่ยังชมเลยว่าเดี๋ยวนี้พราวใช้เงินในบัตรเครดิตน้อยลงกว่าแต่ก่อน”
“ดีแล้ว แล้วอย่าลืมทำบัญชีรายรับรายจ่ายด้วยล่ะ ว่าในแต่ละวันซื้ออะไรไปบ้าง จำเป็นหรือไม่จำเป็น”
“ค่าาา คุณพ่อ! เขี้ยวยิ่งกว่าคุณพ่อคุณแม่พราวอีก จริงๆ แล้วพราวจะใช้เงินเท่าไหร่ก็ได้ คุณแม่บอกว่าที่บ้านพราวรวยแล้ว เงินนี่ใช้ทัเงปีทั้งชาติก็ไม่หมด ให้ใช้ๆ ไปเถอะ เดี๋ยวตายแล้วไม่ได้ใช้” เธอบอกในสิ่งที่คนเป็นแม่สอน อารัณย์ถอนหายใจเฮือกใหญ่
“ไม่ได้! เราต้องมีเงินสำรอง เงินเผื่อฉุกเฉิน เงินไว้ลงทุน และเงินสำหรับใช้ยามเกษียณ จะไปใช้เรี่ยราดได้ยังไง สมัยนี้เศรษฐกิจยิ่งไม่ค่อยดีอยู่ อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ถ้าไม่รู้จักระมัดระวัง อย่ากลัวตายก่อนใช้เงินหมดเลย กลัวเงินหมดแต่ยังไม่ตายดีกว่า!” เขาพูดเสียงดุ พริ้มพราวได้ยินก็ชอบใจใหญ่
“จริงด้วยค่ะ เงินหมดแล้วยังไม่ตายนี่แย่เลยนะคะเนี่ย หลังจากนี้พราวจะประหยัดให้มากกว่านี้ค่ะ เพื่ออนาคตของเราสองคน”
“น่ารักมากจ้ะเด็กดี เราต้องช่วยกันนะ”
“ค่ะพี่รัณย์”
ทั้งสองกินข้าวจนเสร็จเรียบร้อย ป้าเดินมาคิดเงิน เขาหยิบเงินออกมาจากกระเป๋ากางเกงจ่ายให้ป้า พริ้มพราวรีบแย่งจ่ายก่อน
“ไม่เป็นไรค่ะพี่รัณย์ มื้อนี้พราวเลี้ยงเอง ตอบแทนที่พี่รัณย์ช่วยทำการบ้าน ช่วยติวหนังสือให้”
“ไม่ได้ๆ พี่เป็นแฟนพราว และพี่ก็เป็นผู้ชาย มันเป็นหน้าที่ของพี่” เขารีบปฏิเสธแล้วยื่นเงินให้ป้าไป พริ้มพราวเดินตามอารัณย์ออกมาจากร้าน เธอคะยั้นคะยอจะให้เงินเขา
“เอาไปเถอะค่ะ พี่รัณย์ยิ้งไม่ค่อยมีเงินอยู่ กว่าพี่รัณย์จะหาเงินได้แต่ละบาทต้องทำงานหลายชั่วโมงหลังเลิกเรียน ยังจะต้องมาเลี้ยงพราวอีก” เธอพูดไปตามตรง อารัณย์ยิ้มให้หญิงสาว
“พี่บอกว่าไม่เป็นไรก็คือไม่เป็นไรไงล่ะ อย่าดื้อสิ!”
“พี่รัณย์นั่นแหละดื้อ!” เธอเถียง
“พี่จะทำให้พราวเห็น ว่าพี่สามารถเลี้ยงดูพราวได้แบบอิ่มหนำสำราญในแบบของพี่ พี่จะไม่มีวันรับเงินจากพราวเด็ดขาด เพราะพี่เป็นผู้ชาย หน้าที่ของผู้ชายคือดูแล เลี้ยงดูแฟนให้อยู่ดีกินดี ไม่ให้ลำบาก พี่จะต้องทำให้ได้” เขาบอก พริ้มพราวมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความประทับใจ
“พราวรักพี่รัณย์จังเลยค่ะ”
หลังจากเหตุการณ์วันนั้น จนถึงขณะนี้เวลาผ่านไปเป็นเดือน เขาไม่ได้พาพริ้มพราวมาที่ห้องอีก เพราะเขาไม่อยากให้เธอเสื่อมเสียชื่อเสียง อยู่หอข้างมหาวิทยาลัยมีหูตาสัปปะรดเยอะแยะ เธอเองก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่ไม่มีคนรู้จักเพราะเป็นถึงดาวมหาวิทยาลัย เขาไม่อยากให้แม่เธอรู้ว่าเธอไปมาหาสู่ห้องผู้ชาย
ตอนนี้แม่เธอรู้แล้วว่าเธอคบกับเขาอยู่ วันก่อนแม่มารับพริ้มพราวถึงมหาวิทยาลัย สายตาของคุณหญิงมาลัยวรรณค่อนข้างดูถูกดูแคลนเขาเหลือเกิน ก็อย่างว่า... เขาเป็นผู้ชายที่ไม่มีอะไรนอกจากมอเตอร์ไซด์คันเก่าและเงินฝากในบัญชีออมทรัพย์ หุ้น ตราสารหนี้ สลากออมสิน ฯลฯ จากเงินที่เขาเอาไปลงทุนและงอกเงยขึ้นมาพอสมควร ทุกวันนี้สายตาเขาจดๆ จ้องๆ อยู่กับโทรศัพท์มือถือ เพราะต้องการดูหุ้นว่าขึ้นลงไปกี่จุด ตัวไหนควรเก็บไว้ ตัวไหนควรขาย เงินที่ได้จากการทำงานเขาเอาไปลงทุนเกือบทั้งหมด เหลือเพียงเงินกินข้าว จ่ายค่าเช่าหอ เงินให้แม่ เงินเก็บฉุกเฉินนิดหน่อยเท่านั้น แม้จะรู้ว่าการลงทุนมีความเสี่ยง แต่เขามั่นใจว่าเขาไม่พลาด เขาวางแผนเป็นอย่างดีแล้ว
อารัณย์เปิดดูรายการทรัพย์สินต่างๆ รวมทั้งเปิดดูสมุดบัญชีเงินฝาก ผ่านไปไม่นานเขามีเงินเก็บเกือบสองล้านแล้ว มีแต่คนบอกว่าเขาเป็นอัจฉริยะด้านการลงทุนพอๆ กับวอร์เร็น เอ็ดเวิร์ด บัฟเฟตต์ ตรงไหนมีช่องทางที่จะทำกำไรได้ เขาลงทุนหมด หากสัปดาห์ไหนได้กำไรดี เขาถึงจะเอาเงินพาพริ้มพราวไปดูหนัง กินข้าวตามห้างสรรพสินค้า แบ่งทำบุญตามสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าบ้างในบางโอกาส
อารัณย์ดูแลพริ้มพราวเป็นอย่างดี จนกระทั่งถึงเวลาที่เขาจะต้องไปฝึกงาน เขารู้ตัวว่าจะไม่มีเวลาติวหนังสือให้เธอเหมือนเมื่อก่อน ไม่มีเวลาพาเธอไปกินข้าว ไม่มีเวลาทำอะไรดีๆ ให้เธอ เขาจึงวางแผนจะพาเธอไปเที่ยวบ้านแม่ที่อัมพวา บ้านเขาเป็นบ้านสวน ในพื้นที่กว่า 10 ไร่ เขาให้แม่ปลูกมะพร้าว มะละกอ มะนาว กล้วย มะม่วง ลิ้นจี่ เลี้ยงปลา ปลูกข้าวออแกนิค ปลูกพืชผักสวนครัวแบบออแกนิค ผ่านไป 4-5 ปี ตอนนี้มีลูกค้ามาขอซื้อผักผลไม้ถึงบ้าน เพราะรู้ว่าที่บ้านเขาไม่ใช้สารเคมีในการปลูกพืชผักผลไม้ และเป็นศูนย์การเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ด้วย
จะว่าไปเขาเองก็ไม่ได้จนอย่างที่คนอื่นๆ คิด หากนับที่ดินของแม่ที่ปัจจุบันมีราคาสูงเกือบ 20 ล้านบาท เนื่องจากอัมพวาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีทั้งคนไทย จีน ฝรั่ง เข้ามาเที่ยวจำนวนมาก คนกรุงเทพที่มีฐานะดีๆ ต่างเข้ามาซื้อ เข้ามาจับจองพื้นที่เพื่อลงทุน สร้างเป็นรีสอร์ท คนในพื้นที่ก็ขายที่ดินกันเยอะแยะ จะว่าไปเขาก็เป็นเศรษฐีน้อยๆ เช่นกัน แต่ส่วนตัวเขาไม่หลงตนเช่นนั้น เขาคิดว่าทรัพย์สินที่เป็นมรดกตกทอดควรเก็บไว้และสร้างประโยชน์ให้ได้มากที่สุด หากเขามีเงินเก็บให้ได้สัก 10 ล้าน จะเอาเงินไปลงทุนทำรีสอร์ทในสวนของตัวเองบ้าง