ภาพจำไม่ลืม

1262 Words
ทั้งที่ตั้งใจไปรักษา แต่ดันได้แผลมาเพิ่มจนนอนซมไปหลายวัน งานนี้ทำบัวตองเข็ดไม่ยอมเล่นเกมหมุนขวดกับเพื่อนอีกเลย “นี่แกจะไม่ไปดื่มกับพวกฉันจริง ๆ เหรอ” มินนี่โวยอย่างเอาแต่ใจ หลังจากที่เพื่อนเทวันเกิดย้อนหลังอย่างไม่น่าให้อภัย “ขอโทษจริง ๆ นะแก แต่เข็ดจริง ๆ อะ” “แกนี่นะ กลัวเรื่องไม่เป็นเรื่อง” ใครจะว่ายังไงก็ช่าง แต่บัวตองขอโบกมือลาขาด ใครไม่โดนเอาข้ามวันข้ามคืนแบบเธอไม่มีทางรู้แน่นอน กว่าจะผ่านช่วงเวลาที่พักรักษาตัวมาได้ ปางตายเลยละ “ไว้รอบหน้าฉันไปเลยอะ แต่วันนี้ขอ” “เออ ๆ ก็ได้วะ” มินนี่ยอมตัดใจอย่างเซ็ง ๆ ที่มารบเร้าเพื่อนไม่สำเร็จ ก่อนจะตัดสายไป ทว่าจังหวะบัวตองกำลังจะเก็บโทรศัพท์ไว้ข้างเตียง กลับมีอีกสายหนึ่งที่โทรเข้ามา วันนี้มันวันอะไรเนี่ย ทำไมถึงมีแต่คนอยากคุยกับเธอนัก “ฮัลโหล” เสียงที่กรอกลงเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทั้งวัน “เป็นได๋น้อลูกสาวหล่า คือหายหน้าหายตาแท้วะ” (เป็นไงบ้างนะลูกสาวคนเล็กเนี่ย หายหน้าหายตาไปเลย) เสียงผู้ชายห้วน ๆ เอ่ยพูดด้วยภาษาถิ่นขอนแก่นจะเป็นใครไปไม่ได้เลย นอกจากกำนันอ่วม พ่อของเธอเอง “กำลังสิได้ออกฝึกงานโรงบาล เลยบ่มีเวลา” (กำลังจะออกฝึกงานโรงพยาบาลน่ะพ่อ เลยไม่มีเวลา) บัวตองตอบกลับไปด้วยภาษาถิ่นเช่นกัน เนื่องจากตอนนี้เธอกำลังฝึกประสบการณ์ในเทอมสุดท้าย ซึ่งเธอไปมาทุกที่แล้ว ทั้งอนามัย โรงพยาบาลประจำอำเภอ แต่ต่อไปนี้จะต้องย้ายไปโรงพยาบาลประจำจังหวัดอีกสี่สัปดาห์ “แม่มึงจ่มหาสุมื่อ ว่าสิขึ้นไปยามอยู่” (แม่แกบ่นหาทุกวัน ว่าจะขึ้นไปหาอยู่เนี่ย) “โอ๊ยย บ่ต้องมา ๆ คือว่าปวดขา นั่งรถดนสิเป็นแนวอื่นอีก” (โอ๊ยย ไม่ต้องมา ๆ ไหนบอกว่าปวดขา นั่งรถนานเดี๋ยวก็เจ็บขึ้นมาอีก) เธอรีบร้องห้าม เพราะรู้ดีว่ามาแต่ละครั้งต้องขนข้าวของมามากมาย เธอไม่อยากให้พ่อกับแม่ลำบาก ไว้ปิดเทอมเธอก็กลับไปหาอยู่แล้ว “บ่แมนเพิ่นซุกผู้บ่าวไว้ห้องเบาะน้อ บ่อยากให้ไปหนิ” (ไม่ใช่แอบซ่อนแฟนไว้ที่ห้องหรอกเหรอ ถึงไม่ยอมให้ไปเนี่ย) “ผู้บ่าวอีหยัง บ่มีจักเทือดอก” (แฟนเฟินอะไร ไม่มีหรอกน่า) ถึงแม้ว่าภาพลักษณ์ภายนอกเธอจะดูแรงไปหน่อย แต่การอกหักตอนปีหนึ่งก็ทำให้เธอเข็ดขยาด ไม่กล้ามีความรักอีกเลย “ผู้บ่าวหมอบ่คือเลยเบาะลูก” (แฟนหมอนี่ไม่น่าได้เลยเหรอ?) “เซา ๆ” (พอ ๆ) เธอรีบส่ายหัว เพราะรู้ว่าพ่อของเธออยากได้ลูกเขยเป็นหมอจนตัวสั่น ถึงขนาดทาบทามหมอแถวบ้านให้มาจีบเธอ แต่ของแบบนี้มันมัดมือชกกันได้เสียที่ไหนกันเล่า “หมอทางพุ่นบ่หล่อเลยติ” (หมอทางนั้นไม่หล่อเลยหรือไง) “หล่ออยู่... หล่อแฮง” (ก็หล่อนะ... หล่อมาก) ภาพของหมอปวินลอยเข้ามาในห้วงความคิด แต่เพียงแค่แวบเดียวเท่านั้นก็ถูกเธอสะบัดหน้าไล่ออก “แต่ข่อยบ่มัก ซำนี่เด้อพ่อ ข่อยสินอนแล้ว” (แต่ฉันไม่ชอบ แค่นี้ก่อนนะพ่อ ฉันจะนอนแล้ว) ไม่รอให้ฝั่งนั้นตอบอะไรกลับมาอีก บัวตองก็รีบตัดสายไปก่อนจะทิ้งหัวลงหมอน แต่ช่วงจังหวะที่ควรหลับพักผ่อน สมองมันก็ดันคิดไปถึงเรื่องที่ไม่ควร ภาพผู้ชายคนนั้นที่หล่อราวเทพบุตร แต่ดิบเถื่อนอย่างปิศาจในขุมนรกยังวนเวียนอยู่ในหัว แม้ผ่านมาจวนจะเข้าเดือนที่สามแล้ว แต่เธอไม่เคยลืมทุกสัมผัสจากเขาเลย ทั้งที่เธอพยายามพร่ำบอกกับตัวเองมาตลอด ว่าสิ่งที่เธอพบเจอคือความซวยซ้ำซาก แต่ทำไมกันนะทุกครั้งที่เธอรู้สึกอยากกระสัน หน้าของเขาก็จะโผล่เข้ามาในห้วงความคิด บัวตองรีบส่ายหน้าระรัวไล่ความคิดไม่ดีเหล่านั้นออกจากหัว เธอไม่อยากยึดติดกับสิ่งชั่วข้ามคืน เพราะมันไม่มีทางเป็นไปได้ ระหว่างเธอกับเขา มันก็แค่วันไนต์ที่น้ำแตกแล้วแยกทาง ไม่ควรมาเจอกันอีก ไม่ว่าในฐานะอะไรก็ตาม คนตัวเล็กรีบข่มตาก่อนจะขยับขึ้นไปปิดไฟบนหัวเตียง หวังข่มอารมณ์ให้หลับลึก ทว่ายิ่งพยายามสั่งให้หลับ สมองมันกลับต่อต้าน ผ่านไปเกือบชั่วโมงแล้วที่เธอเอาแต่ดิ้นไปดิ้นมาบนเตียงนอน ก่อนจะลุกขึ้นมาเปิดไฟทั้งผมเผ้ากระเซอะกระเซิง “ทำไมไม่หลับสักทีเนี่ย” เธอพรูลมหายใจออกปากหนัก ๆ ก่อนจะตัดสินใจลุกมาหยิบเสื้อแขนยาวคลุมตัว เพราะตอนนี้เธอกำลังอยู่ในชุดกางเกงสีดำขาสั้นและเสื้อสายเดี่ยวสีขาว ไม่ได้ใส่เสื้อในหรือกางเกงใน เนื่องจากเธอไม่ชอบความอึดอัดตอนหลับ เมื่อมัดผมลวก ๆ เสร็จบัวตองก็ออกมาจากห้องพัก เธอเดินมาตามถนน ตั้งใจจะออกมาหาอะไรกิน ก่อนจะหยุดอยู่ที่หน้าคลินิก เพียงแค่มองเห็นประตูทางเข้าใจของเธอก็สั่นระรัว ภาพที่เขาจับเธอตอกกระแทกไปทั่วห้อง ทั้งเตียงผู้ป่วย โต๊ะทำงาน หรือโซฟายังติดตาไม่ลืม “อย่าไปคิดสิบัวตอง เป็นบ้าหรือไง” เธอรีบสะบัดหน้าไล่ความคิดของตัวเอง แต่ยังไม่ทันก้าวขาออกไปให้พ้นหน้าคลินิก เธอก็ต้องเบิกตาโพลง วิ่งไปนั่งขดตัวหลบอยู่หลังถังขยะทันที “ว่าแล้วเชียว!” เธอสบถกับตัวเองก่อนจะชะโงกหน้าออกไปส่องอย่างระมัดระวัง และได้เห็นว่าปวินกำลังเดินออกมาจากคลินิกพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ในชุดเดรสสีชมพูหวานแหวว รอยยิ้มอบอุ่นที่ปวินส่งให้อีกฝ่ายมันทำให้เธอเจ็บแปลบอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่กับเธอ... เขามอบเพียงแค่ความดิบเถื่อน ทั้งคู่เดินจับมือกันขึ้นรถแล้วขับออกไปจนสุดสายตา บัวตองถึงค่อย ๆ ลุกขึ้นมาอย่างลอยเคว้ง ความรู้สึกเหมือนจับได้ว่าแฟนนอกใจ แต่มันไม่ใกล้เคียงกันเลย เขาแค่มีแฟน และเขากับเธอก็ไม่ได้เป็นอะไรกันด้วยซ้ำ “สำส่อน! มีแฟนอยู่แล้วยังมั่วผู้หญิงไปทั่วอีก” ตุบ! ถุงขยะสีเหลืองกระเด็นไปตามแรงถีบ ทำเอาหมาจรจัดที่อยู่แถวนั้นแตกกระเจิง ก่อนจะเห่าบัวตองเสียงดังลั่น ผู้คนที่เดินสวนไปมาเริ่มมองเธออย่างให้ความสนใจ นาทีนี้เองบัวตองถึงได้มีสติ เธอกวาดสายตามองรอบข้าง ลังเลว่าควรก้มลงหยิบถังขยะมาไว้ที่เดิมหรือวิ่งหนีดี แต่สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจหยิบหมวกที่ติดกับเสื้อแขนยาวขึ้นคลุมหัว ก่อนจะวิ่งกลับห้องพักของตัวเองอย่างไม่คิดชีวิต แม้ว่าจะโดนหมาวิ่งเห่าไล่หลังอยู่ก็ตาม
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD