ห้องโถงที่ผนังเป็นปูนเปลือยเย็นชืด พายุอารมณ์ที่เคยโหมกระหน่ำด้วยโทสะบัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นเพลิงสวาทที่แผดเผาคนทั้งคู่จนร้อนระอุ เวคินกดร่างเล็กของเกลวรินลงกับโซฟาหนังสีดำอย่างคุกคาม ทว่าเมื่อสัมผัสลึกซึ้งเริ่มก่อตัวขึ้น ความจริงบางอย่างกลับทำให้เขาต้องชะงัก
เมื่อร่องเปียกชื้นกลางกายสาวถูกปลายนิ้วแกร่งแหวกออก ความคับแน่นที่สัมผัสได้เป็นสิ่งยืนยันชั้นดีว่าหญิงสาวตรงหน้ายังไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อน แม้แต่เตชินผู้เป็นพ่อของเขาเอง ความประหลาดใจวาบขึ้นในอก เวคินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัยว่าเธอรอดจากเงื้อมมือของชายมากเล่ห์อย่างเตชินมาได้อย่างไร แต่ในนาทีนี้ ความโหยหาที่สั่งสมมานานห้าปีมันมีอำนาจเหนือกว่าคำถามใดๆ
ร่างเปลือยที่แสนเย้ายวนและสั่นเทาอยู่ใต้ร่างเขาต้องถูกเขา ‘ตีตรา’ เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของให้เสร็จสิ้นเสียก่อน เรื่องอื่นค่อยหาคำตอบทีหลัง
“อ๊ะ...~~”
สะโพกกลมกลึงของเกลวรินแอ่นขึ้นสูงโดยอัตโนมัติเมื่อถูกปลายนิ้วร้อนล่วงล้ำเข้าสู่ภายใน ความรู้สึกแปลกใหม่ที่แสนเสียวซ่านแล่นพล่านไปทั้งแผ่นหลังจนถึงสมอง เหงื่อเม็ดเล็กๆ เริ่มผุดซึมตามรูขุมขนที่ตั้งชันจนเห็นเป็นตุ่มเล็กๆ ทั่วผิวเนียน ยิ่งเมื่อเวคินโน้มใบหน้าลงมาขบเม้มยอดอกอวบอิ่มอย่างหนักสลับเบา หญิงสาวก็ยิ่งทำตัวไม่ถูก เธอได้แต่บิดส่ายร่างกายไปมาเพื่อระบายความรัญจวนใจที่สุมอก
"อื้อออ~~"
เกลวรินไม่สามารถหาคำมาบรรยายความรู้สึกในตอนนี้ได้จริงๆ ทุกอย่างมันมาไกลเกินกว่าจะเอ่ยปากบอกให้เขาหยุดได้อีกต่อไป ริมฝีปากที่เคยพ่นคำด่าทอไม่ได้เอ่ยคำปฏิเสธออกมาแม้แต่คำเดียว แต่กลับหลุดเสียงครางแหลมเล็กที่เหมือนเป็นคำเชิญชวนให้ชายหนุ่มทำในสิ่งที่เขาปรารถนา
ความตื่นเต้นในบทเรียนรักครั้งแรกปลุกเร้าอารมณ์ให้เตลิดเปิดเปิง เธอเผลอส่งแขนเรียวเล็กไปโอบรัดศีรษะของเวคินเอาไว้แน่นตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ นิ้วมือเรียวแทรกสอดเข้าไปในกลุ่มผมหนาของเขา ดึงรั้งให้เขาคลอเคลียอยู่กับทรวงอกอวบอัดนั้นให้นานขึ้น เพราะลึกๆ แล้วเธออยากให้เขาขบเม้มและดูดดึงมันต่อไปอย่างไม่รู้จักอิ่ม
ไม่มีคำเหน็บแนมร้ายกาจหลุดจากปากของเวคินอีกแล้ว เพราะตอนนี้เขาใช้มันทำในสิ่งที่พิเศษยิ่งกว่าการประชดประชัน เวคินนึกโกรธตัวเองเหลือเกินที่ปล่อยให้เรือนร่างเย้ายวนนี้คงความสาวมานานขนาดนี้ ความเป็นสุภาพบุรุษที่เขาเคยยึดถือในลอนดอนกลับกลายเป็นสิ่งที่ดูไม่เข้าท่าในเวลาที่ไม่เหมาะสม จนเกือบจะทำให้เขาไม่ได้ลิ้มรสความแสนหวานนี้ ช่วงเวลานี้เขาตัดสินใจแล้วว่าจะทวงคืนทั้งต้นทั้งดอกในคราวเดียวให้คุ้มกับห้าปีที่เสียไป
ปลายลิ้นเปียกชุ่มลากผ่านหน้าท้องแบนราบข้ามมายังเนินสาวนวลเนียน ก่อนจะตวัดปลายลิ้นลงไปตามกลีบเกสรกลางกายอย่างช่ำชอง กลิ่นกายสาวแตะปลายจมูกอย่างเย้ายวนจนเวคินสั่นสะท้านไปทั้งร่าง เขาไม่สามารถปล่อยให้เวลาเนิ่นนานไปมากกว่านี้ได้อีก
ปลายลิ้นถูกถอนออกอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ความเป็นชายอันมโหฬารจะแทรกผ่านเข้าไปแทนที่ในจุดที่อ่อนไหวที่สุด ความคับแน่นที่พุ่งเข้าใส่ทำเอาความสุขสมเอ่อล้นออกจากริมฝีปากของเกลวรินเป็นเสียงแหบพร่า
“อ้าา.. ซี๊ดส์...เกลเสียวเหลือเกินค่ะพี่คิน”
เธอสะบัดใบหน้าไปมาบนพนักโซฟา ไม่ใช่เพราะความเจ็บปวดจากการถูกพรากพรหมจรรย์ แต่เพื่อระบายความเสียวซ่านที่รุนแรงจนเกินกว่าจะรับไหวออกมาภายนอก ร่างกายของเธอสั่นระริกราวกับจะคลั่งตายหากไม่ได้ระบายมันออกมา เกลวรินคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าการร่วมรักกับผู้ชายที่เธอแสนเกลียดและแสนรักจะรู้สึกดีได้มากขนาดนี้... มากขนาดที่ส่วนลึกในใจแอบกระซิบว่าอยากจะมีอะไรกับเขาต่อไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
" อ๊ะๆๆๆ อึกๆ พี่คะ...คิน อ๊ะ... อื้ออออ~ "
ยิ่งเธอส่งเสียงร้องเรียกชื่อเขา เวคินก็ยิ่งรู้สึกสะใจในชัยชนะที่เหนือกว่าพ่อของตน เขาถอดถอนกายออกมาครู่หนึ่งก่อนจะเปลี่ยนท่าทางเป็นนั่งลงบนโซฟาหนัง แล้วรั้งร่างเล็กของเกลวรินให้ขึ้นมานั่งทับบนตัวเขาแทนในท่าทางที่แนบชิดยิ่งกว่าเดิม ใบหน้าของเธอต้องคอยสลับไปจูบซับริมฝีปากของเขาเพื่อแลกเปลี่ยนลมหายใจที่ร้อนรุ่ม
ปั๊กๆๆ! จังหวะการกระแทกกระทั้นที่เวคินจงใจส่งมานั้นรุนแรงและหนักแน่นจนโซฟาสั่นสะเทือนตามแรงส่ง เวคินใช้มือหนาบีบเค้นเต้านมคู่สวยที่ไม่เคยผ่านการทำศัลยกรรมใดๆ อย่างหนักมือ ราวกับจะประทับตรานิ้วมือของเขาลงไปบนผิวเนื้อของเธอทุกตารางนิ้ว
" อ๊ะๆๆๆ อ๊าาาๆ พี่คิน~ อ๊ะๆ บะ...เบาหน่อยค่ะ อื้อออ อ๊าาา " เสียงร้องขอของเธอแผ่วเบาและไร้แรงต้านทาน
"อืมม.. โคตรเสียวเลยเกล.."
เวคินคำรามในลำคอ เสียงพร่าต่ำแสดงถึงความสุขสมที่มาถึงขีดสุด
"อ๊ะๆๆ~ เกลจะ..จุก..พี่คิน อ๊าา~ อื้ออ"
เขาไม่สนคำขอร้องให้เบาแรงลงแม้แต่น้อย แต่กลับเพิ่มแรงกระแทกใส่เธอเน้นๆ ทุกลำจังหวะ จนในที่สุดเขาก็พาตัวเองและเธอพุ่งทะยานไปถึงจุดหมายที่งดงามพร้อมกัน ความเงียบกลับมาปกคลุมห้องอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจอย่างหนักหน่วงที่ดังสะท้อนกำแพงปูนเปลือย
" อ๊ะๆๆๆ อ๊าาาๆ พี่คิน~ อ๊ะๆ บะ...เบาหน่อยค่ะ อื้อออ อ๊าาา เสียว "
"อ๊ะๆ~เสียวค*ยมาก ~ เกลเอาโคตรมันส์เลย~ฮื้ออ"
"อ๊ะๆแรงอีก~ พี่คิน~เกล ..จะ..จะเสร็จ อื้ออ อ๊าาา"
"ฮื้ออออ~ เสร็จพร้อมกันนะ อ๊าาา~"
เวคินทิ้งร่างกำยำลงข้างร่างเปลือยเปล่าของเกลวรินที่นอนหมดแรงอยู่บนโซฟา เขาพลิกตัวพิงหลังกับพนักหนังแล้วหายใจหอบถี่ เกลวรินนอนนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ พลังจากความเสียวซ่านที่เคยครอบงำค่อยๆ ละลายหายไปพร้อมกับสติที่เริ่มกลับคืนสู่สมอง ความจริงที่โหดร้ายเริ่มปรากฏชัดขึ้นในความคิด
เธอยกแขนขึ้นมาปิดเนินอกอวบอิ่มพร้อมกับดันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก ริมฝีปากด้านในถูกฟันขาวคมขบกัดอย่างแรงจนกลิ่นคาวเลือดอบอวลอยู่ในปาก เธอทำแบบนั้นเพื่อลงโทษตัวเองที่ปล่อยให้อารมณ์ใฝ่ต่ำอยู่เหนือเหตุผลและความแค้นที่แบกไว้บนบ่า
"จากนี้เกลไม่มีอะไรติดค้างพี่คินแล้วนะคะ..."
เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าแต่เย็นชา
"หรือถ้ายังมีอะไรที่พี่คิดว่าเกลยังติดค้างพี่อยู่ ก็เอาให้มันจบๆ กันไปแค่ครั้งนี้!"
เธอหันไปจ้องหน้าชายหนุ่มที่ยังคงเปลือยอกอยู่ข้างๆ ดวงตาคู่สวยเต็มไปด้วยความร้าวรานที่ซ่อนไว้ภายใต้ความแข็งกร้าว
“ว่ามาสิคะ มีอะไรที่เกลยังติดค้างพี่อยู่อีกหรือเปล่า ถ้ามีก็ทำเสียตอนนี้ให้พอกับความต้องการของพี่!”
“อย่ามาท้าทายพี่นะเกล”
เวคินบอกเสียงขุ่น แววตาที่เคยอ่อนแสงลงหลังจบบทรักกลับมาเข้มดุขึ้นอีกครั้ง
เกลวรินจ้องเข้าไปในดวงตาของคนตรงหน้า ขณะพยายามอย่างยิ่งที่จะข่มน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาประจานความอ่อนแอ เธอค่อยๆ ดันตัวลุกขึ้นยืนด้วยเรียวขาที่ยังสั่นเทา เดินไปหยิบเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่ตามพื้นปูนทีละชิ้นมาสวมใส่กลับเข้าไปอย่างเงียบเชียบ เมื่อแต่งตัวเสร็จเธอก็หมุนตัวเตรียมเดินออกจากห้องรับแขกโดยไม่หันกลับมามอง
“จะไปไหน!”
เวคินถามเสียงดัง
เกลวรินชะงักฝีเท้าแล้วหันกลับมามองเวคินด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ก่อนจะค่อยๆ เลิกชายเสื้อที่เพิ่งสวมขึ้นจงใจให้เขาเห็นรอยแดงจางๆ ตามผิวเนื้อ
เวคินกระตุกคิ้วเข้าหากันจนเป็นปม ถามด้วยน้ำเสียงตึงๆ
“จะทำอะไรของเธอ”