ผ่านมาสามวันแล้วสำหรับการฝึกงานในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ถือเป็นความท้าทายของเหล่าพยาบาลฝึกงานทุกคน ไม่เว้นแม้แต่มายด์และบัวตองที่ได้ขึ้นมาอยู่บนชั้นเจ็ดของตึกขาว ซึ่งเป็นส่วนที่ความวุ่นวายน้อยที่สุดเลยก็ว่าได้ แต่ก็ใช่ว่าจะสบายไปกว่าคนอื่น เพราะต้องคอยดูเด็กและคุณแม่เตรียมคลอดตลอด
“เหนื่อยว่ะ”
มายด์ว่าพลางทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้อย่างหมดสภาพ หลังจากที่เข้าไปช่วยพี่พยาบาลดูแลเด็กในห้องแรกเกิด พร้อมกับอาบน้ำเด็กที่ตัวเล็กจิ๋ว หนักแค่ไม่กี่โล ตัวอย่างกับลูกแมว ทำเอาเกร็งไปหมด
“ซ้อมไว้ เผื่อมีลูก”
บัวตองตอบขำ ๆ ก่อนจะหยิบแก้วน้ำขึ้นดื่มจนหมดในรวดเดียว หลังจากที่เพิ่งผ่านการทดสอบแสนเหน็ดเหนื่อยมา
“ลาออกเลยได้ไหมเนี่ย”
“เวอร์น่า อีกเดือนเดียวเอง”
บัวตองตบไหล่ปลอบใจเพื่อนรัก เพราะยังไงก็ถึงช่วงสุดท้ายของการฝึกงานแล้ว แม้ว่าอีกฝ่ายจะคิดอยากลาออกตั้งแต่ปีหนึ่ง แต่เธอก็ช่วยรบเร้าจนอยู่ถึงช่วงสุดท้ายได้สำเร็จ
“โอ้โห ลมอะไรหอบแกมาที่นี่ได้ฮะ”
มายด์เอ่ยทักอย่างตื่นเต้น ทำให้บัวตองรีบหันขวับกลับไปมองด้านหลัง และได้เห็นว่ามินนี่กำลังเดินเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารที่อยู่ในมือ
“ลมนิภากรณ์จ้าา”
คนตัวเล็กท่าทางเหนื่อยหอบเอ่ยตอบออกไปพร้อมกับลากเสียงยาวอย่างประชดประชัน
“หึ ๆ ชั้นล่างหนักเลยเหรอ”
“สุด ๆ อยากลองเปลี่ยนไปอยู่ไหม”
ทั้งคู่ส่ายหน้าเร็วรัวแทบจะพร้อมกัน เพราะถึงแม้อยู่บนชั้นนี้จะเจอแต่เคสผ่าคลอด แต่เป็นชั้นของคนรวย เพราะรับฝากพิเศษเท่านั้น ถ้าห้องคลอดทั่วไปก็อยู่ชั้นล่าง ซึ่งคนจะเยอะมากกว่า
“ขอนั่งพักหน่อยนะ แล้วก็วานแกเอาเอกสารนี้ไปให้อาจารย์ริสาด้วย”
ว่าแล้วก็ลากเก้าอี้ออกมานั่ง ราวกับเพิ่งได้พักหายใจหายคอก็ตอนนี้
“งั้นนั่งอู้งานอยู่ตรงนี้ก่อน เดี๋ยวฉันเอาไปให้อาจารย์เซ็นให้แป๊บหนึ่ง”
บัวตองรีบหยิบแฟ้มสีดำที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วเดินไปยังห้องประจำของอาจารย์ริสา แต่จังหวะที่กำลังก้าวขาเดินก็ต้องชะงักไปชั่วขณะ เมื่อพบเข้ากับใครบางคนที่ไม่คาดคิดว่าจะเจอที่นี่
เธอรีบหมุนตัวหลบไปอยู่ที่เสาต้นใหญ่ ก่อนจะชะเง้อหน้ามองอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้บุคคลที่กำลังยืนคุยกันอยู่หน้าประตูห้องสังเกตเห็น
“แล้วนี่เงินพอใช้หรือเปล่า”
อาจารย์ปวินเอ่ยถามผู้หญิงตัวเล็กในชุดนักศึกษาหน้าตาจิ้มลิ้ม พร้อมกับมองเธอด้วยสายตาอบอุ่น บัวตองจำได้ทันทีว่าเคยเห็นผู้หญิงคนนี้มาก่อน เพราะเธอคือแฟนสาวของเขาที่เคยเห็นก่อนหน้านี้
“พอค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ กัสไม่ปล่อยให้ตัวเองอดตายแน่นอน”
“หึ ๆ จ้าา เชื่อ ไอ้ประเภทขนมขบเคี้ยว ช็อกโกแลตที่ชอบน่ะ เพลา ๆ บ้างก็ดีเข้าใจไหม โดยเฉพาะน้ำอัดลมน่ะตัวดี”
“มันไม่ออกผลตอนนี้ แต่พออายุมากขึ้น เราได้รู้ฤทธิ์มันแน่นอน”
คนตัวเล็กรีบต่อบทราวกับฟังประโยคนี้บ่อยครั้งจนพูดตามได้
“รู้แล้วก็ดี”
เขายกมือขึ้นโยกหัวเธออย่างเอ็นดู ภาพนี้ทำให้บัวตองเผลอทำสีหน้าบึ้งตึงอย่างไม่รู้ตัว
“คนตอแหล! ต่อหน้าแฟนทำเป็นผู้ชายอบอุ่นแสนดี แต่ลับหลังก็แทงข้างหลังเขาอย่างไม่ปรานี”
เธอกระชับแฟ้มสีดำที่กอดไว้ในอกแน่น รู้สึกโกรธจนอธิบายอารมณ์ไม่ถูก รู้แค่อยากระเบิดมันออกมา ใจจริงอยากเดินเข้าไปด่าทอและต่อว่าเขาซึ่งหน้าด้วยซ้ำ แต่ทำแบบนั้นจะได้อะไรเล่า อย่างที่รู้ดีว่าที่นี่มีกฎเหล็กห้ามมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับบุคลากรทางการแพทย์ ไม่เช่นนั้นบุคลากรทางการแพทย์จะมีความผิดทางวินัย ส่วนพยาบาลฝึกงานจะถูกตัดสิทธิ์ออกจากการเป็นพยาบาลอย่างถาวร
บัวตองเลยต้องข่มตา ข่มใจ รอให้สองคนนั้นแยกจากกันก่อน ถึงได้เดินผ่านหน้าห้องของเขาไปยังห้องของอาจารย์ริสา
“หน้าหงิกมาอีกแล้ว ไปโดนอะไรมาอีกล่ะ”
มายด์ที่มองเห็นสีหน้าขุ่นเคืองของบัวตองรีบเอ่ยถาม เป็นจังหวะที่อีกฝ่ายเดินมาถึงโต๊ะพอดี
“แค่ปวดท้องเป็นประจำเดือนน่ะ”
เธอตอบกลับสีหน้าบึ้งตึงพร้อมกับหย่อนก้นนั่ง
“อย่าเพิ่งนั่งนะจ๊ะ อาจารย์สุชาติเรียกแกลงไปหาจ้ะ”
“หือ?”
เธอเลิกคิ้วถามอย่างแปลกใจ เพราะไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่เขาต้องเรียกหาเธอ
“เรื่องอะไร”
บัวตองถามต่อ
“ไม่รู้เหมือนกันอะ แต่ระวังตัวหน่อยก็ดี”
มินนี่ขยับเข้ามากระซิบให้รู้กันแค่ในวง ทั้งสองจึงยื่นหน้าเข้ามาฟังใกล้ ๆ เพื่อจะได้ไม่มีใครได้ยินด้วย
“เขาว่าอาจารย์สุชาติมือไม้ปลาหมึก ยังไงก็ระวังตัวไว้ก็ดี ขนาดฉันยังโดนเขาแอบจับก้นมาแล้ว แต่ก็ไม่มั่นใจอะ บางทีเขาอาจไม่ตั้งใจมั้ง”
“เชี่ย...”
ผู้ชายท่าทางใจดีและดูเข้าถึงง่าย อาจเป็นไปได้อย่างที่มินนี่ว่า แถมตอนเจอเขาครั้งแรก อีกฝ่ายยังมองเธอด้วยสายตาพึงพอใจในตัวเธอจนดูออก
แต่ในเมื่อเขามีสิทธิ์เป็นถึงอาจารย์ พยาบาลฝึกงานแบบเธอจะมีสิทธิ์เลี่ยงคำสั่งได้ยังไง สุดท้ายเลยต้องเดินมาที่ห้องของเขาที่ชั้นสอง เพื่อพบเป็นการส่วนตัว
ก๊อก ๆ
ประตูห้องถูกเคาะเพียงสองครั้ง ก่อนที่มันจะถูกผลักเข้ามาอย่างเบามือ
“ขออนุญาตค่ะ”
บัวตองเอ่ยเสียงแผ่วเบา ก่อนจะสอดส่องไปทั่วห้อง และพบว่าภายในห้องเงียบสนิท มีเพียงอาจารย์สุชาติที่นั่งพิมพ์งานอยู่ที่โต๊ะ
“อ้าว มาแล้วเหรอ”
เขาส่งยิ้มให้เธออย่างเป็นมิตร ก่อนจะหยิบแฟ้มบางอย่างขึ้นมาวางบนโต๊ะ
“ช่วยเอารายชื่อไปตรวจสอบให้หน่อยว่าขาดใคร พอดีตกหล่นไปหนึ่งคน”
ทั้งที่เรียกใครเข้าพบก็ได้ แต่เขากลับจงใจเรียกให้บัวตองลงมาหา เห็นได้ชัดว่ามีเจตนาไม่ดี
เธอเดินเข้าไปใกล้เขาอย่างระวังตัว ก่อนจะรับแฟ้มมาแล้วเลื่อนนิ้วสำรวจรายชื่อของพยาบาลฝึกงานที่ถูกส่งตัวมา พบว่ามีหนึ่งคนที่ขาดหายไปจริง ๆ
เธอขมวดคิ้ว ใช้ความคิดว่ารายชื่อของใครที่ไม่ปรากฏอยู่บนหน้ากระดาษ ก่อนจะสะดุ้ง เพราะถูกมือใหญ่ ๆ ของเขาสัมผัสเข้าช่วงเอวอย่างแนบเนียน
“คิดออกยังว่าใคร”
เขาถามเสียงเบา เป็นจังหวะที่บัวตองขยับถอยออกจนเขาต้องวางมือลง
“คิดออกแล้วค่ะ เดี๋ยวไปพิมพ์แผ่นใหม่ให้นะคะ”
“อยู่ชั้นนั้นเหนื่อยไหม อยากย้ายมาอยู่ชั้นนี้หรือเปล่า”
“ไม่เหนื่อยเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ”
บัวตองไม่ต่อบทสนทนาใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะแค่เข้ามาเพียงชั่วคราวยังรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เธอรีบหยิบแฟ้มนั้นแล้วเดินออกมาจากห้องอย่างรวดเร็ว แต่ก็ทันสังเกตเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความเสียดายของเขา
ทำไมโรงพยาบาลแห่งนี้ถึงมีแต่บุคลากรน่ากลัวขนาดนี้นะ บัวตองได้แต่คิดอยู่ในใจ…