จนเวลาล่วงเลยผ่านมาถึงช่วงค่ำของวัน รถสปอร์ตคันหรูแล่นมาจอดบริเวณด้านหน้าตัวคฤหาสน์หลังโต ร่างสูงกำยำของเฟยหลงเปิดประตูก้าวลงจากรถ เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีดำจับคู่กับกางเกงขายาวให้ลุคดูมั่นใจและมีเสน่ห์ เส้นผมสีดำขลับจัดแต่งทรงอย่างเป็นระเบียบ
ท่อนแขนแกร่งถือสูทสีดำและกระเป๋าลงมาจากรถ พร้อมกับก้าวเท้าตรงเข้าไปในบ้าน วินาทีต่อมาเรือนร่างอรชรของหมวยเดินออกมาต้อนรับเฟยหลง ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองเห็นผู้หญิงตัวเล็กยืนอยู่เบื้องหน้า หัวคิ้วของเขาขมวดเข้าหากันแน่นด้วยความกังวลใจ ทำไมเธอถึงมาทำงานทั้งที่ร่างกายยังไม่พร้อมกัน
“วันนี้ฉันลางานให้เธอแล้วไม่ใช่เหรอ”
“หมวยดีขึ้นแล้วค่ะ ก็เลยมาทำงานต่อไม่ได้เป็นอะไรมาก ทำงานแค่นี้สบายมากค่ะ”
“เตรียมน้ำอุ่นให้ฉันหรือยัง พรุ่งนี้เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋ารอ เดี๋ยวจะพาไปอยู่คอนโดด้วย” คำพูดของเขาฟังดูเหมือนกำลังอ่านบทความที่กำลังท่องจำ ไม่แสดงความรู้สึกใด ๆ ต่อผู้หญิงตัวเล็กข้างกาย ขณะเดียวกันทั้งคู่กำลังทอดน่องไปตามพื้นลายหินอ่อน หมวยถือสูทและกระเป๋าเอาไว้ในมือ จากนั้นเดินตามแผ่นหลังกว้างของเขาขึ้นไปยังชั้นสอง
“หมวยจะได้ไปอยู่คอนโดกับคุณเฟยหลงแล้วเหรอคะ”
“พอดีสัปดาห์หน้าฉันมีทำโอทีดึก อยู่คอนโดน่าจะสะดวกกว่า เพราะงั้นเตรียมตัวให้พร้อม” น้ำเสียงราบเรียบดุจผิวน้ำนิ่งเอื้อนเอ่ยวาจาบอกกับเธอ
“โอเคค่ะ หมวยจะเตรียมตัว”
“เธอเป็นยังไงบ้าง ยังเจ็บอยู่ไหม” ในตอนนี้เองร่างกายของทั้งคู่ยืนอยู่ด้านหน้าห้องของเฟยหลง ร่างสูงหันมาสนใจสตรีรูปร่างเล็กพร้อมกับเปล่งวาจาถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่เจ็บแล้วค่ะ แต่ว่า...รอยมันยังไม่หาย”
“เดี๋ยวมันก็หาย เธอไม่ต้องกังวลไปหรอก” เขาตอบพลางเปิดประตูเข้าไปด้านในห้อง หมวยลินทำหน้าที่เก็บสูทตัวสีดำให้เขา ก่อนที่ใบหน้าหวานละมุนจะหันมาเอื้อนเอ่ยวาจากับเฟยหลง
“หมวยเตรียมน้ำอุ่นไว้รอแล้วนะคะ คุณเฟยหลงอาบน้ำก่อนแล้วค่อยลงไปทานข้าว”
“เอาแต่เป็นห่วงคนอื่น เธอกินข้าวเย็นแล้วเหรอ”
“หมวยยังกินไม่ได้หรอกค่ะ งั้นหมวยขอตัวลงไปด้านล่างก่อนนะคะ ต้องไปช่วยป้าแมวเตรียมมื้อเย็นสำหรับคุณท่านกับคุณผู้หญิง”
“เดี๋ยวสิ...” น้ำเสียงทุ้มต่ำของเฟยหลงเอ่ยห้ามเสียก่อน ขณะเดียวกันมือแกร่งกำลังปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกทีละเม็ด เผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นกระชับ ไหล่กว้างอกผายน่าซุกซบ หมวยลินที่เห็นอย่างนั้นเธอถึงกับเบือนหน้าหนีไปทางอื่น พวงแก้มเนียนแดงก่ำด้วยความเคอะเขิน แม้ว่าจะเห็นมันด้วยตาเนื้อเมื่อคืนแล้วก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้นหมวยลินก็ไม่รู้สึกชินเลย หัวใจดวงน้อยของเธอเต้นรัวแรง ริมฝีปากเม้มเบา ๆ พยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเอง
“ทำไม ไม่กล้ามองเหรอ? เมื่อคืนก็เห็นแล้วไม่ใช่เหรอ”
“มีอะไรเหรอคะ พอดีว่าหมวยต้องลงไปช่วยด้านล่างแล้ว”
“ทำเหมือนไม่สนใจกันขนาดนั้นเลยเหรอ เธอลืมเรื่องเมื่อคืนไปแล้วเหรอ มันเพิ่งผ่านมาไม่นานเอง หรือว่าต้องทบทวนใหม่”
กลีบปากหนาขยับพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ จากนั้นค่อย ๆ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ทำเอาเท้าของเธอก้าวถอยหลังทีละก้าว มือจับชายกระโปรงตัวสั้นด้วยความประหม่า ลำคอของหมวยกลืนน้ำลายบ่อยครั้ง บรรยากาศรอบกายคล้ายกับถูกกดดันด้วยสายตาอันเยือกเย็นคู่นั้น
“จำได้ค่ะ หมวยไม่ได้ความจำสั้นนะที่ผ่านมาไม่กี่ชั่วโมงก็จะลืมเรื่องทั้งหมดแล้ว” เธอตอบด้วยน้ำเสียงดูตื่นเต้น มือไขว่คว้าสิ่งของที่อยู่ด้านหลังเพื่อลดความประหม่า รู้ตัวอีกทีมือเล็กก็หยิบกรอบรูปของเขามาถือไว้ในมือ
“แล้วทำไมเธอถึงพูดจาห่างเหินกันจัง” เขาเลิกคิ้วถาม
“ก็...เราสองคนก็ควรจะใช้ชีวิตต่อไป ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นไม่ใช่เหรอคะ” น้ำเสียงของเธอไม่บ่งบอกถึงความเสียใจหรือความสนใจใด ๆ ต่อผู้ชายร่างสูงเบื้องหน้า กลับกันมันดูเหมือนเธอไม่สนใจเขาเลย คำพูดเหล่านั้นกลายเป็นของแหลมทิ่มแทงลงกลางใจ ทั้งที่ไม่เคยรู้สึกอย่างนี้มาเป็นปีแล้วแท้ ๆ
“แม่งเอ๊ย! ไม่เคยมีใครพูดอย่างนี้กับฉันเลยนะ เธอเป็นคนแรกที่พูดแบบนี้ พูดเหมือนมันไม่มีอะไรเกิดขึ้น”
“เอ้า คุณเฟยหลงไม่เคยโดนผู้หญิงทิ้งบ้างเหรอคะ หรือจะบอกว่าตัวเองหล่อเลยไม่เคยถูกทิ้ง มั่นใจเกินไปแล้วค่ะ คนอื่นอาจจะไม่กล้าทำกับคุณเฟยหลงแบบนี้นะคะ แต่หมวยคิดว่าเรื่องเมื่อคืนมันก็อยู่ในข้อตกลงของเราไม่ใช่เหรอ เพราะงั้นก็ลืม ๆ มันไปเถอะนะคะ”
เขาได้ยินอย่างนั้นถึงกับขบกรามแน่น ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนพูดกับเขาแบบนี้เลย ในทางกลับกันพวกหล่อนแทบอยากจะถวายตัวให้เขามากกว่า เฟยหลงยืนโน้มตัวไปข้างหน้าเข้าหาคนตัวเล็ก ส่วนอีกคนตัวเกร็งแข็ง กะพริบตาถี่ ๆ เมื่อช้อนสายตาคู่สวยขึ้นไปสบตากับเขา
“ก็จริงที่มันอยู่ในข้อเสนอ มันก็ถูกของเธอ แค่ลืม ๆ มันไป”
“เพราะงั้นเนี่ย คุณเฟยหลงไปอาบน้ำเถอะนะคะ เดี๋ยวน้ำมันจะเย็นก่อนนะ”
“วันนี้อยากมีคนถูหลังให้ จะพอมีใครใจดีหรือเปล่า”
“อะไรของคุณเนี่ย ปกติเป็นคนเจ้าระเบียบไม่อยากให้ใครหยิบจับอะไรไม่ใช่เหรอคะ แต่นี่หมวยกำลังถือกรอบรูปของคุณอยู่นะ แล้วจะให้หมวยไปถูหลังให้อีกเหรอ ใช้งานกันหนักเกินไปหรือเปล่าคะ” เธอเอียงคอถามด้วยน้ำเสียงสดใส ใบหน้าจิ้มลิ้มทำเอาเฟยหลงจ้องมันอย่างไม่กะพริบตา
“เรื่องที่เธอหยิบจับของในห้องโดยไม่ขอก่อน ฉันจะปล่อยผ่านไปแล้วกัน แลกกับถูหลังให้ฉันจะถือว่าแล้วกันไป”
“ไม่เอาค่ะ อันนี้ขอคืนนะคะ” ว่าพลางยื่นกรอบรูปสีดำใส่มือแกร่งของเฟยหลง คนตัวเล็กฉีกยิ้มจนตาหยี จากนั้นหันหลังเตรียมเดินออกจากห้องไป ทว่ากลับถูกวงแขนแกร่งโอบล้อมลำตัวเอาไว้เสียก่อน
“ดื้อแบบนี้ต้องดุให้เข็ด”
“อ๊ะ คุณเฟยหลงปล่อยนะคะ” คนตัวเล็กเปล่งถ้อยคำบอกผู้ชายร่างสูงที่ยืนอยู่ด้านหลัง ร่างกายกำยำแนบสนิทไปกับแผ่นหลังเนียนของหมวยลิน
“จะให้ฉันดุแบบไหนดีล่ะ หรือว่าบนเตียงอีกรอบ”
“ก็ได้ค่ะ หมวยจะถูหลังให้คุณเฟยหลงก็ได้ แล้วก็ขอโทษด้วยที่เผลอหยิบกรอบรูปมาโดยไม่ได้ขออนุญาต”
“พูดง่ายแบบนี้ตั้งแต่แรกก็จบ” เมื่อได้ยินเธอบอกอย่างนั้น ท่อนแขนแกร่งของเขาจึงปล่อยให้ร่างเล็กเป็นอิสระ หมวยลินสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ จากนั้นพลิกกายหันไปประจันหน้ากับเขา
“คุณเฟยหลงไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนดีไหมคะ เดี๋ยวหมวยจะเข้าไปเตรียมน้ำอุ่นให้ใหม่ ตอนนี้น่าจะเย็นหมดแล้ว”
“เอางั้นก็ได้” เขาตอบเสียงเรียบ
ร่างสูงของเฟยหลงเดินเข้าไปในห้องแต่งตัว ส่วนอีกคนก้าวเท้าเข้าไปในห้องน้ำเพื่อเตรียมน้ำอุ่น แม้ว่าใจอยากจะปฏิเสธและเดินออกจากห้องไป แต่หมวยกลับกลัวเขาขึ้นมาเสียอย่างนั้น หมวยลินก้มหน้าทำหน้าที่ของตัวเองต่อ
ความรู้สึกปั่นป่วนภายในใจทำให้ฉันรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่อยู่ใกล้เขา แม้จะบอกว่าให้เขาใช้ชีวิตต่อไป แต่ทำไมฉันถึงเอาเรื่องเมื่อคืนเก็บมาคิดมาก เธอจะรู้สึกอะไรกับเขาไม่ได้นะหมวยลิน ความรักระหว่างฉันกับเขามันไม่มีทางเป็นไปได้เลย
หมวยพยายามมองสถานการณ์ให้เป็นกลาง เธอไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเอง ชีวิตของเธอต้องดำเนินต่อไปจะลืมเป้าหมายของตัวเองไม่ได้ หาเงินใช้หนี้และกลับไปอยู่กับอาม่าอย่างที่ต้องการ แม้จะต้องแลกกับอะไรก็ตามแต่ถ้ามันเป็นทางเลือกสุดท้ายเธอก็ต้องยอม และถ้าหมวยขอพรได้หนึ่งข้อก็อยากจะขอให้อาม่ามีความสุข เพราะชีวิตของหมวยมีแต่อาม่าคนเดียวมาตลอด
เธอไม่เหลือใคร...แต่ข้างหลังยังมีอาม่าอยู่
"""