ตึก ตึก ตึก
ฉันกำลังเดินเข้าไปในคณะวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัย M ตอนนี้ฉันเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ตั้งแต่ชั้นได้รับข้อความตอบกลับของพี่ยักษ์ตอนนี้ก็ผ่านมา 2 ปีแล้ว ฉันเพียงอ่านแต่ก็ไม่ได้ตอบกลับไปแต่อย่างใด และไม่มีการตอบกลับมาเช่นกัน ขณะที่ฉันกำลังเดินไปนั้นสายตาหลายคู่ก็หันจับจ้องมาที่ฉัน จนฉันทำตัวไม่ถูกเลย วันนี้ฉันแต่งตัวหรือแต่งหน้ามาตลกหรอ อืม ก็ไม่แปลกนะ วันนี้ฉันใส่เสื้อนักศึกษาสีขาวพอดีตัว ใส่กระโปรงพีทยาวเลยหัวเข่ามานิดหน่อย ฉันเป็นสาวผิวสีน้ำผึ้ง ใบหน้าทาแค่กันแดดกับลิปมันสีแดงอ่อนๆ สวมแว่นตาลายเสือแบบทันสมัย ผมยาวดำสลวยตอนนี้มัดขึ้นเป็นหางม้าลวกๆแบบที่ชอบทำ ก็นะยัยหัวยุ่งคนดีคนเดิมของเพื่อนๆเองค้า หุหุ
ฉันกำลังจะเดินไปหายเพื่อนสนิททั้งสองลูกพีชและลูกหยี ใช่ค่ะพวกเราตามกันมาเรียนที่เดียวกันคณะเดียวกันและยังคงคบกันเองแค่สามคน
ลักษณะตึกของคณะวิศวะฯคือมีทางเข้าตึกที่ชั้นหนึ่งเป็นลานกว้างมีโต๊ะให้นิสิตได้มานั่งอ่านหนังสือกันใต้ตึกที่เรียกว่าตึกหนึ่ง เดินผ่านตึกหนึ่งเข้าไปจะเจอลานกว้างโล่งๆ อธิบายลักษณะง่ายๆเลยคือตึกสี่ตึกสร้างต่อกันเป็นสี่เหลี่ยมโดยที่ตรงกลางใช้เป็นลานกิจกรรมแต่ก็จะมีลานเกียร์แยกออกไปอยู่ติดกับสนามฟุตบอลมหาวิทยาลัยที่อยู่ทางด้านหลังของตึกสาม ฉันเดินผ่านตึกหนึ่งเข้าไปจนเจอเพื่อนทั้งสองที่มาจับจองที่นั่งกันอยู่ก่อนแล้ว
แปะ แปะ แปะ
“ ว้าว แกสวยมาก เป๊ะมาก หุ่นยั่วมาก ” ยัยพีชเอ่ยชมขึ้นพร้อมกับปรบมือให้กับการมาของฉัน
“ นั่นดิแกเปลี่ยนไปเยอะมาก จากตอนนั้นแค่สามเดือนเองปะ ” ลูกหยีถามต่อ
“ น่าจะนะ ฉันไม่ได้ดูแปลกไปใช่ปะ เดินเข้ามามีแต่คนมองแปลกๆ ”
“ ไม่มองแกสิแปลก สวยขนาดนี้ ” ลูกพีชคือชมฉันไม่เลิก>สวย สวยมาก
“ ครับ เพื่อนเราหรอลูกหยี ” พี่เขาตอบกลับมาขณะที่สายตายังคงจับจ้องมาที่หน้าของฉัน
“ ใบมิ้นท์ไงจำไม่ได้หรอ “ ฉันทำหน้าปากมุยแบบงอนๆส่งไป ทำให้พี่เขายิ้มออกมา อย่างว่าแหละใครจะจำได้ ฉันเปลี่ยนจากหลังเท้าเป็นหน้ามือเลยล่ะ พอน้ำหนักลดลงอะไรๆก็เปลี่ยนไปหมด เพราะมีเรื่องที่ทำให้ฉันน้ำหนักตัวลดลงน่ะสิ แต่ฉันไม่อยากจะพูดถึงมันอีก มันพาลให้น้ำตาที่อดทนไว้จะไหลออกมาอยู่ลอมล่อหากพูดถึง
“ เจ็บไหมครับ เดี๋ยวพี่เลี้ยงข้าวปลอบใจ ” พี่ยิมพูดไปพลางโน้มตัวลงมาให้ใบหน้าเขาอยู่ในระดับเดียวกับใบหน้าของฉันพร้อมกับเอื้อมมือมาลูบที่สันจมูกฉันเบาๆ
ฉันไม่ได้เข้าข้างตัวเองนะ แต่รอยยิ้มพี่ยิมเจ้าชู้มาก
“ อะแฮ่ม ไม่ได้อยู่กันสองคนไหมคะ เอามือออกจากหน้าเพื่อนหนูได้แล้วค่ะ พวกหนูจะไปเรียนแล้ว ” ลูกหยีเดินมาดึงฉันเข้าไปกอดและส่งสายตาดุๆให้พีาชายตัวเอง เห็นไหมคนอื่นมองยังรู้เลย
“ พี่ยิมมาลูปหน้าพีชก็ได้ค่ะ ลูบมากกว่าหน้าก็ได้ อิอิ ”
“ พอจ้ะพี่ชายฉันเนอะ ฉันไม่อยากได้แกเป็นพี่สะใภ้ยะ! ”
555555
พวกเราขำลั่นพร้อมกับโบกมือลาพี่ยิม
“ แกไม่รอดพี่ฉันแน่ ” ลูกหยีกล่าวขึ้นเดินเจ้าห้องเรียน
“ พักจ้ะ ฉันไม่ได้ชอบพี่ชายแกเนอะ ถึงแม้พี่ยิมจะหลอกก็เถอะ 555 ” ฉันตอบกลับไปแบบขำๆก็ฉันไม่ได้ชอบพี่ยิมจริงๆ
“ จ้าา ใครจะมาแทนที่พี่ยักษ์ของแกได้ล่ะ ”
“ ยัยพี! ”
“ กรี๊ด ลูกพีชย่ะ!! ”
555555
ขณะที่พวกเราหัวเราะกันเสร็จอาจารย์ก็เดินเข้ามาในห้องเรียน พวกเราเลือกนั่งตรงกลางไม่ใกล้หรือไกลมากไป วันแรกยังไม่ค่อยได้เรียนอะไรเท่าไหร่ มีแนะนำวิชาต่างๆ การเตรียมเอกสารที่จะใช้ประกอบการเรียนและแนะนำส่วนอื่นๆของการเริ่มเรียนมหาลัย วันนี้วิาสุดท้ายเลิกตอนสี่โมงเย็นและจะต้องไปประชุมเชียร์ต่อกิจกรรมที่เด็กวิศวะทุกคนต้องเคยผ่าน เห้อแล้วจะได้กลับไปนอนตอนกี่โมงนะ ตื่นเต้นก็ตื่นเต้นแต่ง่วงอะ TT