จนถึงกำหนดคลอด เธอเจ็บท้องและคลอดเด็กหญิงธิมารินทร์ออกมา เธอยอมยกลูกให้เป็นบุตรบุญธรรมของพี่สาวตามที่แม่และพี่สาวบอกเพื่ออนาคตของเธอเอง
“ลีจะมาเจอลูกเมื่อไหร่ก็ได้ เมื่อเขาโตขึ้นในวันข้างหน้าพี่จะบอกหนูมาลินว่าลีเป็นแม่แท้ๆ ไม่ต้องกลัวนะลี” ทับทิมบอกน้องสาว เธอและสามีรับเด็กหญิงธิมารินทร์เป็นลูกบุญธรรมที่ถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง เพื่ออนาคตของลีและธิมารินทร์เองจะได้ไม่ต้องเจอกับคำว่าลูกไม่มีพ่อ
ครอบครัวของสุคนธรสตัดสินใจขายบ้านหลังจากนั้นเพื่อออกจากสิ่งแวดล้อมเดิมๆ และไม่อยากให้ใครรื้อฟื้นเรื่องเก่าให้หนูมาลินได้ยินเมื่อแกโตขึ้น หญิงสาวมองบ้านหลังเดิมอย่างอาวรณ์ในวันที่ต้องย้ายออกมา
“ไปกันเถอะลูก เขาไม่กลับมาแล้วล่ะมันเกือบปีแล้วนะ หนูก็ต้องไปมีชีวิตของหนูเข้าใจไหมลูก”
สุคนธรสได้สติในตอนนั้น ว่าที่ผ่านมาเธอทำร้ายตัวเองมามากด้วยการรักกันต์ธีร์โดยลืมรักตัวเอง และเมื่อความรักแบบเด็กๆ จางหายไปเธอก็มองเห็นเพียงตัวเองที่ไม่มีแม้แต่อนาคตรออยู่ตรงที่เดิมขณะที่อีกคนจากไปนานแล้ว เธอพยักหน้ากับมารดาและทุกคนที่รออยู่
“ค่ะแม่ เราไปกันเถอะ”
สุคนธรสย้ายมาเรียนต่อที่กรุงเทพฯ เมื่อเธอสามารถสอบติดคณะอักษรศาสตร์แบบสอบตรงได้ในปีต่อมา ส่วนทับทิมพี่สาวไปอยู่กับสามีอีกจังหวัดเพื่อทำธุรกิจ สุวิชพี่เขยเป็นผู้รับเหมางานก่อสร้างที่งานกำลังไปได้ดีและเติบโตไปเรื่อยๆ ช่วงนั้นเองนางมัณฑนามารดาของเธอตัดสินใจขายบ้านและแบ่งเงินที่ขายบ้านได้ให้ลูกสองคนเท่ากันๆ คนละสองล้านและเก็บไว้ใช้เองนิดหน่อย
จากนั้นนางก็ไปอยู่กับทับทิมและช่วยทับทิมเลี้ยงหลาน ส่วนสุคนธรสเรียนที่มหาวิทยาลัยด้วยทุนที่แม่แบ่งให้จากเงินขายที่ เธอรับงานแปลมาทำเพื่อหารายได้พิเศษด้วยในระหว่างเรียนทำให้มีทักษะการเขียนที่ค่อนข้างดี
เธอไปเยี่ยมแม่ พี่สาวและลูกสาวเป็นระยะจนแม่เสียชีวิตไปเมื่อสามปีก่อน ในตอนที่หนูมาลินอายุสิบขวบเด็กหญิงยิ่งโตก็ยิ่งน่ารัก หน้าเหมือนน้าสาวมากแต่ไม่มีใครสงสัยว่าเธอไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของทับทิม สุวิชพี่เขยเธอเองก็รักหนูมาลินมากเช่นกันเพราะเขาและทับทิมไม่มีลูกของตนเอง คนทั้งสองจึงทุ่มเทความรักให้หนูมาลินในแบบที่สุคนธรสสามารถวางใจได้ว่าลูกของเธอได้รับสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว
สุคนธรสดึงตัวเองกลับมาที่ปัจจุบันเมื่อได้ยินเสียงกระแตเรียกดังลั่น
“ลี ลี หลับเหรอ”
สุคนธรสลืมตาเมื่อได้ยินเสียงเรียก “แตมาแล้วเหรอ” เธอโผเข้าหาเพื่อนสาว อีกฝ่ายกอดตอบทันที
กรชวัลลูบหลังเพื่อนเบาๆ เธออยู่กับลีในช่วงนั้นด้วย รู้ดีว่ากว่าที่เด็กสาวอายุสิบเจ็ดจะผ่านเรื่องราวต่างๆ มาจนถึงวันนี้ไม่ง่ายเลย
“ไหนเล่าเรื่องมาสิ อะไรยังไง” กรชวัลรอจนสุคนธรสสงบลงจึงค่อยๆ ถาม
“วันนี้ฉันมีไปแจกลายเซ็นงานเปิดขายนิยายใหม่วันแรก” สุคนธรสเริ่มพูด กรชวัลพยักหน้าเรื่องนี้เธอรู้ดี
“ฮื่อ แล้ว...”
“ฉันเจอเขา คุณเธมส์เขามากับหลาน”
“แล้วเจอกันจังๆ เลยเหรอ เขาเห็นแกไหม” กรชวัลถามรายละเอียด
“เห็น หลานเขามาซื้อนิยายฉัน” เธอตอบ
กรชวัลส่ายหน้าไปมา โลกมันกลมจริงๆ ไม่เจอกันมาตั้งสิบสามปีแล้ว ทำไมต้องวนมาพบกันได้อีก พรหมลิขิตหรือเวรกรรมแต่ก็นั่นล่ะเธออาจจะกังวลมากไป อาจจะแค่ผ่านมาเจอกันแวบเดียวแล้วผ่านไปก็ได้
“คงไม่มีอะไรมั้งแก อย่าคิดมากเรื่องมันผ่านมาตั้งนานแล้ว” เธอปลอบเพื่อน รู้ว่าสุคนธรสกำลังจิตใจสั่นไหวอย่างรุนแรง
หญิงสาวเจ้าของห้องพยักหน้า
“วันนี้แกอยู่เป็นเพื่อนฉันได้ไหมแต มีงานอีกรึเปล่า”
กรชวัลส่ายศีรษะ
“ไม่มี ฉันเคลียร์งานหมดแล้วพรุ่งนี้ฉันจะไปรับยายหนูมาลินกับแกไง ลืมเหรอว่านัดกันไว้”
“ไม่ลืม แต่ไม่แน่ใจว่าแกอาจจะมีงานช่วงเย็นไหม” สุคนธรสน้ำเสียงดีขึ้นเมื่อเพื่อนพูดถึงลูกสาว พรุ่งนี้เธอและกรชวัลจะไปรับธิมารินทร์ หรือ หนูมาลิน มาเรียนต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่หนึ่งที่กรุงเทพฯ
ทับทิมผู้เป็นพี่สาวรู้ว่าน้องสาวตอนนี้มีฐานะพร้อมที่จะดูแลลูกสาวเอง เธอจึงอยากให้สุคนธรสมีโอกาสใกล้ชิดกับธิมารินทร์มากขึ้น ก่อนที่จะบอกสาวน้อยให้รู้ความจริงว่าน้าสาวที่เธอรักคือแม่แท้ๆ ของเธอเอง เธอจึงตกลงใจส่งธิมารินทร์มาเรียนต่อที่กรุงเทพฯ โดยให้พักกับสุคนธรสที่ห้องชุด ธิมารินทร์เองก็เต็มใจมาอย่างยิ่งเพราะเธอรักน้าลี
“งั้นเราออกไปซื้อของมารอหนูมาลินกันไหมลี หนูมาลินชอบกินอะไรพรุ่งนี้จะได้ไม่ฉุกละหุก” กรชวัลชวนเพื่อนสาวออกไปข้างนอก
“ไปสิ จริงๆ ก็ว่าจะไปเดินซูเปอร์มาร์เก็ตแต่พอเจอเรื่องวันนี้เลยลืมไปหมด” ลีลุกขึ้นทันที ถ้าเป็นเรื่องของหนูมาลินเธอจะกระตือรือร้นมาก
หนึ่งชั่วโมงต่อมาสองสาวมาถึงห้างใหญ่ใจกลางเมือง ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งช็อปปิงของผู้มีอันจะกิน เธอทั้งสองจอดรถที่ชั้นใต้ดินและตรงเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตที่อยู่ชั้นเดียวกัน กรชวัลคว้ารถเข็นมาหนึ่งคันและช่วยกันเลือกซื้อของเตรียมให้เด็กสาว
“ยายหนูมาลินชอบกินอะไรนะลี ชอบสลัดไหม ผักสลัดสวยจัง” กรชวัลหยิบสลัดแก้วปลอดสารที่แรปอย่างดีขึ้นมาดู
“อืมม ก็ชอบนะ แต่ผักสวยจริงน่าทำสลัด”
สุคนธรสหยิบผักใส่รถหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นสลัดแก้ว คอส เรดโอ้ค กรีนโอ้ค ข้าวโพดหวาน ช็อปของสดได้ของมาเต็มคันรถทั้งอาหารและเครื่องดื่มสองสาวจึงตรงกลับห้อง ช่วยกันขนของขึ้นห้องพักอย่างมีความสุข
วันรุ่งขึ้นสุคนธรสและกรชวัลออกเดินทางแต่เช้าไปยังบ้านพี่สาวพี่เขย
“น้าลีมาแล้ว” ธิมารินทร์วิ่งมาหาน้าสาวอย่างดีใจ เธอกอดเอวน้าแน่นและหันไปกอดกรชวัลอีกคน
“สวัสดีค่ะน้าลีน้าแต” เด็กสาวสวัสดีคุณน้ายังสาวทั้งสองคน
“คิดถึงจังคนสวยของน้า” ลีกอดธิมารินทร์ไว้แน่น วันนี้เธอจะได้ลูกสาวกลับไปอยู่ด้วยแล้ว เป็นวันที่เธอรอคอยมาตลอดตั้งแต่วันที่แยกจากเด็กหญิงในวัยแบเบาะเมื่อสิบกว่าปีก่อน
“ขอบคุณนะคะพี่ ที่ช่วยเลี้ยงยายหนูมาจนโตขนาดนี้” สุคนธรสคุยกับพี่สาวตามลำพัง เธอเช็ดน้ำตาไปด้วยพูดไปด้วย
“ถึงยังไงยายหนูก็หลานพี่แท้ๆ ใช่คนอื่นที่ไหนกัน ลีอย่าคิดมากอีกเลยเรื่องมันผ่านมานานแล้วนะ” ทับทิมรู้ดีว่าน้องสาวยังมูฟออนจากเรื่องในอดีตไม่ได้
“ขอบคุณค่ะพี่” เธอยกมือไหว้พี่สาวคนเดียว
“เดินทางไปกันดีๆ ลืมเรื่องเก่าแล้วเริ่มต้นใหม่นะลี เริ่มต้นชีวิตใหม่กับหนูมาลิน” ทับทิมย้ำ