อารัณย์นั่งคิดอะไรเพลินๆ ระหว่างที่รอพริ้มพราวเรียนเสร็จ วันนี้เธอมีเรียนเช้า ช่วงบ่ายก็ว่างแล้ว เขาจะพาเธอไปดูหนัง กินข้าวร้านที่เธออยากกิน พลันสายตาของเขาก็เห็นแฟนสาวตัวเองกำลังยืนคุยกับเดือนมหาวิทยาลัยอยู่ ทั้งคู่ยืนคุยกันกระหนุงกระหนิงใกล้ชิด เขาหรี่ตามองอย่างใช้ความคิด
“เฮ้ย! นั่นน้องพริ้มพราวของแกนี่หว่า ทำไมยืนคุยกับไอ้หนุ่มหน้าขาวใกล้ชิดจังวะ” วิโรจน์... เพื่อนสนิทในกลุ่มเดินเข้ามาสะกิดๆ ถามเขา
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน”
“เอาดีๆ นะเว้ย ตอนนี้น้องพริ้มพราวเป็นดาวมหาวิทยาลัยแล้ว มีคนจีบตั้งเยอะแยะเลย แกต้องคอยเฝ้าให้ดีนะ ไม่งั้นไอ้หนุ่มหล่อๆ รวยๆ จะคาบไปแดกก่อนแก” วิโรจน์เตือนอีก
“แกก็รู้ว่าฉันไม่มีเวลาไปเฝ้าไปดูอะไรขนาดนั้นหรอก นี่เราจะต้องไปฝึกงานกันแล้ว จะเอาเวลาที่ไหนไปเฝ้า ไหนจะงานพาร์ทไทม์ที่ฉันต้องทำอีก แต่ฉันเชื่อใจพราวนะ ฉันคิดว่าพราวคงไม่นอกใจฉันหรอก”
“โอ้ยยย แกไปเอาความมั่นใจนี้มาจากไหนเนี่ยไอ้รัณย์ แกก้มดูตัวแกเองสิว่ามีอะไรนอกจากมอเตอร์ไซด์คันเก่า กับรองเท้าผ้าใบโทรมๆ ในขณะที่หนุ่มๆ รุ่นน้องมันมีรถยุโรปหรูๆ นาฬิการาคาแพงๆ โทรศัพท์รุ่นใหม่ล่าสุด กระเป๋าแบรนด์เนม เงินในกระเป๋าอู้ฟู่ แกจะเอาอะไรไปสู้กับพวกนั้น” มีนา... เพื่อนสาวในกลุ่มเดียวกันพูดขึ้น ทำให้อารัณย์นึกสะดุดในใจ
“ฉันมีความรัก มีความจริงใจไง ฉันมั่นใจว่าไม่มีใครรักพราวได้มากเท่าฉันอีกแล้ว” อารัณย์พูดแล้วยิ้มออกมา แววตาของเขาเพ้อฝันเสียจนเพื่อนๆ อ้วกกันเป็นแถว
“แหวะ! อยากจะอ้วก น้ำเน่าซะไม่มีเลย นี่ๆ น้องพราวเดินมาทางนี้แล้ว สวัสดีจ้าน้องพราวคนสวยยย” วิโรจน์ส่งเสียงทักทายดังลั่นทุ่ง พริ้มพราวยิ้มเขินอายเมื่อมองสบตาอารัณย์
“สวัสดีค่ะพี่โรจน์ สวัสดีค่ะพี่ๆ ทุกคน” เธอยกมือไหว้เพื่อนเขาอย่างอ่อนน้อม อารัณย์ยิ้มกว้าง ภูมิใจในตัวเธอ แม้ว่าเธอจะเป็นลูกคุณหนู เป็นไฮโซ มีฐานะร่ำรวย แต่เธอไม่เคยถือตัวเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามกลับถ่อมตัว ทำตัวน่ารักน่าเอ็นดู
“สวัสดีครับ เอ๊ะ! เมื่อกี๊พี่เห็นน้องพราวยืนคุยกับเดือนมหาวิทยาลัย กำลังจะมีงานที่จะต้องทำด้วยกันเหรอ ไอ้เดือนมหาวิทยาลัยเรามันอยู่คนละคณะกับพราวนี่” วิโรจน์ถามขึ้นมาตรงๆ อารัณย์มองท่าทีของหญิงสาว พริ้มพราวอึกอักเล็กน้อยก่อนตอบ
“อ๋อ... เอ่อ... ใช่ค่ะ ที่มหาวิทยาลัยเรากำลังจะไปออกรายการทีวีสัปดาห์หน้าเพื่อประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัย เราก็เลยจะต้องทำการบ้านหนักหน่อย เพื่อให้ตอบคำถามของพิธีกรได้”
“แบบนี้นี่เอง...” วิโรจน์ลากเสียงยาว แววตารู้ทันของเพื่อนแฟนทำให้พริ้มพราวหลุบสายตาลงมองพื้น อารัณย์รู้สึกสังหรณ์ใจพิกล ปกติพริ้มพราวไม่เคยมีท่าทางแบบนี้มาก่อน
“พราวหิวหรือยัง วันนี้พี่จะพาไปกินข้าวร้านที่พราวบ่นว่าอยากกิน” อารัณย์ถาม พริ้มพราวเงยหน้าขึ้นยิ้มกว้าง
“จริงเหรอคะ เย้! ดีใจจังเลยค่ะ” เธอเข้ามากอดแขนเขาแน่น อารัณย์ลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วพาเธอออกมา
“ฉันไปก่อนนะพวกแก เจอกันพรุ่งนี้” อารัณย์ล่ำลาเพื่อนๆ ก่อนจะเดินออกมา เขาจับมือหญิงสาวไว้แน่น แล้วพาเธอซ้อนมอเตอร์ไซด์ไปห้างสรรพสินค้าที่อยู่ใกล้ๆ
อารัณย์พาพริ้มพราวมากินอาหารเกาหลีที่เป็นของโปรดของเธอ พริ้มพราวสั่งอาหารเมนูที่เธอออยากทาน ราคาค่อนข้างสูง เขานั่งคำนวณราคาในใจแล้วกลั้นใจสั่งให้เธอ เพราะรู้ว่ามันเป็นของโปรดเธอ
“ทำไมวันนี้พี่รัณย์พาพราวมากินร้านนี้ได้คะ ปกติพี่รัณย์ชอบบ่นว่ามันแพงนี่นา” เธอถามตาใส เขาหัวเราะเบาๆ
“พี่จะต้องไปฝึกงานเร็วๆ นี้แล้ว พี่เลยอยากตามใจพราวส่งท้าย หลังจากนี้พี่คงไม่มีเวลามาดูแลพราวเหมือนเดิมแล้วนะ”
“ปกติพี่รัณย์ก็ไม่ค่อยมีเวลามาดูแลพราวอยู่แล้วนะคะ นี่ยังจะไม่มีเวลามากกว่านี้อีกเหรอ!” พริ้มพราวถามด้วยความหงุดหงิด
“พี่ต้องฝึกงาน ฝึกงานเสร็จก็ต้องไปทำงานพาร์ตไทม์ต่อ ไหนจะเรื่องหาที่เรียนต่อปริญญาโทอีก ที่พี่ทำทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพื่อใครคนอื่นเลยนะ แต่พี่ทำเพื่ออนาคตของเรา”
“แต่...”
“หรือพราวชอบที่เห็นพี่จน ชอบให้คนอื่นดูถูกพี่ ชอบให้พี่เป็นผู้ชายไม่เอาไหน ไม่มีหลักอะไร ได้แต่นั่งเฝ้าพราวเรียนไปวันๆ” อารัณย์ถามกลับชุดใหญ่ อาจเป็นเพราะเขาซีเรียสเรื่องนี้ด้วย เลยทำให้เขาพรั่งพรูความรู้สึกและคำพูดต่างๆ ออกไป
“พราวไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นนะคะ” เธอทำเสียงอ่อนลง แววตาของเธอฉายแววตัดพ้อออกมา ทำให้อารัณย์รู้สึกตัวว่าเผลอพูดเสียงดัง
“พี่ขอโทษ ช่วงนี้พี่คงเครียดๆ และเหนื่อยมากไปหน่อย อย่ถือสาพี่เลย กินกันดีกว่า” เขาตักอาหารให้เธอ พริ้มพราวหน้าหงอยลง
“พราวแค่น้อยใจ ที่พี่ไม่ค่อยมีเวลาให้พราว เวลาเราไม่ค่อยตรงกันเลย คุณแม่พราวก็เข้มงวดกับพราวมากกว่าปกติ ถึงกับจะขอเช็คตารางเรียน ให้คนขับรถมาเฝ้า พราวต้องแอบออกมา ต้องโกหกว่าทำกิจกรรม”
“เพราะคุณแม่พราวรู้ไงว่าพราวกำลังคบกับพี่อยู่ พี่ไม่มีรถคันหรูให้พราวนั่ง ไม่มีโทรศัพท์มือถือราคาแพง ไม่มีบัตรเครดิต ไม่มีอะไรเลย พี่เลยต้องพยายามมากกว่าเป็นสิบๆ เท่า เพื่อให้คุณแม่พราวยอมรับในตัวพี่”
“ฟังดูแล้วเหมือนพราวเป็นคนทำให้พี่รัณย์ลำบากเลย พี่รัณย์เหนื่อยกับพราวมากเกินไปหรือเปล่าคะ” เธอวางช้อนแล้วถามเขาอย่างจริงจัง อารัณย์ชะงัก
“อะไรที่พี่ทำเพื่อพราว พี่ไม่เคยเหนื่อยหรอก พราวเป็นแฟนพี่ เป็นคนที่พี่รัก” เขาตักอาหารป้อนเธอ พริ้มพราวยิ้มแล้วอ้าปากรับ
“ขอบคุณพี่รัณย์มากนะคะ ขอบคุณทุกเรื่องเลย”