บรรยากาศในงานแต่งคึกคักอย่างมากผู้คนมากหน้าหลายตาจากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะแวดวงธุรกิจ หรือ ภาครัฐก็ละลานตาเต็มไปหมด ในขณะที่พิธีการยังไม่เริ่ม ฉันจึงหันไปเอ่ยกับผอ.ขอปลีกตัวไปห้องน้ำสะหน่อยโดยอ้างว่าจะไปเติมเครื่องสำอาง
ฉันเดินออกจากจากในงาน ก่อนจะเดินมายังห้องน้ำจริง ๆ นั่นแหละ แต่ไม่ได้มาเติมแป้งอะไร แต่กลับนั่งลงม้านั่งบริเวณนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงจากผู้คนที่แอดอัดต่างหาก
ฉันจะเกลียดจริง ๆ กับสายตาของคนที่มองมาด้วยนัยน์ตาที่รู้ว่ากำลังตั้งคำถามว่าฉัน เป็นเลขาของผอ.จริงหรือเปล่า ชิ...อยากจะตะโกนอัดหน้าพวกเขาในเร็ววันเสียจริงว่า ฉันเนี่ยแหละบุตรบุญธรรมของท่าน แต่ก็นั่นแหละบ่นได้แค่ในใจเท่านั้นตอนนี้
“เฮ้อ...” ฉันถอนหายใจแรง ก่อนจะเงยหน้ามองไปตามโถงทางเดิน เจอเด็กน้อยสองคน เด็กชายตัวเล็กวิ่งยังไม่แข็งแรงเท่าไหร่เซไปเซมา กับ เด็กสาวที่ดูโตกว่าขึ้นมาหน่อยกำลังวิ่งตามเด็กชาย
จู่ ๆ เด็กชายก็ดันล้มคะมำตรงหน้าฉันร้องไห้โฮ ก่อนที่เด็กหญิงที่วิ่งตามมาหยุดมองแล้วร้องไห้ตาม ให้ตายเถอะจังหวะนรกมาก ถ้าฉันไม่ทำอะไรมีหวังโดนคนที่เดินไปมามองว่าฉันเป็นคนทำให้เด็กร้องไห้แหง ๆ
“หนูจ๊ะ เจ็บตรงไหนรึเปล่า ไม่ร้องนะคะ” ฉันลุกจากม้านั่งก่อนจะโน้มตัวเพื่อพยุงเด็กทั้งสองให้ลุกขึ้น จากนั้นพามานั่งตรงม้านั่งที่ฉันลุกมา กว่าจะปลอบให้เด็ก ๆ หยุดร้องก็ทำเอาฉันเสียพลังงานไปมากทีเดียว
‘ซิก..ซิก’ เสียงสะอื้นไห้ของเด็กน้อยทั้งสองยังพอให้ได้ยิน ฉันจึงหยิบลูกอมเม็ดเล็กให้คนล่ะเม็ดเพื่อเป็นการปลอบใจเด็ก ๆ จากนั้นสีหน้าของเด็กทั้งสองคนก็ฉายรอยยิ้มออกมาทันที
“ว่าแต่ทำไมพวกหนูมาวิ่งเล่นกันสองคนล่ะจ๊ะ พ่อแม่หนูละ”
“คุณพ่อคุณแม่ยุ่งอยู่ค่ะ” เด็กผู้หญิงที่โตกว่าตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้มทำให้ฉันรู้สึกยิ้มไปด้วยจนอดที่จะลูบศีรษะเด็กน้อยทั้งสองคนไม่ได้
“ซี...สกาย” เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งตะโกนเรียกชื่อคนเสียงดังไม่ไกลนัก จนเด็ก ๆ ได้ยิน ก็ลุกขึ้นวิ่งไปหาผู้หญิงคนนั้นอย่างรวดรวดเร็ว ฉันมองเห็นเด็ก ๆ วิ่งไปกอดผู้หญิงคนนั้นดูท่าคงเป็นคุณแม่ของใครสักคนนั่นแหละ
แต่แล้วเด็กหญิงก็ดึงมือแม่ของเธอให้เดินมาทางฉัน ‘แล้วฉันต้องทำตัวยังไงเนี่ย’
“คุณแม่คะ พี่สาวคนนี้ช่วยสกายที่ล้มด้วยค่ะ แถมให้ลูกอมพวกหนูด้วย” เสียงเล็กสดใสเอ่ยก็ผู้เป็นแม่ของเธอ ดวงหน้าสวยของเธอมองมาที่ฉันด้วยรอยยิ้ม ซึ่งฉันเองก็ส่งยิ้มตอบตามมารยาท
“ขอบคุณมากนะคะ และต้องขอโทษที่เด็ก ๆ รบกวนคุณ”
“ไม่เป็นไรค่ะ เด็ก ๆ น่ารักและก็มีมารยาทมาก ๆ เลยฉันไม่ถือสาหรอกค่ะ”
จากนั้นพวกเราก็ได้ยินเสียงพิธีกรในงานประกาศดูเหมือนพิธีการจะเริ่มขึ้นแล้ว ฉันเองก็คงต้องรีบเข้าไปหา ผอ.แล้วสินะ แต่แม่ของเด็กคนนี้ก็เอ่ยกับฉันก่อน
“คุณมางานแต่งนี้ด้วยใช่ไหมคะ งั้นเดินเข้าไปด้วยกันดีไหมคะ”
“อะ...เอ่อยินดีค่ะ” ฉันยิ้มก่อนจะเดินตามเธอและเด็ก ๆ ไป เราเดินฝ่าฝูงคนเข้าไปด้านหน้า ซึ่งผอ.ของฉันก็อยู่ด้านหน้าเหมือนกัน
และเมื่อฉันมาถึง ตำแหน่งที่ ผอ.อยู่สิ่งที่ทำให้ฉันตกใจคือ เจ้าบ่าวในงานแต่งวันนี้กับเพื่อนที่ยืนอยู่ด้วยกันทำเอาฉันสะดุ้งเบิกตาโพลง ชายคนหนึ่งในนั้นหันมาจ้องฉันตาโตก่อนจะเอ่ยชื่อที่ฉันไม่เคยใช้มานานแสนนาน
“ปลายฝน??” เสียงทุ้มหล่อ สวมแว่นกรอบเงินมองมาที่ฉัน ทำเอาฉันกลืนน้ำลายไปหลายอึก เพราะไม่คิดไม่ฝันว่าจะกลับมาเจอเพื่อนเก่าที่นี่
“เอ็ดเวิร์ด...นายมาอยู่ที่นี่ได้ไง” เอ็ดเวิร์ดเดินฝ่าคนเข้ามาหาฉัน และนั่นก็ทำให้เจ้าบ่าวในงานหันมามองเช่นกันสายตาที่เจเดนเห็นฉันไม่ต่างจากเอ็ดเวิร์ดเลย แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะปลีกตัวเดินมาหาไม่ได้เพราะตอนนี้ พิธีการกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว ‘เจ้าบ่าววันนี้คือ เจเดนเหรอเนี่ย ก็ว่าทำไมชื่อถึงคุ้นเคยนัก’
พอฉันเห็นทั้งเอ็ดเวิร์ดและเจเดนอยู่ในนี้ พานทำให้ฉันกรอกตาซ้ายขวาว่าจะมีอีกคนอยู่ที่นี่รึเปล่า ด้วยใบหน้าที่ไม่สู้ดีนักจนเอ็ดเวิร์ดคงคาดเดาได้
“ไอ้ตินไม่อยู่นี่หรอก ออกไปข้างนอกสักพักคงเข้ามา”
“ไม่ได้สนใจซะหน่อยว่ามาตินจะอยู่ไม่อยู่” ฉันหันไปมองเอ็ดเวิร์ดแล้วตอบไปโต้ง ๆ ก่อนที่เอ็ดเวิร์ดจะคลายแขนจากการกอดอกลง
“ที่ผ่านมาเป็นไงบ้างสบายดีไหม ปลาย”
“อื้อ สบายดีนายก็เห็นอยู่ว่าฉันยังยืนอยู่ตรงนี้ แล้วนายละเอ็ดเวิร์ด”
“สบายดี นี่เมียฉัน ฟ้าคราม ส่วนนี่ก็ลูกฉัน น้องซี” เอ็ดเวิร์ดดึงผู้หญิงคนเมื่อกี้ กับเด็กหญิงที่ฉันปลอบไปก่อนหน้า นั่นก็ทำให้ฉันเข้าใจอะไรหลาย ๆ อย่าง ‘เฮ้อไม่คิดเลยว่า พวกมันจะเป็นฝั่งเป็นฝากันหมดแล้ว เอ็ดเวิร์ดแต่งงานมีลูกแล้ว เจเดนก็กำลังจะแต่งงาน ดูท่ามาตินเองคงก็...นี่ฉันคิดอะไรอยู่เนี่ย’ ฉันส่ายหัวไปมาเพื่อสลัดความคิดก่อนจะฉายรอยยิ้มบนใบหน้าหันไปทักทายเมียของเอ็ดเวิร์ด
“สวัสดีค่ะ ฉันปลายฝน อีกชื่อก็เรนนี่ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะคุณฟ้าคราม ฉันเป็นเพื่อนเก่าของเอ็ดเวิร์ดค่ะ” ฉันพูดพลางทำหน้าพยักพเยิดไปทางเอ็ดเวิร์ด ก่อนที่เอ็ดเวิร์ดจะหันไปขยายความกับเมียของตัวเอง
“ปลายฝนคือคนในแก็งผมสมัยเรียนมหาลัยน่ะฟ้า”
“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” เมียของเอ็ดเวิร์ดยิ้มให้ฉัน
“เช่นกันค่ะ” ฉันยิ้มให้อย่างเป็นมิตรจากนั้น เอ็ดเวิร์ดก็เริ่มคาดคั้นคำถามต่าง ๆ มากมายมาที่ฉัน ดูท่าวันนี้คงไม่ง่ายแล้วสินะ แต่การที่ต้องมาเจอเอ็ดเวิร์ดกับเจเดนที่นี่ ก็ยังดีกว่ามาตินละนะ ยังไงฉันก็ไม่ได้มีปัญหากับสองคนนี้ พวกเขาดูแลฉันดีในตอนนั้นจริง ๆ ฉันต่างหากที่ผิด ที่ทิ้งแก๊งไปดื้อ ๆ พวกเขาไม่เดินมาต่อยฉันก็นับว่าบุญแล้ว
“ว่าแต่ ทำไมถึงมางานแต่งไอ้เจเดนได้”
“ฉันมากับผอ.”
“ผอ. หรือว่า...”
“อืม ทำงานอยู่กับหน่วยงานเขาน่ะ” เอ็ดเวิร์ดมีท่าทีโล่งใจ
“มินา...พวกเราถึงตามแกไม่ได้เลยที่แท้...”
“อย่าเสียงดังเอ็ดเวิร์ด ฉันไม่ได้บอกใครเรื่องหน้าที่การงาน” ฉันเข้าไปกระซิบ ซึ่งเอ็ดเวิร์ดก็เข้าใจที่ฉันจะสื่อ
“ว่าแต่ไหน ๆ ก็กลับมาเจอกันแล้ว ขอเบอร์ติดต่อหน่อย แกหายตัวไปทิ้งพวกเราไว้แบบนั้นไม่คิดจะขอโทษกันหน่อยรึไง”
จู่ ๆ เอ็ดเวิร์ดก็ชวนเข้าดราม่า และยื่นมือถือของเขามาให้ฉัน เอาจริงฉันผิดเอง เพียงเพราะฉันทะเลาะกับมาติน แต่ฉันก็ดันหนีหายไปจากสารระบบไม่บอกกล่าวอะไรเอ็ดเวิร์ดกับเจเดนเลย ซึ่งฉันก็รู้ว่าพวกเขาตามหาฉันมาเสมอ แต่ฉันก็ใช้สิ่งที่ฉันเก่งกาจทางไซเบอร์ปกปิดร่องรอยของฉันมาตลอดล่ะนะ
“เออขอโทษ ฉันผิดเอง ตอนนั้นฉันทำอะไรวู่วามไปจริง ๆ นั่นแหละ” ฉันรับมือถือมาจากนั้นก็เมมเบอร์ของตัวเองไป เพราะฉันไม่จำเป็นที่ต้องหนีอะไรอีกแล้วตอนนี้ ฉันปล่อยวาง มีหน้าที่การงาน และหัวใจที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่พอ
“เบอร์นี้ เอาให้ไอ้ตินมันได้ไหม”
“จะเจเดน มาติน ฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอก ยังไงพวกนายก็เพื่อนฉันทั้งนั้น ถ้าพวกนายยังเห็นคนแย่ ๆ อย่างฉันเป็นเพื่อนนะ”
“เหอะ ยังมีกะใจนึกว่าพวกเราเป็นเพื่อนรู้สึกดีว่ะ”
“จะตอกย้ำฉันอีกนานไหม บอกว่าขอโทษแล้วไง แล้วนี่งานแต่งนี้ไม่ไปเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวบนเวทีล่ะ”
“ไม่ได้หรอก เจ้าสาวก็หลานฉัน”
“เดี๋ยวนะ เจ้าสาวหลานแก หรือว่า...โรงแรมนี้คือ...”
“ใช่ของพวกเราสามคนร่วมหุ้นกันเอง” ฉันที่ได้ฟังก็ตาเป็นประกาย ไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะเติบโตมากขนาดนี้
“แล้วแก๊ง??” ฉันเลิกคิ้วสงสัย ยังไงตัวฉันเองก็เคยอยู่ในแก๊งกับพวกเขา ตอนนั้นมันก็ค่อยข้างมีอิทธิพลพอควรเพราะยังไงทั้งสามคนก็เป็นคนจากตระกูลดังในประเทศนั้นทั้งนั้น
“ยังอยู่ดี เพียงแต่ตอนนี้ประเทศ A มีอะไรหลาย ๆ อย่างเปลี่ยนแปลงไม่เหมือนเดิมแล้วปลาย”
“ไปในทางที่ดี ?”
“ใช่...” เอ็ดเวิร์ดตอบไปตรง ๆ
“ได้ยินแบบนี้ รู้สึกดีชะมัด” ฉันยิ้มให้เอ็ดเวิร์ด... การได้คุยกับเขาในวันนี้เหมือนได้ยกภูเขาออกจากอกจริง ๆ ยังไงซะ ตอนนั้นเราก็สนิทกันมาก ชนิดที่เรียกว่าฉันคือหญิงเดียวในแก๊งเลยล่ะ
บนเวทีเริ่มพิธีการขึ้น เจ้าสาวคนสวยซึ่งเป็นหลานเอ็ดเวิร์ดจูงเด็กชายตัวน้อยที่ยังเดินไม่แข็งแรงอยู่เคียงข้างเธอ ‘นั่นมันเด็กคนนั้นนินา แสดงว่าเด็กชายคนนั้นที่ชื่อสกายคือลูกของเจเดนสินะ’