4

1168 Words
พิชญะเดินนำเธอออกมาที่ห้องสต็อคผ้าที่มีในตอนนี้ เขาเปิดแคตตาล็อกลายให้เธอดู อุษมาพลิกดูไปเรื่อยๆ และสะดุดตากับผ้าไหมยกดอกลำพูน และผ้าสีพื้นเป็นฝ้ายหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ “สีม่วงสวยนะ พี่ชอบแบบนี้” เธอเลือกมาสองสามแบบไว้ก่อน พิชญะรับมาดูและเช็คของที่มี “พวกผ้ายกดอกพอมีครับ แต่เอื้อจะต้องใช้เท่าไหร่ ถ้าไม่พอต้องบอกเร็วๆ หน่อย เพราะว่าการทอค่อนข้างยาก ส่วนผ้าพื้นนี่สบายๆ สต็อคแน่น” อุษมานิ่งคิด “เรื่องแบบกำลังให้ทีมคิดอยู่ พี่ต้องกลับไปประชุมกับทีมงาน ขอเวลาสักสองวันเดี๋ยวให้คำตอบนะ” เพราะว่าถ้ายังไม่ตกลงแบบ เธอก็ยังคำนวณไม่ได้เช่นกันว่าจะต้องใช้ผ้าเท่าไหร่ ต้องได้แบบและเสนอไปที่เทศบาลถ้าทุกส่วนโอเคเธอจะคำนวณผ้าที่ต้องใช้จริงได้ “ครับ แล้วตกลงเอื้อไปค้างบ้านน้าฟ้าเหรอ” พิชญะถามในตอนที่เดินมาส่งเธอที่รถ “ใช่” เธอตอบสั้นๆ ขณะที่เปิดประตูรถและก้าวขึ้นไปนั่ง กำลังจะดึงประตูปิดก็ถูกฝ่ามือใหญ่ยกมือกันไว้ “เดี๋ยวครับ แล้วเอื้อได้ช่างหรือยัง” อุษมากลอกตามองบน “ยังไม่มีเวลาหาเลย” “งั้นเดี๋ยวผมหาให้เอง เย็นนี้ผมไปหาเอื้อที่ร้านนะจะได้คุยเรื่องนี้อีกที” เขาว่าแล้วปิดประตูรถให้ อุษมาทำท่าจะโวยวายแต่ก็เงียบเพราะคิดว่าเด็กบ้านี่คงไม่ฟังหรอก เธอค้อนใส่ก่อนจะสตาร์ทรถและขับออกไปอย่างรวดเร็ว เธอกลับเข้าร้านและออกแบบงานต่อ เธอสั่งเลขาให้เรียกประชุมทีมงานในวันรุ่งขึ้น “พี่แอน พรุ่งนี้เรียกประชุมทีมโรงงานกับออกแบบแล้วก็จัดซื้อให้ด้วยนะคะ เอื้อจะคุยสรุปเรื่องงานเทศบาลที่เราไปรับมา” “ได้ค่ะน้องเอื้อ ประชุมที่นี่ตอนเก้าโมงนะคะ” อนิตารับปากและลงมือร่างอีเมลทันที “ค่ะพี่ เก้าโมง” อุษมากะในใจว่าถ้าประชุมเช้า เที่ยงน่าจะได้ข้อสรุป ส่งให้นายกเทศมนตรีพิจารณาตอนบ่าย เย็นๆ เธอน่าจะคำตอบและวันรุ่งขึ้นเธอจะได้ทำสรุปแบบส่งให้เทศบาลแนบไปเพื่อทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง “น้องเอื้อคะ คุณพีร์ลูกชายพ่อเลี้ยงช้างมาขอพบค่ะ” เลขาสาวโผล่หน้ามาแจ้งในตอนเย็น อุษมาเหลือบตามองเวลา เธอเพลินจนลืมไปเลยว่าตอนนี้เลยห้าโมงเย็นแล้ว “ขอบคุณค่ะพี่แอน จะกลับเลยก็ได้นะคะเดี๋ยวเอื้อก็จะกลับแล้วเหมือนกัน” เธอขยับตัวลุกคล้องกระเป๋าใส่แขนเดินตัวปลิวออกจากห้องไปเจอพิชญะที่กำลังรอในส่วนหน้าร้าน “ไหนช่าง” เธอถามทันที พิชญะกระพริบตา “ใจเย็นสิเอื้อ แล้วจะคุยกันที่ไหน” “ที่นี่แหล่ะ เธอจะคุยอะไรว่ามา” แต่ชายหนุ่มไม่เห็นด้วย “ผมหิว เราไปหาข้าวกินไปคุยไปดีกว่า” “คุยตอนหิวไม่ดีหรอกเอื้อ ไปหาข้าวกินกันเถอะ” เขาย้ำ อุษมาหรี่ตามองเขานิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ความจริงเธอควรปฏิเสธเพราะวันนี้เธอเหนื่อย งานยุ่ง และไม่อยากเสียเวลาไปกับเด็กบ้านี่ และอีกเรื่องก็คือ เขามักจะมองเธอด้วยสายตาแปลกๆ “พี่ไม่ว่างจะไปกินข้าวกับเธอ” เธอตอบ แต่พิชญะไม่เถียง เขาแค่ยื่นมือมาจับข้อมือเธอเบา ๆ แล้วลากให้เดินออกจากหน้าร้านไปด้วยกันเหมือนมันเป็นเรื่องปกติที่สุดในโลก “เธอ!” อุษมาสะบัดแขนออกทันทีแต่ไม่หลุด “อย่ามาจับพี่แบบนี้นะพีร์” ชายหนุ่มหยุดเดิน หันมามองเธอด้วยสายตาเรียบ ๆ ก่อนจะเอ่ยเหมือนแกล้งยั่วโมโห “เอื้อก็อย่าทำเหมือนผมเป็นเด็กสิครับ” คำว่า “เอื้อ” ที่เขาเรียกเธอตรง ๆ แบบไม่มีคำว่าพี่นำหน้า ยิ่งทำให้ใจเธอวูบไหวโดยไม่รู้ตัว มันน่าหงุดหงิด… และน่าอ่อนใจในเวลาเดียวกัน อุษมากัดฟันแน่น “เธอจะพาพี่ไปกินข้าวที่ไหน” พิชญะยิ้มบาง ๆ เหมือนชนะแล้ว “ร้านข้าวซอยแถวนี้แหละ ไม่ไกล” เธอถอนหายใจยาว “พี่ขับรถเอง” “ไม่ได้” เขาตอบทันที “ทำไมไม่ได้ พี่มีรถนะ” เธอขึงตาใส่ พิชญะก้มลงเล็กน้อย สายตาคมสบตาเธอใกล้เกินไป “ผมคิดว่าวันนี้เอื้อไปมาหลายที่ น่าจะเหนื่อยมาก คนเราเวลาเหนื่อยความสามารถในการขับขี่ยานพาหนะจะลดลง ผมไม่อยากเสี่ยงกับเอื้อครับ” อุษมาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะปี๊ดขึ้นมาอีกรอบ หนอย... ไอ้บ้านี่ กลัวเธอพาไปเกิดอุบัติเหตุหรือไง “งั้นก็ไปคนละคัน ต่างคนต่างไป” เธอพยายามต่อรองเพราะไม่อยากกลับมาเอารถที่นี่อีก พิชญะส่ายหน้า “ถ้าไปคนละคัน ผมก็ไม่รู้ว่าเอื้อจะเลี้ยวเข้าผิดซอยหรือเปล่า” “พีร์…” คราวนี้หูเธอเหมือนมีเสียงวิ้งๆ ดังอื้ออึง คงเป็นความโมโหจนพูดไม่ออกล่ะ เธอคิดในใจ “เอื้อ ขึ้นรถครับ” เดินไปถึงรถยนต์ของเขาพอดี ชายหนุ่มพูดเหมือนคำสั่ง แต่น้ำเสียงนุ่มนวลกว่าปกติ สุดท้ายอุษมาก็ต้องทำตามที่เขาว่าอย่างไม่เต็มใจนัก หรือจริง ๆ…เธอเต็มใจตั้งแต่แรกแล้ว เพียงแต่ไม่อยากยอมรับ อีกสิบห้านาทีต่อมา พวกเขาสองคนก็นั่งในร้านอาหารเล็กๆ ใกล้วัดพระธาตุหริภุญชัย ตรงหน้าเป็นแม่น้ำแม่กวงลมพัดโชยมาเป็นระยะทำให้อุษมาคลายโมโหลงมาก ที่นี่เป็นร้านอาหารพื้นเมือง เป็นร้านเล็ก ๆ มีโต๊ะไม้ไม่กี่ตัว เมนูเด่นของร้านคือข้าวซอยซึ่งมีทั้งข้าวซอยเนื้อและไก่ คนแน่นเพราะช่วงเย็นเป็นเวลาที่คนเลิกงานพอดี กลิ่นเครื่องแกงลอยมาแตะปลายจมูกจนท้องของอุษมาร้องเบา ๆ ‘หิวเหมือนกันนี่นา…’ เธอแอบขำตัวเองในใจ พิชญะเลือกโต๊ะมุมในสุดริมหน้าต่าง ค่อนข้างเป็นส่วนตัว อุษมามองเขาเงียบ ๆ “มองอะไรครับ” เขาถามขณะยื่นเมนูให้ “เปล่า” เธอรีบหลบตา “พี่แค่สงสัยว่า… เธอรู้จักร้านนี้ด้วยเหรอ” เพราะเป็นร้านเล็กๆ ที่มีแต่คนพื้นที่เท่านั้นที่น่าจะรู้จัก ส่วนตัวอุษมาเองก็มากินอาหารที่นี่กับบรรดาสาวๆ ในร้านบ่อยๆ เพียงแต่ว่าเธอว่าคนแบบพิชญะไม่น่าจะรู้จักด้วย “อย่าลืมสิว่าผมเป็นคนที่นี่เหมือนเอื้อ” เขาตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD