เก้าโมงตรงของอีกวัน ทีมงานทยอยเดินทางมาที่บ้านกึ่งออฟฟิศของคิมหันต์ เนื่องจากทุกคนลงความเห็นแล้วว่าจะใช้สตูดิโอเล็กๆ แห่งนี้เป็นสถานที่ถ่ายทำมิวสิควิดีโอ
เจนจิเองก็มาถึงแล้วเช่นกัน แต่แปลกที่วันนี้เธอดูสดใสและอารมณ์ดีกว่าเมื่อวานมาก ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะเมื่อวานหลังจากที่กลับไป เธอระเบิดอารมณ์ บ่นคิมหันต์ให้กับสู่ขวัญฟังจนหูชาตลอดทาง ก่อนจะสงบสติอารมณ์ด้วยการเข้าคลาสโยคะที่ฟิตเนส ข่มเรื่องวุ่นวายออกไปจากจิตใจ
ดังนั้นในวันนี้นิสัยดื้อรั้นของเธอหายไปจนหมดสิ้น มาถึงก็แจกรอยยิ้ม มอบความสดใสให้กับทีมงานจนทุกคนรู้สึกว่ากองถ่ายเล็กๆ แห่งนี้อบอวลและเต็มไปด้วยบรรยากาศที่ชื่นมื่นต่างจากเมื่อวานลิบลับ
แต่ยิ้มหวานได้ไม่นาน ผู้กำกับเอ็มวีสุดเฮี้ยบแต่ฝีมือดีอย่าง ‘แจ็คกี้’ ชายหนุ่มมาดเซอร์เดินเข้ามาหาเจนจิ พร้อมกับพระเอกของเอ็มวีเพลงนี้ และแน่นอนว่าเจนจิรีบยกมือขึ้นไหว้ทักทายเขาตามมารยาททันที
“น่าจะอีกสองสามชั่วโมงกว่าทีมงานจะเตรียมอุปกรณ์เสร็จ เอ็มวีนี้เป็นเรื่องราวของนางเอกที่จะค่อนข้างเรียบร้อยอ่อนหวาน แต่พออยู่บนเตียง เธอจะกลายร่างเป็นหญิงสาวที่เร่าร้อน เซ็กซี่ขยี้ใจจนพระเอกทนไม่ไหว”
“ไม่ง่ายเลยนะคะ” เจนจิเริ่มบ่น
“เอ็มวีเพลงนี้ พี่ไม่อยากใช้มุมกล้อง พี่ขอเราสองคนจูบจริง จับเนื้อจับตัวกันจริงๆ เลยได้ปะ”
“ไอ้ผมน่ะทำได้อยู่แล้ว แต่เจนจินี่สิ ผมว่าเธอไม่น่าจะไหว” ประโยคประชดประชันและสบประมาทน้อยๆ ถูกเอ่ยออกมาจากปากของพระเอกเอ็มวี
“โธ่ แค่นี้น่ะไหวอยู่แล้ว เราสองคนเป็นซุปตาร์ตัวพ่อตัวแม่ของวงการเลยนะเว้ย พี่คิดว่าไม่เกินความสามารถพวกเอ็งหรอก เอาเป็นว่าระหว่างที่พวกพี่กำลังเตรียมอุปกรณ์ เซตฉากกัน เอ็งสองคนลองไปคุยกัน ไปนั่งปรึกษากันว่าจะเอายังไง จะเล่นยังไง พี่อยากให้มันได้อารมณ์ อยากให้บีบเอาอินเนอร์ออกมาเยอะๆ” แจ็คกี้บอกกับทั้งสอง ก่อนเขาจะเดินไปสั่งลูกน้องตรงอีกฝั่งของห้อง
“คุณ…เอาไงดี” คิมหันต์ถามนางเอกของเขา
“สบาย จิ๊บๆ คุณจะให้ฉันเล่นยังไงก็บอกมาละกัน ฉันเล่นได้หมดแหละ” พูดออกไปแบบนั้นเพื่อแสดงความเป็นมืออาชีพ และลบคำสบประมาทที่เขาแซะเธอเบาๆ เมื่อกี้นี้
แต่ระหว่างที่สองคนพยายามยืนคุยกันอยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง พวกเขารู้สึกว่าตัวเองเริ่มเกะกะ เมื่อทีมงานเดินกันขวักไขว่ ไม่รู้ว่าทีมงานเยอะเกินไป หรือว่าสตูดิโอแห่งนี้มันเล็กเกินไปกันแน่
“เจน พี่จะออกไปธุระข้างนอกแป๊บนะ ไปรับเช็คงานถ่ายแบบเมื่อวันก่อน เจนอยู่ที่นี่กับคิมไปก่อนได้ใช่ปะ เพราะกว่าจะถ่ายก็น่าจะอีกนานเลย”
“โอเคค่ะพี่ขวัญ หนูอยู่ได้ เดี๋ยวว่าจะลองซ้อมบทกับคิมดู”
“เออ…ผมว่าเราขึ้นไปที่บ้านผมชั้นบนดีกว่า จะได้ไม่เกะกะทีมงานด้วย ถ้าคอสตูมกับช่างแต่งหน้ามาแล้ว เดี๋ยวเราค่อยลงมาชั้นล่างก็ได้”
ว่าแล้วพระเอกกับนางเอกก็พากันขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นบนสุดของตึกแห่งนี้ จะว่าไป นี่เป็นครั้งแรกเลยด้วยซ้ำที่มีผู้หญิงขึ้นมาที่นี่ แม้คิมหันต์จะเป็นเสือผู้หญิง แต่เขาก็ไม่เคยพาใครขึ้นมาที่นี่เลยสักคน อ้อ…ถ้าไม่นับป้าแม่บ้านที่คอยเข้ามาทำความสะอาดทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ของสัปดาห์อะนะ
“คุณอยากจะซ้อมที่ไหน เตียงผมหรือโซฟาด้านนอกนี่”
“โซฟาก็พอมั้ง แค่ซ้อมเฉยๆ”
“ผมว่ามันแคบไป ไปที่เตียงผมดีกว่า กว้างดี มีผ้าห่มด้วย จะได้ซ้อมให้เหมือนจริง เดี๋ยวผมจะลองตั้งกล้องเอาไว้ ลองเล่นไปสักเทคสองเทค แล้วมาดูกันว่าควรปรับตรงไหน”
เจนจิรู้สึกอยากจะฉีกสัญญานั่นทิ้งตอนนี้แล้วหนีกลับบ้านไปซะให้รู้แล้วรู้รอด แค่จินตนาการถึงฉากเลิฟซีนฉากนั้น ร่างกายของเธอก็เริ่มร้อนวูบวาบ ท้องน้อยเริ่มปวดมวนหน่อยๆ บีบรัดตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ไอ้ฉากหนังเกาหลีที่บอกว่าชวนไปดูผีเสื้อที่ห้อง มันไม่เท่ากับคนตรงหน้าชวนมาซ้อมบทที่ห้องของเขาเลยสักนิด แถมบทที่ผู้กำกับอยากได้ดันต้องเล่นจริงไปอีก
บ้าเอ๊ย…นี่มันมิวสิควิดีโออะไรกันวะเนี่ย!! แค่คิดก็พาให้ร่างกายเสียวสยิวขึ้นมาซะแล้วสิ ตรงนั้นของเธอเต้นตุบโดยอัตโนมัติ ร่างกายเริ่มทำตามสัญชาตญาณบางอย่างแบบที่เธอเองก็ไม่สามารถควบคุมมันได้เลย!!
::
โปรดติดตามตอนต่อไป
::
แล่วๆๆๆๆๆ พี่เค้าชวนขึ้นห้อง หนูก็ยอมขึ้นไปกับเค้าาา แล้วนีเค้าชวนซ้อมบทบนเตียงอีก โอ๊ยยย ไม่อยากจะคิด มาลุ้นต่อตอนหน้านะคะ ว่ายัยน้องจะโดนอะไรบ้างงง 555555