ตอนที่ 3 - มาซ้อมบทที่ห้องผมดีกว่า (1/2)

1202 Words
เก้าโมงตรงตามเวลานัดที่ชายหนุ่มเสียงนุ่มคนนั้น คนที่เธอเข้าใจว่าเป็นหนึ่งในทีมงานของเก่งกาจบอกกับเธอเอาไว้ รถยนต์หรูยี่ห้อ BMW รุ่นใหม่ล่าสุดของสู่ขวัญขับเคลื่อนเข้ามาจอดบริเวณที่จอดรถใต้อาคารพาณิชย์ห้าชั้น ที่ปรับแต่งเป็นโฮมออฟฟิศแบบสบายๆ สไตล์ชิคๆ คูลๆ น่านั่งทำงาน พร้อมกับสตูดิโอถ่ายภาพขนาดเล็กให้เช่า เจนจิกับสู่ขวัญเดินตามตูดพนักงานคนหนึ่งไปยังห้องประชุมชั้นบน ทั้งสองยกมือไหว้ทีมงาน ทักทายสวัสดีอย่างนอบน้อมเหมือนเช่นที่เคยทำ “คุณเจนจิ คุณขวัญ นั่งรอสักครู่นะคะ ทีมงานที่เหลือกำลังลงมาแล้วค่ะ” พูดพลางวางน้ำเปล่าขวดเล็กๆ ให้ทั้งสอง ก่อนเธอจะกดมือถือโทรหาเจ้าของตึกแห่งนี้ที่ห้องพักส่วนตัวของเขาชั้นบนสุดของตึก และไม่ถึงห้านาที เจ้าของแบรนด์ก็เดินออกลิฟต์มา ปรากฏกายต่อหน้าแขกคนสำคัญของเขาทั้งสองคน “หืม…คิมหันต์ ทำไมคุณถึง…” สีหน้าของเจนจิค่อนข้างประหลาดใจระคนสงสัย ในหัวเต็มไปด้วยคำถามมากมาย ทำไมสุดท้ายถึงกลายเป็นแบรนด์ของอีตาคิมหันต์ไปได้ล่ะ “เอ่อ…สงสัยฉันจะมาผิดที่แน่ๆ เลย ขอโทษด้วยนะคะ” เจนจิลุกขึ้นคว้าข้อมือสู่ขวัญ เตรียมเดินออกจากห้อง “ใจเย็นๆ สิครับคุณเจนจิ ที่คุยผ่านโทรศัพท์เมื่อวาน ผมว่าเราเข้าใจกันแล้วนะ และนี่ก็เป็นสัญญาที่คุณต้องเซ็นครับ คุณรับปากคุณแดงเอาไว้แล้วไม่ใช่เหรอ” “แต่คุณแดงบอกว่าเป็นแบรนด์ของพี่เก่ง” “ที่คุณแดงพูดน่ะถูกต้องแล้ว เก่งมันเป็นเพื่อนสนิทผมเอง เราสองคนกำลังสร้างแบรนด์น้ำหอมแบรนด์ใหม่ชื่อว่า LUST ME ผมดีใจนะที่ได้คุณมาเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับแบรนด์ของเรา” เจนจิคิดในใจ นี่มันมัดมือชกชัดๆ ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนตร์ ก็ได้ด้วยวิธีสกปรก เธอแค่ไม่คิดว่าคุณแดงก็จะยอมเข้าร่วมในแผนการของนายคิมหันต์ด้วย “พี่ขวัญกลับกันเถอะค่ะ เสียเวลาจริงๆ ฉันว่าฉันบอกกับผู้จัดการส่วนตัวของคุณไปชัดเจนแล้วนะคะ ว่าฉันไม่สามารถร่วมงานกับคุณได้” “แปลกดีนะครับ ร่วมงานกับผมไม่ได้ แต่ถ้าเป็นคนอื่น กลับเซย์เยสร่วมงานทันทีเลย” “มันไม่เหมือนกันหรอกค่ะ” คิมหันต์เดินเข้ามาประชิดตัวเจนจิ มือหนึ่งค้ำโต๊ะ โน้มตัวลงกระซิบข้างหู “ดูคุณจะมีอคติกับผมมากเลยนะ ทั้งๆ ที่ผมเองก็ไม่เคยไปทำอะไรให้คุณเลย เอ…หรือว่าคุณกลัว ไม่กล้าร่วมงานกับผมกันแน่ ซุปตาร์มืออาชีพเขาไม่ทำตัวแบบนี้หรอกนะครับคุณเจนจิ” หญิงสาวรู้สึกเหมือนโดนเอาไม้หน้าสามมาฟาดหน้าเธอฉาดใหญ่ นี่เขากำลังพูดจาดูถูกเหยียดหยามระคนท้าทาย เธอไม่ได้เป็นอย่างที่เขาพูดซะหน่อย หัวที่เย็นๆ เมื่อครู่กลับร้อนปรี๊ดขึ้นมาทันที จากที่ไม่อยากร่วมงานกับเขา เธอแทบอยากจะดึงสัญญานั่นมาเซ็นเดี๋ยวนี้ตอนนี้เลยด้วยซ้ำ “งั้นก็เอาสัญญามาเซ็นเลยละกันค่ะ จะได้จบๆ ไป ฉันไม่อยากผิดคำสัญญากับคุณแดง” เจนจิดึงเอากระดาษปึกเล็กตรงหน้ามาเซ็นทันที โดยไม่ได้อ่านรายละเอียดอะไรทั้งนั้น แม้สู่ขวัญจะสะกิดเธอให้ใจเย็นๆ แต่ดูเหมือนว่าซุปตาร์สาวจะไม่ฟังอะไรใครอีกแล้ว อณูความโกรธความเกลียดมันบังตาเธอมิดจนขาดสติ ใบหน้าหญิงสาวขมวดนิ่วบอกบุญไม่รับ กลับกันกับชายหนุ่มเจ้าเล่ห์ที่ปรากฏยิ้มร้ายแสยะขึ้นตรงมุมปากในตอนที่เธอจรดปลายปากกาลงลายมือชื่อในทุกๆ หน้าครบถ้วน ก่อนเขาจะเซ็นในส่วนของเขากลับไป ไม่รู้ว่าน้ำเย็นขวดเล็กๆ ที่วางตรงหน้าของซุปตาร์สาวตัวท็อปของวงการจะช่วยทำให้อารมณ์ของเธอเย็นขึ้นรึเปล่า จิตใจของเธอยังไม่อยู่กับเนื้อกับตัว โกรธเกลียดตัวเองที่โดนหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดังนั้นรายละเอียดงานทั้งหมดที่ทีมกำลังเล่า เธอไม่สนใจแม้แต่จะฟังเลยสักนิด นั่งก้มหน้าเล่นมือถือ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้จัดการส่วนตัวในการจดบันทึก กระทั่งเวลาผ่านพ้นเกือบถึงเที่ยง “ยังไงคิวงานทั้งหมดถัดจากวันพรุ่งนี้ที่เราจะถ่ายเอ็มวี เดี๋ยวแววจะส่งอีเมลให้คุณขวัญนะคะ” แววดาวโพล่งขึ้นมา “หืม เอ็มวีอะไร มีถ่ายมิวสิควิดีโอด้วยเหรอ” เจนจิกระซิบถามผู้จัดการส่วนตัว แต่มันก็ดังพอที่จะทำให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆ ได้ยิน แน่นอนว่าเขาหันขวับไปมองซุปตาร์สาว อยากจะบ่นเธอสักหน่อย แต่กระนั้นก็กัดฟันอดทนเอาไว้ คิดในใจ ไม่รู้ยัยนี่ได้ฉายาสาวเรียบร้อยแห่งวงการได้ยังไง สาวแสบแห่งวงการน่าจะเหมาะซะกว่า หน้าตาเธอน่ะสวยตรงปก แต่นิสัยส่วนตัวนี่สิ ไม่เห็นจะตรงปกเลยสักนิด คิมหันต์เก็บกลั้นอารมณ์ คลี่ยิ้มหวานให้เธอ “แบรนด์ของเราจะเป็นสปอนเซอร์หลักให้กับเพลงใหม่ของวงฟูลแมนน่ะครับ” “หืม ฟูลแมนเลยเหรอคะ” สู่ขวัญโพล่งขึ้นมา เธอรู้สึกว้าว ไม่คิดว่าคิมหันต์จะทุ่มทุนสร้างมากมายขนาดนี้ วงดังสุดป็อป-ปูล่าของไทย กำลังจะมีชายหญิงที่เป็นซุปตาร์ตัวท็อปมาแสดงในเอ็มวีเพลงนี้ด้วย แค่คิดก็เห็นแววความดังแล้ว “ใช่ครับ ผมเป็นเพื่อนสนิทกับนักร้องนำน่ะครับ” “อ้อ แบบนี้นี่เอง คุณคิมนี่กว้างขวางดีจริงๆ เลยนะคะ” สู่ขวัญคิดในใจ ซุปตาร์หนุ่มคนนี้เข้าวงการมาได้ไม่นาน แต่กลับมีคอนเนคชั่นและมีเพื่อนในวงการเยอะมากจริงๆ “แล้วนี่ต้องถ่ายไอ้เอ็มวีอะไรนั่นพรุ่งนี้เลยเหรอคะ” เจนจิแทรกขึ้นมากลางวง “ใช่ค่ะ ทีมงานที่ถ่ายทำเหลือคิวแค่วันพรุ่งนี้เท่านั้น เพราะอีกวันพวกเขาต้องเดินทางไปทำงานถ่ายต่อที่เชียงใหม่น่ะค่ะ ถ่ายยาวเป็นเดือนเลย” แววดาวผู้ดูแลตารางงานของโปรเจกต์นี้ตอบคำถามแทนเจ้านายของเธอ เจนจิแอบถอนหายใจยาวให้กับงานที่เธอโดนหลอกให้มาทำ ครั้นจะโทรไปต่อว่าแม่แดงก็ทำไม่ได้ แม้ในใจจะแอบเคืองอยู่หน่อยๆ ก็ตามที ที่ทำได้จากนี้ก็คือทำใจ บ่นไปก็เท่านั้น งานนี้ทำจริงๆ แค่ไม่กี่เดือน สู้รีบๆ ทำให้จบไปก็พอ :: โปรดติดตามตอนต่อไป :: นี่แหละน้า เพราะลูกฉันไม่รอบคอบจนต้องปล่อยเลยตามเลย โอ๋ๆๆๆ กอดนะคะลูก ฮึบๆๆๆ แค่ไม่กี่เดือนงานก็จบแล้วเนอะ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD