บุคคลอันตราย

1413 Words
การทำงานวันแรกได้เริ่มขึ้นเวลา 08.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เช้ามาก แต่เพราะตื่นเช้าเป็นประจำ ทำให้ชินกับการตื่นมาเข้าเวรเวลานี้ไปแล้ว เริ่มต้นวันแรกบัวตองก็ได้เข้ากะเช้าเลย ทั้งที่จริง ๆ เธอควรเข้ากะตอนบ่าย หรือเวลาสี่โมงเย็นแล้วลงเวรตอนเที่ยงคืน แต่เพราะตารางเวรถูกเปลี่ยนกะทันหันเพื่อให้ตรงตามเวรของอาจารย์ปวิน เธอเลยต้องมานั่งหน้าเซ็งดื่มกาแฟอยู่ชั้นเจ็ด “กะเช้าก็ดีเหมือนกันนะ ไม่ได้วุ่นวายอะไรขนาดนั้น ต้องขอบคุณอาจารย์ปวินที่ช่วยชีวิตพวกเราไว้” มายด์พูดออกมาสีหน้าระรื่น แต่บัวตองไม่ได้คิดเช่นเดียวกันเลย เพราะตั้งแต่ย่างก้าวเข้ามาในตึกนี้ เธอก็รู้สึกขนลุกแปลก ๆ อย่างบอกไม่ถูก ไม่ใช่เพราะรังสีผีตนใดแผ่ซ่านออกมาหรอก แต่เป็นเพราะอาจารย์ปวินที่แอบลอบมองเธอบ่อย ๆ จนเธอปั้นหน้าไม่ถูก “แกว่าเราขอให้อาจารย์ปวินให้ยัยมินนี่ขึ้นมาช่วยงานบนตึกนี้ด้วยดีไหม” “แกก็ลองไปขอดูสิ ฉันไม่กล้าหรอก” บัวตองรีบปฏิเสธจนลิ้นแทบพันกัน เพราะแค่จะสบตาเขา เธอยังทำไม่ได้ จะให้ไปร้องขออะไรแบบนั้น เธอไม่มีวันทำแน่ “ใครจะไปกล้าล่ะ ฉันไม่ได้สนิทกับเขาสักหน่อย อย่างน้อยแกก็เคย…” “หยุดเลยนะ” บัวตองรีบยกมือปิดปากเพื่อนรัก ก่อนจะกวาดสายตามองไปทั่วบริเวณ ว่ามีใครอยู่แถวนี้และเผลอผ่านมาได้ยินบ้างหรือเปล่า เมื่อเห็นว่าไม่มีใครถึงได้คลายมือออก “แกอย่าพูดเรื่องบ้า ๆ นั่นอีกเด็ดขาด ตลอดชีวิตของแกเลย” “ทำไม น่าภูมิใจดีออก” “ภูมิใจกับผีน่ะสิ” บัวตองรีบโวย ถ้าย้อนเวลากลับไปได้เธอจะไม่ยอมเล่นเกมบ้า ๆ และบ้าจี้ทำตามที่มายด์สั่งเด็ดขาด “ทำไมล่ะ ไม่เห็นน่าอายตรงไหนเลย หมอปวินก็ทั้งหล่อทั้งรวยทั้งดุ ทั้งในชุดกาวน์... และตอนไม่ใส่เสื้อผ้า” “ชูววว” ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ พูดไปก็โมโหเปล่า เธอเลยต้องรีบเปลี่ยนประเด็นก่อนที่ใครจะผ่านมาได้ยิน “ฉันไปห้องน้ำละ แกนั่งเฝ้าอยู่ตรงนี้คนเดียวไปเลย” เธอว่าก่อนจะลุกจากเก้าอี้ ทำเอาเพื่อนมองตามหลังตาละห้อย “เอ้า ฉันก็อยากเข้าห้องน้ำเหมือนกันนะ” “ถ้าไปสองคนใครจะเฝ้าโต๊ะเล่า เดี๋ยวรีบมา” คนตัวเล็กตะโกนตอบโดยไม่หันกลับไปมอง ก่อนจะตรงเข้าไปห้องน้ำส่วนบุคลากร ที่แยกออกมาจากห้องน้ำของผู้รับบริการอีกที เนื่องจากทั้งคู่อยู่ประจำโต๊ะฝากครรภ์ เลยต้องมีคนอยู่ประจำตรงนี้ตลอด เว้นแค่ตอนบ่ายที่ต้องขึ้นไปเตรียมห้องคลอด ระหว่างที่เธอกำลังเข้าห้องน้ำ เธอแอบได้ยินเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาภายในห้อง ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไร คิดแค่เพียงอาจจะเป็นพยาบาลคนใดคนหนึ่งในตึกนี้ แต่ทันทีที่ทำธุระของตัวเองเสร็จและเปิดประตูออก ก็ทำให้ดวงตากลมโตเบิกโพลงมากยิ่งขึ้น “อาจารย์…” พูดไม่ทันจะจบ ปากของเธอก็ถูกเขายกมือขึ้นมาปิด ก่อนจะดันตัวเข้ามาภายในห้องน้ำ และอาศัยจังหวะนี้ล็อกห้องเอาไว้อย่างแน่นหนา ก่อนจะคลายมือออกจากปากเธอ และทาบจูบเข้ามาแทน “อื้อออ” คนตัวเล็กตั้งรับไม่ทันเลยได้แต่ร้องประท้วงในลำคอพลางดิ้นขลุกขลัก พยายามจะหลุดออกไปจากการกอดรัดของเขา แต่แรงของเธอก็มีเท่านี้ จะไปสู้ชายตัวใหญ่ร่างกำยำอย่างเขาได้ยังไง “อะ อาจารย์ ปล่อยนะ” เธอรวบรวมแรงที่มีผลักเขาออกไปเต็มแรงจนอีกฝ่ายถอยออกไปหนึ่งก้าว แต่ยังคงจ้องกลีบปากบางอย่างหลงใหลไม่วางตา “หายหน้าหายตาเลยนะ นึกว่าจะกลับไปหาฉันที่คอนโดฯ บ้าง หรือไม่ก็... คลินิกก็ยังดี” “เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย ทำไมฉันต้องกลับไปหาอาจารย์ด้วย” เขาไม่ได้สะทกสะท้านแต่อย่างใด ซ้ำยังขมวดคิ้วทำหน้ายียวนกวนประสาทเธอ ทั้งที่ต่อหน้าคนอื่นทำตัวเป็นบุคคลสุขุมนุ่มลึก จนยากจะเข้าถึง “เรียกอาจารย์เหรอ ฟังดูแล้วห่างเหินจัง” แขนกำยำยกขึ้นคร่อมร่างของบัวตองเพื่อกันไม่ให้เธอหนี ก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น “เรียกพี่สิ พี่ปวิน” “โรงพยาบาลมีกฎว่าห้ามพยาบาลฝึกงานมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับบุคลากรทางการแพทย์ ไม่งั้นจะมีความผิดทางวินัย อยากโดนดีเหรอ” บัวตองเชิดหน้าขึ้นสบตาเพื่อแสดงตัวว่าไม่ได้ขลาดกลัวต่อเขา แม้ว่าในใจจะเต้นระส่ำจนแทบกระเด็นออกมานอกอกอยู่แล้วก็ตาม “ทำไม... เธอจะเอาเรื่องนี้ไปฟ้องอธิการเหรอ” เขาแค่นหัวเราะอย่างเย้ยหยัน ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามากระซิบใกล้ใบหูของเธอเพื่อเย้าแหย่ เพราะยิ่งเห็นท่าทางดุ ๆ ของสาวตัวเล็ก มันก็น่าเอ็นดูไม่ต่างไปจากมองลูกแมวขู่จนขนพอง “ถ้าฉันโดน เธอก็โดนเหมือนกันนี่ ของแบบนี้มันตบมือข้างเดียวดังซะที่ไหน” เสียงกระซิบดังอยู่ใกล้หู ก่อนที่สายตาเจ้าเล่ห์จะโลมเลียไปทั่วกลีบปากบางแล้วทาบจูบลงมาที่ลำคอขาวยาวระหง “ฮึก...” บัวตองหลับตาพริ้มพยายามไม่เคลิ้มไปกับสัมผัสที่โหยหา แต่ทั้งกลิ่น ทั้งรสจูบอันดูดดื่มนี้ มันทำให้เธอตัวอ่อนระทวย ไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะยกแขนขึ้นมาต่อต้าน “ยะ อย่านะ” เธอพร่ำบอกเสียงเบาหวิวจนแทบมีเพียงลม เหมือนกำลังพยายามต้านแรงอีกฝ่าย แต่ยิ่งนานไปตัวเธอก็ยิ่งสนองตอบรับต่อเขาอย่างไม่อาจบังคับได้ ทุกอย่างเกือบจะเลยเถิดไปไกลแล้ว จนกระทั้ง... พลั่ก! นาทีที่ทุกอย่างเกือบจะเลยเถิดไปไกล ภาพของหมอปวินกับแฟนสาวคนรักก็ผุดขึ้นมาในหัว บัวตองเหมือนได้สติชั่วขณะ รีบอาศัยจังหวะที่เขาไม่ทันตั้งหลักผลักอีกฝ่ายออกไปเต็มแรงจนเขาตัวเซ และไม่มีจังหวะที่เขาจะได้พูดอะไร ใบหน้าหล่อคมก็ถูกตบจนหน้าหัน เพียะ! “ผู้ชายสำส่อน” ปวินนิ่งค้างไปทันที เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาโดนตบ เขากำลังประมวลอย่างช้า ๆ ว่าเมื่อกี้เธอกล้าทำเขาจริง ๆ เหรอ จังหวะที่เขากำลังนิ่งค้าง บัวตองก็ผลักประตูออกไปอย่างรวดเร็ว ที่จริงเขาเกือบจะตามเธอออกมาแล้ว แต่โชคดียังเข้าข้างบัวตองอยู่ เพราะจังหวะที่เธอเดินออกมา ดันมีพยาบาลสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้องน้ำ เขาจึงต้องซ่อนตัวอยู่ภายในห้องน้ำก่อน ปล่อยให้บัวตองเดินออกไปอย่างน่าเสียดาย “ไหนบอกไปแป๊บเดียวไงฮะ นี่ถ้าฉันปวดท้องคลอดลูก ฉันคงคลอดจนเสร็จ ตัดสายสะดือ อาบน้ำคลุมห่อผ้าเรียบร้อยแล้วมั้ง” มายด์เอ่ยเหน็บแนมทันทีที่เห็นเพื่อนรักเดินหน้างอกลับมานั่งโต๊ะ “โทษที” บัวตองไม่มีคำแก้ตัวใด ๆ ได้แต่ตอบออกไปด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด และไม่อธิบายอะไรเพิ่มด้วย “เป็นอะไร” เพียงแค่เห็นว่ามีความผิดปกติบนสีหน้า มายด์ก็เอ่ยทักท้วงอย่างเร็วพลัน “ไม่มีอะไร สงสัยจะเป็นเมนมั้งเลยหงุดหงิด” ท่าทางฉุนเฉียวของบัวตอง ทำให้มายด์ไม่กล้าถามเซ้าซี้อะไรต่ออีก ทำได้เพียงเดินออกไปเข้าห้องน้ำเงียบ ๆ ปล่อยให้บัวตองได้สงบสติอารมณ์กับตัวเองอยู่ลำพัง “บ้าเอ๊ย ทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย” เธอสบถพร้อมกับส่ายหน้ารัว ๆ ด้วยความขุ่นเคือง ในหัวเริ่มคิดอยากย้ายโรงพยาบาลหรือไม่ก็แผนก แต่เธอจะทำได้ยังไง เธอไม่ได้มีเส้นสายขนาดนั้น แต่ถ้าให้เธออยู่ใกล้เขาแบบนี้ทุกวัน เขาต้องหาทางกินเธออีกจนได้แน่
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD