หลังจากไปกินชาบูกันเสร็จพี่ยิมก็อาสามาส่งฉันที่คอนโดก่อน เพราะเพื่อนตัวดีของฉันทั้งสองคนพร้อมใจกันบอกว่าจะอยู่ซื้อของกันต่อ ฉันก็พอมองออกว่าเพื่อนทั้งสองคนคงอยากให้ฉันได้อยู่กับพี่ยิมสองต่อสอง ใจฉันคือไม่ได้คิดอะไรกับพี่ยิมไงแต่วันนี้เหนื่อยมาก เลยยอมกลับมากับพี่ยิมสองต่อสองก่อน
“ หนูอยู่คอนโดไหนหรอคะ ” โหคะขาก็มาด้วย ถ้าฉันไม่ได้มีคนในใจอยู่ก่อนแล้วคงอ่อนละทวยแน่เลย
“ คอนโด M ค่ะ ” พี่ยิมพยักหน้าตอบรับและขับรถออกไป ตอนแรกเขาจะคาดเข็มขัดให้ฉันแต่ฉันชิงทำเองก่อนเลยกลัวจะกลายเป็นจังหวะตกหลุมรักแบบครั้งก่อนอีก
ตอนนี้ฉันย้ายมาอยู่คอนโดคนเดียวที่ใกล้ๆมหาลัยแล้ว แม้ตามใจจริงฉันอยากอยู่บ้านกับคุณย่ามากกว่าแต่ท่านกลัวว่าฉันจะเหนื่อยเกินไปเลยให้ฉันมาอยู่คอนโด ยังดีที่น้านี น้องสาวของพ่อฉันที่เป็นลูกสาวคนเล็กของคุณย่าท่านมารับคุณย่าไปอยู่ด้วยที่เมืองนอก หลังจากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดก่อนหน้านี้ขึ้น จริงอยู่ที่ฉันโตมากับคุณย่าแค่สองคนแต่ฉันไม่เคยลำบากเลย คุณย่าท่านเลี้ยงดูให้ฉันเติบโตมาอย่างดีโดยไม่ขัดสนเรื่องเงินเลย ท่านมีห้องเช่า ตึกแถว ให้คนเช่าโดยเก็บเงินค่าเช่าทุกเดือนโอนเข้าบัญชีของฉัน ยังไม่รวมที่ทางที่ปล่อยให้เกษตรกรเช่าทำไร่ทำนาอีก คุณย่าฉันท่านมีฐานะพอตัวเลย ร้านอาหารไทยที่ท่านทำตอนสมัยฉันเรียนอีก ท่านพึ่งไปอยู่เมืองนอกก่อนฉันเปิดเทอมไม่กี่วันเอง ท่านเป็นห่วงฉันมากฉันรู้ ตั้งแต่เกิดมาฉันไม่เคยอยู่ห่างจากท่านเลย ท่านดึงดันจะไม่ไปอยู่กับน้านีที่เมืองนอกเพราะอยากอยู่กับฉัน แต่ฉันกลับเป็นห่วงท่านมากกว่า ฉันกลัวว่าฉันจะดูแลท่านได้ไม่ดีเพราะท่านอายุมากแล้วจำเป็นต้องมีคนดูแลตลอดเวลา ฉันเลยบอกท่านว่าฉันอยู่ได้ ฉันเป็นห่วงท่านมากกว่าอยากให้ท่านอยู่กับฉันไปนานๆ ท่านเลยยอมไปอยู่กับน้านี เราโทรคุยกันทุกวันเลยแหละ พูดแล้วก็คิดถึงท่านขึ้นมาเลย TT
“ หนูอยู่คนเดียวหรอคะ “ พี่ยิมถามขึ้น
“ ใช่ค่ะหนูอยู่คนเดียว ”
“ แล้วคุณย่าสบายดีไหมคะ ”
“ สบายดีค่ะ ตอนนี้ท่านอยู่เมืองนอกแล้วค่ะ ”
“ อ่อ หนูคงคิดถึงท่านแย่เลย ”
“ ใช่ค่ะคิดถึงมากก ยิ่งกลับไปอยู่ห้องคนเดียวแล้วเหงามากค่ะ ” ฉันตอบกลับพร้อมทำหน้ามุ่ย
“ โอ๋ๆ ถ้าหนูเหงาหนูเรียกหาพี่ตลอดได้เลยนะคะ พี่จะมาหาหนูทุกเมื่อเลย ” ไม่พูดเปล่าพี่ยิมใช้มือข้างนึงที่ไม่ได้จับพวงมาลัยรถยื่นมาลูบหัวฉันเบาๆ อ่า ผู้ชายลูบหัวแปลว่า..
“ ขอบคุณนะคะ ” ฉันทำได้แต่ยิ้มตอบขอบคุณออกไป ไม่นานก็ถึงคอนโดของฉัน
” หนูขอบคุณพี่ยิมมากเลยนะคะที่มาส่งหนู “ ฉันตอบกลับไปพร้อมหันไปยกมือไหว้พี่ยิม
” ไม่เป็นไรค่ะรอบหน้าพี่ขอมาส่งหนูอีกได้ไหมคะ “
” 555 ได้ค่ะถ้ามีโอกาส ^^ หนูไปแล้วนะคะ สวัสดีค่ะ “
พรึบ
” คะ? “ ฉันหันไปมองแขนที่ถูกรั้งเอาไว้
” พี่ขอ LINE หนูหน่อยได้ไหมคะ “ พี่ยิมพูดออกมาพร้อมกับยื่นโทรศัพท์มือถือมาตรงหน้าฉัน
” ได้ค่ะ “ ฉันตอบกลับพร้อมกับหยิบมือถือของพี่ยิมมาพิมพ์ไอดี LINE ของตัวเอง
” นี่ค่ะ หนูไปแล้วนะคะ “
” ค่ะ เดี๋ยวพี่ทักไปหานะคะ “
ปึก
ฉันปิดประตูรถแล้วเดินขึ้นคอนโดทันที และยังไม่ลืมที่จะส่งข้อความเจ้าไปในกลุ่มที่มีเพื่อนตัวดีทั้งสองคน จงใจเป็นแม่สื่อกันดีนักต้องโดนดี ละพวกมันสองคนทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แหมมองจากดาวอังคารยังรู้เลยจ้ะ
เมื่อมาถึงห้อง ฉันก็วางของเตรียมตัวจะอาบน้ำแต่มีเสียง แจ้งเตือนข้อความดังขึ้นขัดจังหวะซะก่อน
โหพี่ยิมทักมาไวจัง
นี่คือสิ่งที่ฉันคิดแต่พอเปิดมือถือขึ้นมาดูกลับทำให้ฉันรู้สึกประหลาดใจ
พี่รหัส : ดีน้องรหัส
เมื่อเห็นข้อความนั้นทำให้ฉันต้องกดเข้าไปเปิดดูและตอบกลับทันที
มต : สวัสดีค่ะ พี่ชื่ออะไรหรอคะ
พี่รหัส : ถามงี้เลย?
พี่รหัส : ลองหาดูก่อนไหม
พี่รหัส : ?
มต : แฮะๆ
มต : ก็หนูอยากรู้เลยนี่นา
พี่รหัส : ไม่ได้ อย่างอแง
เอ๋ พิมพ์น่ารักจัง ว่าแต่เขาไปเอาไลน์ฉันมาจากไหนนะ
มต : พี่ไปเอาไลน์หนูมาจากไหนหรอคะ
พี่รหัส : ..
มต : พี่เป็นผู้หญิงหรือผู้ชายหรอคะ
พี่รหัส : ..
มต : พี่อยู่ปีสองหรือปีสามคะ
พี่รหัส : ..
มต : จะไม่ตอบน้องจริงๆหรอคะ
คือพี่เขาอ่านไวมากนะ อ่านทุกข้อความแต่ไม่ตอบฉันเลยคือพี่เขาจี้ประสาทเกิน ไม่ตอบก็ไม่ต้องตอบ ค่อยหาเอาวันหลังก็ได้ ฉันไปอาบน้ำดีกว่า พอเห็นว่าเขาไม่ตอบฉันก็คว่ำหน้ามือถือลงบนที่นอนและเดินเข้าไปในห้องน้ำทันทีโดยไม่สนว่าคนในแชทจะตอบกลับมารึยัง
Y talk
16.30 น.
ขณะที่ผมนั่งอยู่ที่โต๊ะม้าหินด้านหลังที่เบื้องหน้าเป็นรุ่นน้องปีหนึ่งและปีสองกำลังจัดกิจกรรมประชุมเชียร์กันอยู่ ผมเป็นเฮดว้ากปีสามที่ต้องมาคุมรุ่นน้องอีกที แถมวันนี้ประชุมเชียร์วันแรกจำเป็นต้องเข้าร่วมเพื่อมาแนะนำตัวกับรุ่นน้อง ใจจริงผมอยากกลับไปนอนมากกว่า ช่วงนี้เรียนหนักเกินแต่ก็ไม่ได้หนักสำหรับผมสักเท่าไหร่
ก็ผมมันพวกหัวดี
ทุกวันนี้ค่อนข้างน่าเบื่อ เรียน กินเหล้า คั่วผู้หญิงบ้างเป็นครั้งคราว ผมไม่ได้มั่วนะแต่ผมก็ผู้ชาย มันก็ต้องมีกันบ้าง ไม่ได้บ่อยแบบทั้งวันทั้งคืนเมื่อมีโอกาสอย่างเพื่อนผมหรอก ไอ้พวกนั้นมันเสือดีๆนี่แหละ ขณะที่ผมรอเวลาให้ช่วงเวลานี้ผ่านไปเพื่อนผมมันก็เริ่มมองสาวกันแล้ว
“ เชี่ย คนนั้นอย่างขาว ” ไอ้เสือเริ่มมองหาเหยื่ออีกแล้ว
“ ไหน ของดีให้กูดูบ้าง ” ไอ้ซากิเสริม
“ คนนั้นไงที่กระโปรงสั้นๆอะ หลุดมาเรียนวิดวะได้ไงวะ ” อืมก็จริงอย่างมันว่า แต่จะแปลกอะไรพวกผมหน้าตาดียังเรียนวิดวะเลย (ยักไหล่)
ตึก ตึก ตึก
เสียงฝีเท้าวิ่งมาไกลๆอย่างเร่งรีบ คงไม่พ้นเด็กปีหนึ่งที่มาสายยังไม่ทันได้มองดีๆว่าเป็นใครเสียงซุบซิบก็ดังขึ้นเบาๆ เอ่ยชมปีหนึ่งสามคนที่เข้ามาใหม่คงหน้าตาดีแหละขนาดไอ้พวกชีกอข้างๆยังอดชมไม่ได้
“ โหสาวหมวยสเป็กเสือเลยค้าบ ” ไอ้เวรนี่เจ้าชู้จริงๆ
“ มึงว่าคนนั้นพูดชายปะ ” คนเงียบๆแบบไอ้ครามก็เอากับพวกมันด้วย
“ หน้าหวานขนาดนั้นมึงคิดว่าใช่ไหมล่ะ ” ไอ้ห่าพวกนี้ขี้เม้าส์จริงๆ
“ หืม คนหลังสวยจัง ” ครั้งนี้เป็นไอ้พร้อมรบที่พูดขึ้น ละเสืออย่างมันที่กินอย่างเดียวไม่ชมเหยื่อยังเอ่ยปากชม ทำให้พวกผมต้องมองตาม
สวย สวยมาก
สวย ตัวเล็ก ผิวแทน หน้าคม ขนาดสวมแว่นตานะเนี่ย มองไกลๆยังรู้เลยว่าสวย
“ หุ่นอย่างดี ” ไอ้เสือนี่ลามกไม่เลิก
” โคตรน่าขย่ำ “ ไอ้เวรเสือ
แต่ทำไงได้หุ่นดีจริง ใส่กระโปรงพีทยาวเหนือเข่า สวมเสื้อนิสิตพอดีตัวที่ไม่ใช่แบบรัดติ้ว
แต่โคตรเอ็กซ์ ฮอตเนิร์ดสุดๆ
“ ไงมึงไอ้ยักษ์ มองตาไม่กระพริบเลยดิ ”
“ มึงนี่วอนจริงๆไอ้เสือ เดี๋ยวมันก็ซัดให้หรอก ” เป็นไอ้ซากิที่ตอบแทนผม ผมไม่ได้ฟังที่พวกมันพูดต่อหรือตอบโต้อะไรเพราะมัวแต่มองการกระทำของน้องคนนั้นอยู่ น่ารักน่าอุ้มจริงๆเด็กอะไรเนี่ย เสียงก็น่ารัก
ผมนั่งมองนั่นมองนี่มองน้องคนนั้นไปเรื่อยๆจนเด็กปีหนึ่งเริ่มแนะนำตัวกัน อยากรู้จริงๆชื่ออะไร
“ ต่อไปคุณคนสุดท้าย ยืนครับ! ” ไม่รู้ทำไปได้ไงตะโกนกันทั้งวันทั้งคืนคอจะแตกกันอยู่แล้วพวกผม แต่ก็เป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งของเด็กวิศวะแหละ
“ สวัสดีค่ะ ชื่อนางสาวมินตรา อมรฐิติรักษ์ ชื่อเล่นใบมิ้นท์ค่ะ ^^ “
-0-
พรึบ
เพื่อนผมทุกคนในกลุ่มหันมามองผมเป็นตาเดียว ไม่ใช่แค่พวกมันที่อึ้ง ผมเองก็อึ้ง จะไม่อึ้งได้ไงนี่แฟน(หลอกๆ)สมัยเรียนของผมเลยนะ
จบ Y talk