เมื่อถึงวันที่ต้องไปตรวจหลังคลอดและพาน้องลูกหมีไปฉีดวัคซีนในวันเดียวกัน ชัชชุอรไปตามปกติ หลังจากที่พยาบาลวัดความดันและชั่งน้ำหนักให้เธอแล้ว ได้แจ้งว่าการตรวจหลังคลอดจะมีอะไรบ้าง
“การตรวจหลังคลอดจะมีการตรวจเต้านม ดูว่าน้ำนมปกติไหม อุดตันหรือเปล่า ตรวจหน้าท้องดูแผลที่เย็บนะคะ และตรวจภายในค่ะดูว่ามดลูกปกติไหม”
ชัชชุอรทำสีหน้ากังวล เธอไม่คุ้นกับการตรวจภายใน
“ไม่ต้องกังวลค่ะคุณแม่ ไม่เจ็บเลยค่ะ คุณแม่เปลี่ยนเสื้อผ้าได้เลยนะคะ ส่วนน้องลูกหมีห้องเด็กจะดูแลให้ในระหว่างที่คุณแม่ตรวจค่ะ แต่วันนี้ต้องตรวจกับคุณหมอนิลุบลนะคะ หมอศรันย์มีเคสด่วนค่ะ”
ชัชชุอรโล่งอกที่ตรวจภายในกับหมอผู้หญิง ทำให้เธอสบายใจขึ้นมาก ในห้องตรวจแพทย์หญิงนิลุบลได้กล่าวชมคุณแม่มือใหม่
“น้ำหนักลงไปสิบสองกิโลภายในหกวีค ถือว่าน้ำหนักคุณแม่ลงมาตามเกณฑ์ปกติแล้วค่ะ ส่วนเต้านมไม่มีปัญหา มดลูกเข้าที่ดีแล้วส่วนแผลเย็บรอยแทบไม่เห็นเลยค่ะ” เรื่องนี้เธอเองก็เห็นด้วยว่าศรันย์เย็บแผลดีมาก
เมื่อออกมาจากห้องตรวจแล้วเธอไปรับลูกชายที่ห้องเด็ก จึงพบศรันย์ที่นั่น
“เป็นยังไงบ้างครับตรวจหลังคลอด” ความจริงเขาไม่ได้มีเคสด่วน แต่ไม่อยากให้เธอลำบากใจถ้าต้องตรวจภายในกับเขา ศรันย์จึงให้แพทย์หญิงนิลุบลเจ้าของเคสคนแรกของเธอเป็นผู้ตรวจแทน
“ก็ดีค่ะ คุณหมอบอกว่าไม่มีปัญหาอะไร” ชัชชุอรบอกแค่นั้นเพราะคิดว่าเขาคงน่าจะได้เห็นรายงานการตรวจภายหลังเองจากหมอนิลุบล
“ชุมายังไงครับวันนี้ มีใครมาด้วยไหม” เธอต้องพาลูกมาฉีดวัคซีนด้วย เขาคิดว่าเธอคงไม่ได้ขับรถเองแน่
“ตอนเช้าปามาส่งน่ะค่ะพี่บอล กะว่าเดี๋ยวจะเรียกแท็กซี่กลับ” หน้าตึกมีรถรับจ้างคอยรับส่งผู้มาโรงพยาบาลเยอะ เรื่องนี้เธอจึงไม่กังวล
“งั้นเดี๋ยวพี่ไปส่งเอง ไปกันครับพี่จะไปธุระแถวบ้านชุพอดี” ท่าทีของคุณหมอหนุ่มเป็นไปแบบสบายๆ บริสุทธิ์ใจจนเธอไม่กล้าปฏิเสธ
ศรันย์อุ้มเด็กชายชนันธรเดินนำเธอไปที่รถของตนเอง ท่ามกลางสายตาคนทั้งโรงพยาบาล และเสียงซุบซิบว่าความจริงแล้วเขาอาจจะเป็นพ่อของเด็กชายก็ได้
“พี่บอลคะ” มณีสรมาดักรอชายหนุ่มที่โรงพยาบาล เธอทำหน้าตกใจเมื่อเห็นเขาอุ้มเด็กที่ไหนไม่รู้ และยิ่งตกใจมากขึ้นเมื่อเห็นผู้หญิงที่เดินตามหลังมา
ชายหนุ่มทำสีหน้าเรียบเฉยเมื่อเห็นมณิสร
“มีอะไรเหรอครับ วันนี้มีธุระแถวนี้เหรอ”
ชัชชุอรเองก็ตกใจเมื่อพบมณิสร เธอคิดว่าจะไม่ต้องมาพบคนพวกนี้แล้วเสียอีก
“เด็กคนนี้ใครคะ แล้วทำไมพี่บอลมากับผู้หญิงคนนี้ได้” มณิสรปากคอสั่น
“คุณชัชชุอรเป็นคนไข้พิเศษของพี่ ถ้าสรไม่มีอะไรพี่ขอตัวนะ” ศรันย์เริ่มไม่ชอบใจที่หญิงสาวซักไซ้ไล่เรียง
“คุณชัชชุอรเป็นอดีตคนรักของน้องเขยพี่ พี่บอลรู้รึเปล่าคะ” มณิสรไม่รู้ว่าชัชชุอรมีแผนอะไรที่มาเข้าใกล้ศรันย์ แต่เธอจำเป็นต้องเตือนให้เขารู้ตัว
ศรันย์นิ่งขึงเมื่อได้ยินเช่นนั้น ส่วนชัชชุอรตกใจมากเมื่อรู้ว่าเขากับศกุนตลาเป็นพี่น้องกัน
“ผู้หญิงคนนี้เคยอยู่กินกับคุณทัพพ์ แต่เมื่อเขากำลังจะแต่งงานกับศกุนตลา คุณชัชชุอรเลยเลิกกับคุณทัพพ์แล้วซมซานกลับเมืองไทย พี่บอลรู้รึเปล่าคะ” มณิสรพูดต่อเธอคิดว่าเธอถือไพ่เหนือกว่าชัชชุอร ตีงูต้องตีงูให้ตายเธอไม่น่าเคยสงสารผู้หญิงคนนี้เลย
ศรันย์เริ่มเดาเรื่องออก และเขาคิดว่าเขาเข้าใจแล้วว่าทำไมชัชชุอรไม่ใส่ชื่อพ่อของลูกในใบเกิด เขาฉวยมือของชัชชุอรไว้แล้วพูดกับมณิสร
“พี่ไม่สนใจเรื่องของกุนกับสามีเขาหรอก และคิดว่าสรเองก็น่าจะเลิกสนใจเรื่องของพี่กับชุได้แล้วด้วย ขอโทษนะพี่ขอตัววันนี้ชุกับลูกเหนื่อยแล้ว”
ผู้ชายตัวใหญ่อุ้มเด็กแบเบาะในห่อผ้าด้วยมือเดียว แลดูเป็นภาพที่ไม่น่าจะเข้ากันแต่ศรันย์ก็ทำได้ดี อีกมือเขาดึงแม่ของเด็กชายให้เดินตามไปที่รถ
มณิสรตกตะลึงกับคำตัดรอนตรงๆ ของคนที่เธอตามตื๊อมาตลอด เธอทำความดีมาตลอด เธอช่วยให้มือที่สามของเพื่อนต้องกระเด็นออกไปแล้วทำไมนังนั่นถึงกลับเข้ามาขวางทางของเธอเสียเอง
แล้วเด็กนั่นลูกใคร เธอคำนวณเวลาที่เธอพบชัชชุอรตอนฝ่ายนั้นกลับไทยใหม่ๆ มันใกล้เคียงมากว่าอาจจะเป็นลูกของทัพพ์หรือไม่ใช่ก็ได้ แล้วถ้าเป็นลูกของศรันย์ล่ะเขาถึงกางปีกปกป้องมันขนาดนี้ หญิงสาวคิดด้วยความทุรนทุรายใจ
ฝ่ายชัชชุอรเมื่อออกมาพ้นสายตาของมณิสรแล้วเธอดึงมือออกจากมือใหญ่ที่จับไว้
“ปล่อยเถอะค่ะพี่บอล ชุจะกลับบ้านกับลูกเอง” นาทีนี้เธอไม่รู้เลย ว่าเธอสามารถไว้ใจเขาได้แค่ไหน เขาเข้ามาพัวพันเพราะต้องการอะไรกันแน่
“พี่จะไปส่งเองชุ” เขายืนยันเปิดประตูรถให้เธอ และส่งลูกชายให้เธออุ้มปิดประตูรถแล้วรีบไปขึ้นฝั่งคนขับ
ต่างคนต่างเงียบจนถึงหน้าบ้านเธอ ชายหนุ่มชะลอรถจอดหน้ารั้ว เขาตัดสินใจพูดขึ้นมา
“เรื่องที่สรพูดพี่ไม่เคยรู้เรื่องมาก่อนและก็ไม่สนใจมันด้วย พี่ยอมรับว่าพี่สนใจชุตั้งแต่ตอนที่เจอในโรงเรียนสอนจัดดอกไม้ แต่พอมาเจอกันอีกทีชุเป็นคนไข้ที่พี่ดูแล พี่ก็พยายามทำหน้าที่หมอให้ดีที่สุด ส่วนตอนนี้ถ้าชุเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวจริงๆ พี่ก็มีสิทธิ์ที่จะทำความรู้จักกับชุไม่ใช่เหรอ”
ชัชชุอรเงียบไปนาน เธอไม่คิดจะหาพ่อให้ลูกใหม่ หรือจะว่าไปเธอเข็ดกับความรักที่ผ่านมาจนไม่คิดจะมีใครแล้ว
“พี่ไม่ได้รีบเราจะดูใจกันไปอีกห้าปีก็ได้ ชุเองจะได้แน่ใจว่าพี่ไม่ได้เข้ามาในชีวิตเพราะเหตุผลอื่น”
“ชุเคยเป็นเมียของน้องเขยพี่บอล พี่บอลไม่คิดอะไรเหรอคะ” เธอถามตรงๆ
“พี่ไม่สนใจอดีต แต่เรื่องที่ว่าสามีของกุนเป็นน้องเขยพี่ ถ้าชุติดใจตรงนั้นพี่จะบอกว่ากุนเป็นแค่ญาติพี่ เป็นลูกของอาไม่ใช่น้องสาวแท้ๆ กุนไม่ได้สำคัญกับพี่ขนาดนั้น” ทัพพ์หน้าตาเป็นอย่างไร บอกตามตรงว่าเขาเองก็จำไม่ได้ด้วยซ้ำ
“ชุไม่พร้อมมีใครค่ะ” เธอสรุป ทำท่าจะก้าวลงจากรถ ศรันย์ลงมาเปิดประตูให้เธอ
“พี่ไม่ได้เร่ง อย่างที่บอกชุจะดูพี่ไปอีกห้าปีก็ได้ อย่างน้อยเราก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ใช่ไหม”
เรื่องนั้นมันก็ใช่ถ้าตัดเรื่องที่มณิสรพูดออกไป ศรันย์ดีกับเธอมากจะหาใครที่มีน้ำใจกับผู้หญิงท้องแก่ ในตอนที่ไม่มีความสวยเลยแบบเขาก็คงยาก
“ชุถามได้ไหมคะ ผู้หญิงคนนั้นมณิสรเป็นอะไรกับพี่บอล”
บทเรียนจากทัพพ์ทำให้เธอระแวงทุกคน ถ้าเขาเป็นคนรักของผู้หญิงคนนั้นแม้แต่ความเป็นเพื่อน เธอก็คงให้ไม่ได้เพราะมณิสรคงไม่ยอมให้เธออยู่แบบสงบสุขแน่
“สรเป็นเพื่อนกุน เขาชอบมาดักรอพี่แบบนี้ล่ะ อาจจะเพราะว่าสรเขายังไม่มีแฟนก็ได้” ศรันย์พูดให้มณิสรเสียหายน้อยที่สุด ถึงแม้ว่าตัวเขาเองจะไม่ชอบพฤติกรรมหลายอย่างของเธอ