ความเรียบง่ายของอิงดาว

1936 Words
ภูวรินทร์ขับรถพาอิงดาวมาส่งขนมตามร้านที่อิงบอก จนครบทุกร้าน " วันนี้ขอบคุณพี่ภูมากนะคะ ดีจริงๆที่บังเอิญพี่ภูมาเดินตรวจที่นี่ ไม่งั้นอิงแย่แน่ๆเลยค่ะ " ภูวรินทร์ยิ้ม " ไม่เป็นไรครับ พี่ต้องช่วยอยู่แล้ว ลองไม่ช่วยสิ คุณแม่คงเอาพี่ตายแน่ๆ " อิงดาวยิ้มขำ " เดี๋ยวอิงไปดูรถพี่ภูกลับก่อนก็ได้นะคะ " " ไม่ต้องหรอก ลูกน้องพี่โทรมาบอกว่าตอนนี้รถอิงอยู่ที่อู่ แต่ร้านยางหมดพอดีเลยต้องสั่ง คงต้องรออีกหลายวัน " " ว้า แย่จัง " " มีพี่อยู่ไม่แย่หรอก " " แต่พี่ภูทำงาน อิงเกรงใจ " " ทำงานก็มาได้ครับ อีกอย่างถ้าคุณแม่รู้ เชื่อสิว่าท่านต้องบอกให้พี่มาช่วยน้องอิง ว่าแต่พี่ถามอะไรหน่อยสิ " " ถามอะไรค่ะ " " น้องอิงเรียนเทควนโด้ด้วยเหรอครับ " " อ๋อ ใช่ค่ะ อิงเรียนเทควนโด้ เคยไปแข่งระดับเยาวชนครั้งหนึ่ง ได้เหรียญทอง " " เก่งนะ " " พ่ออยากให้อิงฝึกไว้ป้องการตัวค่ะ ตอนส่งอิงเรียนเทควนโด้ พ่อย้ำนักย้ำหนาว่าอย่าเอาวิชาความรู้ไปรังแกใคร " " ดีแล้วครับ อืม ... ขนมก็ส่งหมดแล้ว น้องอิงไม่รีบใช่มั้ยครับ " " ไม่รีบค่ะ " " งั้นแวะทานข้าวเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะ พี่หิวยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงเลย " " ได้ค่ะ " เขาอุตส่าห์เป็นสารถีขับรถไปส่งขนมให้เธอจะปฏิเสธได้ยังไง ภูวรินทร์ขับรถพาอิงดาวมาที่ร้านอาหารหรูหราแห่งหนึ่ง อิงดาวมองอย่างชั่งใจ ไม่กล้าเดินเข้าไป " ทานที่นี่เหรอคะ " " ครับ " " ท่าทางจะแพงน่าดูเลยนะคะ " " ก็ไม่เท่าไหร่หรอกครับ " " แต่ .... " " ไปเถอะ พี่เลี้ยงเอง " ภูวรินทร์เดินนำอิงดาวเข้าไปในร้านอย่างเสียไม่ได้ " สวัสดีค่ะ กี่ท่านคะ " " 2 ครับ " " ไม่ทราบว่าลูกค้าได้จองไว้มั้ยคะ " " จองไว้ครับ " " ขอดูบัตรหน่อยค่ะ " พนักงานรับบัตรไปดู ในขณะที่อิงดาวรู้สึกแปลกใจไม่น้อย ที่เขาบอกว่าจองไว้ หมายความว่า เขาตั้งใจมาทานข้าวที่นี่อยู่แล้ว หรือว่านัดใครไว้ด้วย " คุณลูกค้าเชิญด้านนี้เลยค่ะ " ภูวรินทร์ส่งสัญญาณให้หญิงสาวเดินตามเขาเข้าไปด้านใน จนถึงที่นั่งตามเบอร์โต๊ะที่เขาจองไว้ " พี่ภู จองไว้ให้ใครเหรอคะ " ทำเอาภูวรินทร์พูดไม่ออก " อ๋อ เอ่อ ... คือพี่ตั้งใจมาทานข้าวน่ะครับเลยจองไว้ " " จองไว้ทานกับแฟนเหรอคะ แล้วแฟนพี่ภูจะหึงมั้ยคะ " " พี่ไม่มีแฟน แต่อยากจองไว้เพราะกะจะมาทานที่นี่อยู่แล้ว เลยหาเพื่อนมา อ่ะนี่เมนู ทานอะไร สั่งเลย " แต่อิงดาวไม่กล้าสั่ง เพราะดูแล้วราคาอาหารที่นี่น่าจะไม่ธรรมดา " อิงทานได้หมดเลยค่ะ พี่ภูสั่งเลยก็ได้ค่ะ " ภูวรินทร์รู้ว่าอิงดาวน่าจะเกรงใจ แต่ก่อนจะได้สั่งอาหาร " อ้าวภู ไม่ได้เจอกันหลายปีเลยนะคะ " คทา อดีตแฟนสาวของเขาที่เลิกลากันไป คทามากับแฟนใหม่ ที่ดูแล้วน่าจะมีฐานะไม่น้อย และตำแหน่งหน้าที่การงานคงจะไม่ธรรมดา " นี่คุณธันวา เจ้าของธุกิจสื่อสารขนาดใหญ่ แฟนทาเองค่ะ " คทาแนะนำให้ภูวรินทร์รู้จัก แต่ฟังดูเหมือนตั้งใจจะอวดมากกว่า อิงดาวมองแล้วคิดในใจ ... ' ธุรกิจสื่อสารกับโลกวิญาณน่ะสิ คนขายธูป ?' จากวันนั้นจนวันนี้ ก็หลายปีเลยละที่ไม่ได้เจอกัน คทาหายไปจากชีวิตเขาจริงๆตั้งแต่วันนั้นเลย คทาบล๊อคทุกช่องทางการติดต่อ แต่ภูวรินทร์ไม่รู้หรอก เพราะตั้งแต่วันนั้นเขาก็ไม่ได้ติดต่อคทาอีกเลย เธอยังเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือนิสัยเย่อหยิ่ง อวดดี " ยินดีที่ได้รู้จักครับผมภูวรินทร์ครับ " ภูวรินทร์จำต้องแนะนำตัวอย่างเสียไม่ได้ " เอ๊ะ เด็กนี่หน้าตาคุ้นๆนะ " คทามองหน้าอิงดาวอย่างพิจารณา อย่าว่าแต่คทาที่บอกว่าคุ้นหน้าเธอ อิงดาวก็รู้สึกคุ้นเหมือนกัน " อ๋อ อีเด็กนี่เองที่มันเคยต่อยฉันในร้านอาหาร นี่ภูถึงกับคว้าเอาเด็กเสริฟนี่มาเป็นแฟนแล้วเหรอคะ หึ เหมาะสมกันดีนะ เด็กเสริฟต่ำต้อย กับคนสวนอย่างภู " อิงดาวงง มองหน้าภูวรินทร์เหมือนตั้งคำถาม " อะไรนะ เด็กนี่เคยต่อยคุณเหรอ " ท่าทางเอาเรื่องของธันวาไม่ได้ทำให้อิงดาวและภูวรินทร์สะทกสะท้าน แต่คทาห้ามไว้ " ช่างเถอะค่ะคุณธัน เรื่องมันก็นานมาละ คิดยังไงถึงคว้าเด็กเสริฟมาเป็นแฟนค่ะภู แล้วที่พามาร้านแบบนี้ มีเงินจ่ายเหรอคะ อย่าบอกนะว่าไปกู้เงินมาเพื่อเลี้ยงข้าวเด็กนี่อ่ะ " " กินข้าวมื้อละไม่กี่พันถึงกับต้องกู้เลยเหรอครับ คงจะลำบากมากใช่มั้ยครับ " ธันวาได้ทีเย้ยหยัน ไม่แปลกใจที่สองคนนี่คบกันได้ " หึ อายุก็เข้าเลข 3 แล้วนะภู มีอะไรเป็นของตัวเองบ้างคะ " สองคนนี่เหมาะสมกันดีนะ เหมือนดอกทองกับใบตำแย อีกคนพูด อีกคนช่วยเสริม " มีมารยาทค่ะ " อิงดาวสวนขึ้นมาทำเอาภูวรินทร์ยิ้มขำ อันที่จริงภูวรินทร์ก็ไม่ได้สนใจคำพูดของคทาเลยซักนิด เพราะรู้ว่าความจริงคืออะไร คทามีสีหน้าไม่พอใจที่ได้ยินอิงดาวพูดแบบนั้นขึ้นมา เหมือนกำลังว่าเธอไม่มีมารยาท จึงหันไปพูดกับอิงดาวก่อนจะเบะปาก เหยียดยิ้มเหมือนสมเพช " นี่ ฉันเตือนด้วยความหวังดีนะ ผู้ชายตรงหน้าเธอมีหน้าที่การงานดีก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีเงินให้เธอผลาญ ต่อไป เธออาจต้องช่วยเขาใช้หนี้ถึง 10 ล้านก็ได้ " ภูวรินทร์รู้สึกไม่พอใจจึงสวนกลับไปในทันที " อย่าคิดว่าคนอื่นเค้าจะเป็นเหมือนคุณสิครับคุณคทา ผมเองก็อยากเตือนคุณธันวานะครับ ระวังจะโดนปลอกลอก " " นี่ !!... " คทาเดินควงแขนแฟนหนุ่มออกไปด้วยความโกรธสุดขีด แต่อิงดาวกำลังมองเขาอย่างกังวล " พี่ภู เราออกไปทานข้างนอกกันเถอะค่ะ " " อย่าไปฟังทาพูดเลย พี่มีจ่ายจริงๆ " " พี่ภูคะ อิงไม่ได้รังเกียจที่พี่ภูมีหนี้นะ แต่เราควรอยู่แบบพอเพียงในยุคเศรฐกิจแบบนี้ ไปเถอะคะ เดี๋ยวอิงพาไปทานข้าวที่อื่น อิงเลี้ยงเอง " ไม่พูดเปล่า แต่พยายามดึงมือชายหนุ่มออกจากร้านหรูนั่น ทำเอาภูวรินทร์ตั้งตัวไม่ทัน อิงดาวพาภูวรินทร์เดินไปตามตรอกถนนและหยุดลงที่ร้านอาหารตามสั่งร้านหนึ่ง " ที่นี่เหรอ " อิงดาวหันไปยิ้มและพยักหน้า " ค่ะ ร้านนี้แหละ ท่าทางน่าอร่อยด้วย ไปค่ะ " ภูวรินทร์ยกยิ้ม ก่อนจะเดินตามอิงดาวไปแบบงงๆ ร้านนี้คนพลุกพล่านเพราะอยู่ข้างทาง ภูวรินทร์ไม่ได้รังเกียจนะ เพราะปกติก็มานั่งทานกับเพื่อนตำรวจด้วยกันบ่อยๆ แต่มากับสาวอ่ะ จะให้เลือกร้านแบบนี้เหรอ แต่อันนี้หญิงสาวเป็นคนเลือกเอง เขาจะพูดอะไรได้ล่ะ ปกติเขาก็ไม่ค่อยชอบอาหารภัตตาคารเท่าไหร่หรอก เพราะรสชาติไม่ค่อยถูกปาก แต่ที่ผ่านมาสาวๆที่เขาเคยจีบ มักพาไปร้านหรูๆ แพงๆ ส่วนใหญ่ก็จะชอบในความหรูหราเท่านั้นแหละ ส่วนรสชาติอีกเรื่องนึง " เอาข้าวกะเพราไก่ไข่ดาวค่ะ " " ของผมเอากะเพรากุ้งไข่ดาวครับ " สั่งไปเพียงไม่นานอาหารจานเดียวจึงถูกนำมาวางตรงหน้า ควันโชย กลิ่นหอมฉุย ต่างคนต่างหิว จึงลงมือทานทันที " ไม่นึกว่าอิงจะชอบทานอาหารแบบนี้ด้วย " " อาหารแบบนี้แหละค่ะ อร่อยกว่าอาหารแพงๆในนั้น รสชาติจัดจ้านกว่า ที่สำคัญ ราคาถูกกว่ากันตั้งหลายเท่าตัว เศรษฐกิจแบบนี้ อย่าไปฟุ่มเฟือยเลยค่ะ อะไรทานได้ก็ทาน อิงอ่ะ นับถือในเศรษฐกิจพอเพียงมากเลยนะคะ เพราะเป็นสิ่งที่ทำได้จริง แต่บางคนกลับไม่เข้าใจ คิดว่าเศรษฐกิจพอเพียงคือห้ามซื้อนั่นซื้อนี่ ห้ามมีนั่นห้ามมีนี่ บางคนบอกว่าห้ามรวย แต่ความจริงคือท่านกำลังสอนให้เรารู้จัก 'พอ' ให้เป็น " ภูวรินทร์มองอย่างชื่นชม " ใครบอกอิง " อิงดาวยิ้มอย่างภาคภูมิใจ และตอบด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความสุข หัวใจพองโต " พ่อค่ะ " ภูวรินทร์ฟังแล้วยิ้ม นับถือหัวใจจริงๆ " พ่อบอกว่า ความพอเพียง ไม่ใช่การหยุดเติบโตแต่คือการเติบโตอย่างมีราก การมีที่ดินทำกิน คือฐานชีวิตที่จับต้องได้ การปลูกผัก เลี้ยงปลา ทำให้เราไม่ต้องตื่นตระหนกกับราคาสินค้าที่ผันผวน อาหารที่มาจากมือเราเอง เพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงใจให้มั่นคงในวันที่โลกภายนอกเริ่มสั่นไหว ชีวิตที่รู้จักพอเพียงคือชีวิตที่มีการวางแผน ไม่ประมาทต่อวันข้างหน้า และก็ไม่หวาดกลัวจนเกินไป ผลลัพธ์จากการเตรียมพร้อม คือมันทำให้ใจเราสงบท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ เริ่มจากพอเพียง พอดี แล้วเราจะไม่หวั่นไหว " อิงดาวพูดไปยิ้มไป น้ำเสียงมันแฝงไปด้วยความภาคภูมิใจ ภูวรินทร์อึ้ง เขาไม่คิดว่าอิงดาวจะมีความคิดที่โตขนาดนี้ เขานี่อายขึ้นมาทันทีเลย ชายหนุ่มยิ้มอย่างรู้สึกภูมิใจยังไงไม่รู้ " พ่ออิงสอนมาดีเนอะ " " แน่นอนสิ อิงถึงรักพ่อมากไงคะ " การพูดถึงพ่อครั้งนี้เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ อิงดาวภูมิใจที่ได้เกิดเป็นลูกพ่อ " เอ้อ ตอนแรกอิงก็ว่าแล้วว่าเคยเจอพี่ภูที่ไหน อิงคุ้นหน้าพี่ตั้งแต่วันแรกที่เจอ แต่ไม่กล้าถาม " ภูวรินทร์มองแล้วยิ้ม อิงดาวหรี่ตามอง " พี่ภูจำอิงได้ใช่มั้ยคะ " ภูวรินทร์ยิ้ม พร้อมกับพยักหน้า " แล้วทำไมไม่บอก " " บอกแล้วมีประโยชน์อะไรล่ะครับ ในเมื่อเรื่องมันก็นานมาแล้ว แล้วพี่ก็เลิกกับคทาไปแล้ว " " แล้วทำไมเค้าถึงบอกว่าพี่ภูเป็นคนสวนล่ะคะ " ภูวรินทร์ยิ้มขำ " เรื่องมันยาวน่ะ อย่าไปสนใจเลย " " แล้วพี่ภูเป็นหนี้จริงรึเปล่าคะ " ภูวรินทร์มองอิงดาวนิ่ง ไม่ตอบคำถามแต่ถามกลับไปตรงๆ " น้องอิงรังเกียจเหรอครับ " " เปล่าค่ะ อิงจะได้ช่วย อิงจะบอกแม่ให้คิดค่าขนมป้าวาถูกๆ บ้านพี่จะได้มีเงินเหลือ อิงอาจจะช่วยใช้หนี้ไม่ได้ แต่อิงช่วยทางอื่นได้นะ วันไหนที่พี่ภูไม่มีเงินกินข้าว บอกอิงนะ อิงเลี้ยงเอง " อิงดาวยิ้มกว้าง ภูวรินทร์มองอย่างซาบซึ้งใจ เห็นเป็นผู้หญิงตัวเล็กแบบนี้ แต่ใจโคตรใหญ่ ภูวรินทร์เหลือบมองหญิงสาวที่นั่งทานข้าวอย่างไม่ห่วงสวยแล้วยกยิ้ม ไม่สวยหรอก แต่น่ารักมากเลย เขารู้สึกว่ายิ่งรู้จักหญิงสาวตรงหน้ามากเท่าไหร่เขายิ่งรู้สึกชอบเธอมากขึ้นเรื่อยๆ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD