ภูวรินทร์ขับรถพาอิงดาวมาส่งขนมตามร้านที่อิงบอก จนครบทุกร้าน
" วันนี้ขอบคุณพี่ภูมากนะคะ ดีจริงๆที่บังเอิญพี่ภูมาเดินตรวจที่นี่ ไม่งั้นอิงแย่แน่ๆเลยค่ะ "
ภูวรินทร์ยิ้ม
" ไม่เป็นไรครับ พี่ต้องช่วยอยู่แล้ว ลองไม่ช่วยสิ คุณแม่คงเอาพี่ตายแน่ๆ "
อิงดาวยิ้มขำ
" เดี๋ยวอิงไปดูรถพี่ภูกลับก่อนก็ได้นะคะ "
" ไม่ต้องหรอก ลูกน้องพี่โทรมาบอกว่าตอนนี้รถอิงอยู่ที่อู่ แต่ร้านยางหมดพอดีเลยต้องสั่ง คงต้องรออีกหลายวัน "
" ว้า แย่จัง "
" มีพี่อยู่ไม่แย่หรอก "
" แต่พี่ภูทำงาน อิงเกรงใจ "
" ทำงานก็มาได้ครับ อีกอย่างถ้าคุณแม่รู้ เชื่อสิว่าท่านต้องบอกให้พี่มาช่วยน้องอิง ว่าแต่พี่ถามอะไรหน่อยสิ "
" ถามอะไรค่ะ "
" น้องอิงเรียนเทควนโด้ด้วยเหรอครับ "
" อ๋อ ใช่ค่ะ อิงเรียนเทควนโด้ เคยไปแข่งระดับเยาวชนครั้งหนึ่ง ได้เหรียญทอง "
" เก่งนะ "
" พ่ออยากให้อิงฝึกไว้ป้องการตัวค่ะ ตอนส่งอิงเรียนเทควนโด้ พ่อย้ำนักย้ำหนาว่าอย่าเอาวิชาความรู้ไปรังแกใคร "
" ดีแล้วครับ อืม ... ขนมก็ส่งหมดแล้ว น้องอิงไม่รีบใช่มั้ยครับ "
" ไม่รีบค่ะ "
" งั้นแวะทานข้าวเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะ พี่หิวยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงเลย "
" ได้ค่ะ "
เขาอุตส่าห์เป็นสารถีขับรถไปส่งขนมให้เธอจะปฏิเสธได้ยังไง
ภูวรินทร์ขับรถพาอิงดาวมาที่ร้านอาหารหรูหราแห่งหนึ่ง อิงดาวมองอย่างชั่งใจ ไม่กล้าเดินเข้าไป
" ทานที่นี่เหรอคะ "
" ครับ "
" ท่าทางจะแพงน่าดูเลยนะคะ "
" ก็ไม่เท่าไหร่หรอกครับ "
" แต่ .... "
" ไปเถอะ พี่เลี้ยงเอง "
ภูวรินทร์เดินนำอิงดาวเข้าไปในร้านอย่างเสียไม่ได้
" สวัสดีค่ะ กี่ท่านคะ "
" 2 ครับ "
" ไม่ทราบว่าลูกค้าได้จองไว้มั้ยคะ "
" จองไว้ครับ "
" ขอดูบัตรหน่อยค่ะ "
พนักงานรับบัตรไปดู ในขณะที่อิงดาวรู้สึกแปลกใจไม่น้อย ที่เขาบอกว่าจองไว้ หมายความว่า เขาตั้งใจมาทานข้าวที่นี่อยู่แล้ว หรือว่านัดใครไว้ด้วย
" คุณลูกค้าเชิญด้านนี้เลยค่ะ "
ภูวรินทร์ส่งสัญญาณให้หญิงสาวเดินตามเขาเข้าไปด้านใน จนถึงที่นั่งตามเบอร์โต๊ะที่เขาจองไว้
" พี่ภู จองไว้ให้ใครเหรอคะ "
ทำเอาภูวรินทร์พูดไม่ออก
" อ๋อ เอ่อ ... คือพี่ตั้งใจมาทานข้าวน่ะครับเลยจองไว้ "
" จองไว้ทานกับแฟนเหรอคะ แล้วแฟนพี่ภูจะหึงมั้ยคะ "
" พี่ไม่มีแฟน แต่อยากจองไว้เพราะกะจะมาทานที่นี่อยู่แล้ว เลยหาเพื่อนมา อ่ะนี่เมนู ทานอะไร สั่งเลย "
แต่อิงดาวไม่กล้าสั่ง เพราะดูแล้วราคาอาหารที่นี่น่าจะไม่ธรรมดา
" อิงทานได้หมดเลยค่ะ พี่ภูสั่งเลยก็ได้ค่ะ "
ภูวรินทร์รู้ว่าอิงดาวน่าจะเกรงใจ แต่ก่อนจะได้สั่งอาหาร
" อ้าวภู ไม่ได้เจอกันหลายปีเลยนะคะ "
คทา อดีตแฟนสาวของเขาที่เลิกลากันไป คทามากับแฟนใหม่ ที่ดูแล้วน่าจะมีฐานะไม่น้อย และตำแหน่งหน้าที่การงานคงจะไม่ธรรมดา
" นี่คุณธันวา เจ้าของธุกิจสื่อสารขนาดใหญ่ แฟนทาเองค่ะ "
คทาแนะนำให้ภูวรินทร์รู้จัก แต่ฟังดูเหมือนตั้งใจจะอวดมากกว่า
อิงดาวมองแล้วคิดในใจ ...
' ธุรกิจสื่อสารกับโลกวิญาณน่ะสิ คนขายธูป ?'
จากวันนั้นจนวันนี้ ก็หลายปีเลยละที่ไม่ได้เจอกัน คทาหายไปจากชีวิตเขาจริงๆตั้งแต่วันนั้นเลย คทาบล๊อคทุกช่องทางการติดต่อ แต่ภูวรินทร์ไม่รู้หรอก เพราะตั้งแต่วันนั้นเขาก็ไม่ได้ติดต่อคทาอีกเลย
เธอยังเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือนิสัยเย่อหยิ่ง อวดดี
" ยินดีที่ได้รู้จักครับผมภูวรินทร์ครับ "
ภูวรินทร์จำต้องแนะนำตัวอย่างเสียไม่ได้
" เอ๊ะ เด็กนี่หน้าตาคุ้นๆนะ "
คทามองหน้าอิงดาวอย่างพิจารณา อย่าว่าแต่คทาที่บอกว่าคุ้นหน้าเธอ อิงดาวก็รู้สึกคุ้นเหมือนกัน
" อ๋อ อีเด็กนี่เองที่มันเคยต่อยฉันในร้านอาหาร นี่ภูถึงกับคว้าเอาเด็กเสริฟนี่มาเป็นแฟนแล้วเหรอคะ หึ เหมาะสมกันดีนะ เด็กเสริฟต่ำต้อย กับคนสวนอย่างภู "
อิงดาวงง มองหน้าภูวรินทร์เหมือนตั้งคำถาม
" อะไรนะ เด็กนี่เคยต่อยคุณเหรอ "
ท่าทางเอาเรื่องของธันวาไม่ได้ทำให้อิงดาวและภูวรินทร์สะทกสะท้าน แต่คทาห้ามไว้
" ช่างเถอะค่ะคุณธัน เรื่องมันก็นานมาละ คิดยังไงถึงคว้าเด็กเสริฟมาเป็นแฟนค่ะภู แล้วที่พามาร้านแบบนี้ มีเงินจ่ายเหรอคะ อย่าบอกนะว่าไปกู้เงินมาเพื่อเลี้ยงข้าวเด็กนี่อ่ะ "
" กินข้าวมื้อละไม่กี่พันถึงกับต้องกู้เลยเหรอครับ คงจะลำบากมากใช่มั้ยครับ "
ธันวาได้ทีเย้ยหยัน ไม่แปลกใจที่สองคนนี่คบกันได้
" หึ อายุก็เข้าเลข 3 แล้วนะภู มีอะไรเป็นของตัวเองบ้างคะ "
สองคนนี่เหมาะสมกันดีนะ เหมือนดอกทองกับใบตำแย อีกคนพูด อีกคนช่วยเสริม
" มีมารยาทค่ะ "
อิงดาวสวนขึ้นมาทำเอาภูวรินทร์ยิ้มขำ
อันที่จริงภูวรินทร์ก็ไม่ได้สนใจคำพูดของคทาเลยซักนิด เพราะรู้ว่าความจริงคืออะไร
คทามีสีหน้าไม่พอใจที่ได้ยินอิงดาวพูดแบบนั้นขึ้นมา เหมือนกำลังว่าเธอไม่มีมารยาท จึงหันไปพูดกับอิงดาวก่อนจะเบะปาก เหยียดยิ้มเหมือนสมเพช
" นี่ ฉันเตือนด้วยความหวังดีนะ ผู้ชายตรงหน้าเธอมีหน้าที่การงานดีก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีเงินให้เธอผลาญ ต่อไป เธออาจต้องช่วยเขาใช้หนี้ถึง 10 ล้านก็ได้ "
ภูวรินทร์รู้สึกไม่พอใจจึงสวนกลับไปในทันที
" อย่าคิดว่าคนอื่นเค้าจะเป็นเหมือนคุณสิครับคุณคทา ผมเองก็อยากเตือนคุณธันวานะครับ ระวังจะโดนปลอกลอก "
" นี่ !!... "
คทาเดินควงแขนแฟนหนุ่มออกไปด้วยความโกรธสุดขีด แต่อิงดาวกำลังมองเขาอย่างกังวล
" พี่ภู เราออกไปทานข้างนอกกันเถอะค่ะ "
" อย่าไปฟังทาพูดเลย พี่มีจ่ายจริงๆ "
" พี่ภูคะ อิงไม่ได้รังเกียจที่พี่ภูมีหนี้นะ แต่เราควรอยู่แบบพอเพียงในยุคเศรฐกิจแบบนี้ ไปเถอะคะ เดี๋ยวอิงพาไปทานข้าวที่อื่น อิงเลี้ยงเอง "
ไม่พูดเปล่า แต่พยายามดึงมือชายหนุ่มออกจากร้านหรูนั่น ทำเอาภูวรินทร์ตั้งตัวไม่ทัน
อิงดาวพาภูวรินทร์เดินไปตามตรอกถนนและหยุดลงที่ร้านอาหารตามสั่งร้านหนึ่ง
" ที่นี่เหรอ "
อิงดาวหันไปยิ้มและพยักหน้า
" ค่ะ ร้านนี้แหละ ท่าทางน่าอร่อยด้วย ไปค่ะ "
ภูวรินทร์ยกยิ้ม ก่อนจะเดินตามอิงดาวไปแบบงงๆ ร้านนี้คนพลุกพล่านเพราะอยู่ข้างทาง ภูวรินทร์ไม่ได้รังเกียจนะ เพราะปกติก็มานั่งทานกับเพื่อนตำรวจด้วยกันบ่อยๆ แต่มากับสาวอ่ะ จะให้เลือกร้านแบบนี้เหรอ แต่อันนี้หญิงสาวเป็นคนเลือกเอง เขาจะพูดอะไรได้ล่ะ ปกติเขาก็ไม่ค่อยชอบอาหารภัตตาคารเท่าไหร่หรอก เพราะรสชาติไม่ค่อยถูกปาก แต่ที่ผ่านมาสาวๆที่เขาเคยจีบ มักพาไปร้านหรูๆ แพงๆ ส่วนใหญ่ก็จะชอบในความหรูหราเท่านั้นแหละ ส่วนรสชาติอีกเรื่องนึง
" เอาข้าวกะเพราไก่ไข่ดาวค่ะ "
" ของผมเอากะเพรากุ้งไข่ดาวครับ "
สั่งไปเพียงไม่นานอาหารจานเดียวจึงถูกนำมาวางตรงหน้า ควันโชย กลิ่นหอมฉุย ต่างคนต่างหิว จึงลงมือทานทันที
" ไม่นึกว่าอิงจะชอบทานอาหารแบบนี้ด้วย "
" อาหารแบบนี้แหละค่ะ อร่อยกว่าอาหารแพงๆในนั้น รสชาติจัดจ้านกว่า ที่สำคัญ ราคาถูกกว่ากันตั้งหลายเท่าตัว เศรษฐกิจแบบนี้ อย่าไปฟุ่มเฟือยเลยค่ะ อะไรทานได้ก็ทาน อิงอ่ะ นับถือในเศรษฐกิจพอเพียงมากเลยนะคะ เพราะเป็นสิ่งที่ทำได้จริง แต่บางคนกลับไม่เข้าใจ คิดว่าเศรษฐกิจพอเพียงคือห้ามซื้อนั่นซื้อนี่ ห้ามมีนั่นห้ามมีนี่ บางคนบอกว่าห้ามรวย แต่ความจริงคือท่านกำลังสอนให้เรารู้จัก 'พอ' ให้เป็น "
ภูวรินทร์มองอย่างชื่นชม
" ใครบอกอิง "
อิงดาวยิ้มอย่างภาคภูมิใจ และตอบด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความสุข หัวใจพองโต
" พ่อค่ะ "
ภูวรินทร์ฟังแล้วยิ้ม นับถือหัวใจจริงๆ
" พ่อบอกว่า ความพอเพียง ไม่ใช่การหยุดเติบโตแต่คือการเติบโตอย่างมีราก การมีที่ดินทำกิน คือฐานชีวิตที่จับต้องได้ การปลูกผัก เลี้ยงปลา ทำให้เราไม่ต้องตื่นตระหนกกับราคาสินค้าที่ผันผวน อาหารที่มาจากมือเราเอง เพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงใจให้มั่นคงในวันที่โลกภายนอกเริ่มสั่นไหว ชีวิตที่รู้จักพอเพียงคือชีวิตที่มีการวางแผน ไม่ประมาทต่อวันข้างหน้า และก็ไม่หวาดกลัวจนเกินไป ผลลัพธ์จากการเตรียมพร้อม คือมันทำให้ใจเราสงบท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ เริ่มจากพอเพียง พอดี แล้วเราจะไม่หวั่นไหว "
อิงดาวพูดไปยิ้มไป น้ำเสียงมันแฝงไปด้วยความภาคภูมิใจ
ภูวรินทร์อึ้ง เขาไม่คิดว่าอิงดาวจะมีความคิดที่โตขนาดนี้ เขานี่อายขึ้นมาทันทีเลย ชายหนุ่มยิ้มอย่างรู้สึกภูมิใจยังไงไม่รู้
" พ่ออิงสอนมาดีเนอะ "
" แน่นอนสิ อิงถึงรักพ่อมากไงคะ "
การพูดถึงพ่อครั้งนี้เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ อิงดาวภูมิใจที่ได้เกิดเป็นลูกพ่อ
" เอ้อ ตอนแรกอิงก็ว่าแล้วว่าเคยเจอพี่ภูที่ไหน อิงคุ้นหน้าพี่ตั้งแต่วันแรกที่เจอ แต่ไม่กล้าถาม "
ภูวรินทร์มองแล้วยิ้ม อิงดาวหรี่ตามอง
" พี่ภูจำอิงได้ใช่มั้ยคะ "
ภูวรินทร์ยิ้ม พร้อมกับพยักหน้า
" แล้วทำไมไม่บอก "
" บอกแล้วมีประโยชน์อะไรล่ะครับ ในเมื่อเรื่องมันก็นานมาแล้ว แล้วพี่ก็เลิกกับคทาไปแล้ว "
" แล้วทำไมเค้าถึงบอกว่าพี่ภูเป็นคนสวนล่ะคะ "
ภูวรินทร์ยิ้มขำ
" เรื่องมันยาวน่ะ อย่าไปสนใจเลย "
" แล้วพี่ภูเป็นหนี้จริงรึเปล่าคะ "
ภูวรินทร์มองอิงดาวนิ่ง ไม่ตอบคำถามแต่ถามกลับไปตรงๆ
" น้องอิงรังเกียจเหรอครับ "
" เปล่าค่ะ อิงจะได้ช่วย อิงจะบอกแม่ให้คิดค่าขนมป้าวาถูกๆ บ้านพี่จะได้มีเงินเหลือ อิงอาจจะช่วยใช้หนี้ไม่ได้ แต่อิงช่วยทางอื่นได้นะ วันไหนที่พี่ภูไม่มีเงินกินข้าว บอกอิงนะ อิงเลี้ยงเอง "
อิงดาวยิ้มกว้าง ภูวรินทร์มองอย่างซาบซึ้งใจ เห็นเป็นผู้หญิงตัวเล็กแบบนี้ แต่ใจโคตรใหญ่
ภูวรินทร์เหลือบมองหญิงสาวที่นั่งทานข้าวอย่างไม่ห่วงสวยแล้วยกยิ้ม ไม่สวยหรอก แต่น่ารักมากเลย เขารู้สึกว่ายิ่งรู้จักหญิงสาวตรงหน้ามากเท่าไหร่เขายิ่งรู้สึกชอบเธอมากขึ้นเรื่อยๆ