“ไหนดูหน่อย เธอจะสั่งอะไรมา”
“แล้วพระศุกร์อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมล่ะ เดี๋ยวพี่สั่งให้เลย”
“ตามใจเธอเลย แต่ช่วงนี้คุมน้ำหนักอยู่คงจะกินของทอดไม่ได้ ของหวานก็ไม่เอา”
“เอาเป็นผัดฟักทองเคลือบไข่แล้วก็ผัดบวบดีไหม”
“ชอบกินผักเหรอ”
“พี่กินได้หมดแหละ เป็นคนไม่เลือกกินอยู่แล้วอีกอย่างพอรับงานถ่ายแบบมันก็ต้องมีคุมน้ำหนักด้วย”
“แบบนี้ก็เข้ากันได้ดิ”
“งั้นพี่สั่งเลยนะ” จบคำพระศุกร์พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
เวลาผ่านไปหลายนาทีบนโต๊ะอาหารกลางห้องโถง แอรินสวมชุดนักศึกษานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของชายหนุ่มวัยสิบเก้าปี ความตั้งใจแรกของเธอคือการติดรถเขามาลงคอนโด แต่ไหนกลายเป็นว่านี่คือครั้งแรกของคนสองคนได้นั่งทานข้าวพร้อมหน้ากัน มือแกร่งตักกับข้าวใส่จานของตัวเอง บรรยากาศรอบข้างเงียบสนิท นอกจากนั่งทานข้าวด้วยกันทั้งสองก็ไม่ยอมเปิดปากพูดคุยเรื่องอื่นเลย
“แล้วพระศุกร์กับเพื่อนไปดื่มบ่อยหรือเปล่า”
“ไปแค่วันหยุดไม่ก็วันที่เครียดๆ เพื่อนมันชอบชวนไป”
“ถ้าพี่ชวนไปเที่ยว ไม่รู้ว่าคนแถวนี้จะไปไหมนะ”
“ช่วงนี้เรียนแล้ว คงไม่ว่างไปหรอกอยากไปก็ไปเอง”
“เสียดายจัง แต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวพี่ไปหาทุกวัน” ใบหน้าละมุนเผยรอยยิ้มหวานให้คนตัวโตเบื้องหน้า ทว่าเขาก็เอาแต่นั่งเงียบไม่สนใจเธอเลยแม้แต่นิด
“ไม่ต้องมาหรอก เพราะยังไงก็ไม่เจอกันอยู่ดี” เธอรู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังถูกปฏิเสธ แต่ถึงอย่างนั้นแอรินก็ปั้นหน้ายิ้มสู้เสือส่วนมือข้างหนึ่งตักผัดบวบเข้าปาก
“พี่เชื่อว่ายังไงพระศุกร์ก็อยากเจอหน้าพี่ เพราะว่าเราน่ะอยากจะจูบเก่งกว่านี้” แอรินเอ่ยเสียงใส
“แต่เรื่องนั้นฉันจูบกับใครก็ได้”
แอรินคิดว่าผู้ชายคนนี้เป็นเหมือนมีดเล่มคม ที่พร้อมจะทิ่มแทงหัวใจได้ทุกเมื่อ เหมือนกับความรู้สึกไร้ค่าเกาะกุมจิตใจของเธอแน่น เธอพ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ส่วนฝ่ามือบอบบางกำเข้าหากัน ดวงตาคู่นั้นจ้องอาหารตรงหน้าสิ่งที่หนักใจสุดตอนนี้คือเธอคิดไปเองฝ่ายเดียวเหรอ
“พี่ไม่ยอมแพ้หรอกนะ ยังไงพี่ก็จะจีบเราให้ได้เลยคอยดู”
“ไม่มีวันนั้นหรอก เธอคิดว่าชีวิตมหาลัยมีใครจริงจังเรื่องความรักกัน” ริมฝีปากหนาเอ่ยวาจาบอก
“จำคำพูดของเราไว้เลยนะ แล้วอย่ากลับคำล่ะ”
“ไม่จำหรอก กลัวทำไม่ได้ทีหลัง” เขาตอบ
หลังจากทานข้าวเสร็จแอรินลงไปส่งเขาด้านล่าง ลิฟต์ที่ทันสมัยพาคนตัวเล็กกลับขึ้นมาถึงห้องพักของตัวเอง เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ในมือสั่นเล็กน้อย ส่งผลให้เธอยกสมาร์ตโฟนขึ้นมาเปิดอ่านข้อความ
TinJa : มีงานถ่ายแบบวันเสาร์นี้ จะรับไหม
_aerinne : รับ ได้หมดค่ะ จะแนวไหนก็ได้
TinJa : โอเค งั้นวันเสาร์ตอนบ่ายที่สูติโอแปด
_aerinne : รับทราบค่า ขอบคุณมากค่ะคุณติน
TinJa : งั้นเจอกันวันเสาร์นะ
_aerinne : ตินน่ารักที่สุดเลย
ผู้หญิงตัวเล็กหย่อนก้นนั่งลงบนโซฟานุ่ม ขณะที่สองตาจ้องหน้าจอมือถือของตัวเอง เมื่อตัวอักษรปรากฏขึ้นมุมปากของตัวเล็กยกยิ้มด้วยความดีใจทันที
“พอดีเลย เงินจะหมดพอดีแบบนี้ก็ได้เงินไปซื้อลิปใหม่แล้ว” เธอบ่นอุบอิบกับตัวเอง แผ่นหลังเนียนเอนราบไปกับพนักพิง แต่วินาทีต่อมาก็อดไม่ได้ที่จะทักถามคนที่เพิ่งจะลากันไปได้ไม่นาน
_aerinne : กลับถึงห้องหรือยังน้า
_aerinne : ไม่รู้ป่านนี้คนทางนั้นจะคิดถึงกันหรือยัง
PhraSuk PSK.K1 : แยกกันเมื่อกี้? ถามถึงห้องยัง
_aerinne : แงง ก็คนมันคิดถึง ไม่อยากจะห่างเลย
_aerinne : กลับถึงห้องแล้วบอกด้วยนะคะสุดหล่อ
ใบหน้าสวยคลี่ยิ้มหวานกับข้อความของตัวเอง ภายในสมองเอาแต่คิดถึงผู้ชายรูปร่างสูง แม้อายุจะห่างกันแต่เขากลับมีอิทธิพลต่อหัวใจเธอมากถึงเพียงนี้
****