“แค่นี้มันยังน้อยไป เธอว่าฉันใจดำงั้นเหรอ?”
“เปล่าค่ะ คุณเฟยหลงไม่ต้องเสนอหน้ามารับก็ได้ หมวยแค่พูดลอย ๆ ให้คนแถวนี้ฟัง”
“เหอะ โกหกอยู่เห็น ๆ”
“คุณเฟยหลงไม่ใช่แค่ใจดำอย่างเดียวนะคะ ใจร้ายด้วยคุณใจร้ายกับหมวยตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกัน”
“พูดอะไรของเธอ” ดูเหมือนคนตัวสูงจะไม่ได้ฟังในสิ่งที่หมวยลินพยายามพูดกับเขาเลยแม้แต่น้อย เขาโน้มดวงหน้าลงมาใกล้ชิดก่อนที่จะใช้ปลายลิ้นหยอกเย้าความนุ่มละมุนของเธอ ความรู้สึกวาบหวามราวกับมีผีเสื้อบินวนในช่องท้อง ทำเอาหมวยลินไม่อาจห้ามหยาดน้ำตาที่ปริ่มขอบตา เธอแอ่นหน้าอกขึ้นเล็กน้อยรับเรียวลิ้นของเขาด้วยความลืมตัว
กลีบปากหนาดูดเลียปลายถันสีกุหลาบสลับไปมาหลายต่อหลายครั้ง ไฟราคะแผดเผาร่างกายของเธอจนแทบไม่อาจหักห้ามใจได้ ปากอิ่มเม้มเข้าหากันพร้อมกับหอบหายใจถี่รัว ความรู้สึกดีแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย หมวยลินซ่านกระสันอยากได้มากยิ่งขึ้น แต่จะให้เป็นฝ่ายเปิดปากก่อนคงไม่ใช่เรื่องดีแน่ ๆ
ขณะเดียวกันเฟยหลงยังคงฝังกลีบปากตวัดเลียจุกสีกุหลาบอย่างดูดดื่ม คนตัวเล็กจิกปลายนิ้วลงบนผ้าปูที่นอนแน่น อารมณ์ที่อยากจะได้มากกว่านี้ทวีพูนขึ้นเรื่อย ๆ หัวใจเต้นแรงเหมือนความสุขพลุ่งพล่านเกินจะบรรยาย
“อ๊ะ คุณเฟยหลง” แต่ทว่าหมวยกลับร้องเสียงหลง เมื่อความรู้สึกเจ็บแผ่ซ่านเข้าสู่ร่างกาย เขากัดเต้านมสวยของเธออย่างจัง!
จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบ เสียงลามกที่เกิดจากลิ้นร้อนของเขาดูดดึงปลายถันสีชมพูของเธอหนักหน่วง ส่วนฝ่ามืออีกข้างก็ไม่ปล่อยให้เต้านมว่างเว้น ยกขึ้นมาบีบขยำจนมันบวมแดง ปากอิ่มของเธอเผยอออกจากกันเล็กน้อยกวาดต้อนอากาศบริสุทธิ์รอบกายเข้าปอด
ก๊อก ก๊อก ก๊อก วินาทีถัดมาเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ส่งผลให้เฟยหลงต้องหยุดการกระทำของตัวเอง ใบหน้าหล่อเหลาผละออกจากอกโตของเธอ หมวยลินเองก็รีบลุกขึ้นจากเตียงในทันที ไม่รู้ว่าใครมาอยู่หน้าห้องของเขาตอนนี้ ทว่าสีหน้าของเฟยหลงดูหัวเสียไม่น้อยที่ถูกขัดจังหวะก่อน
ถัดมาร่างสูงใหญ่ของเขาเดินไปหยิบเสื้อเชิ้ตตัวสีดำในตะกร้า พร้อมกับยกเสื้อตัวนั้นโยนพาดหัวของคนตัวเล็กด้วยความตั้งใจ นัยน์ตาสีรัตติกาลคู่นั้นเบนทิศไปสนใจประตูไม้ตรงหน้า ก่อนที่มือแกร่งจะค่อย ๆ เปิดออกช้า ๆ
ดวงตาคมกริบของเฟยหลงปะทะเข้ากับร่างของผู้เป็นแม่ยืนรออยู่ด้านนอก เฟยหลงจึงค่อย ๆ โผล่หน้าออกไปพูดคุยกับแม่ตัวเอง ราวกับกลัวว่าแม่จะรู้ว่ามีอีกคนอยู่ข้างในห้อง
“มีอะไรเหรอครับ” น้ำเสียงนุ่มลึกของเขาถามขึ้น
“เฟยหลงไปรับน้องให้ม๊าหน่อยสิ พอดีเฟย์หงส์โทรมาบอกว่าน้องเมามากอยู่ที่ร้านเหล้า ไปรับน้องกลับบ้านให้ม๊าหน่อย”
“อาอี้เมาอีกแล้วเหรอม๊า แล้วทำไมเฟย์หงส์ไม่พากลับมาเองครับ” น้ำเสียงของเขาฟังดูเหมือนไม่มีอารมณ์ใด ๆ สีหน้าของเฟยหลงนิ่งสงบเหมือนผิวน้ำนิ่ง
“เฟย์หงส์ไม่ได้กลับน่ะสิ น้องมีเคลียร์งานที่บริษัทต่อ ไปดูน้องให้ม๊าหน่อย ได้ยินแบบนั้นแล้วม๊าก็ไม่สบายใจ เวลาอาอี้เมาก็ชอบหาเรื่องคนอื่นไปทั่ว ทางที่ดีพาน้องกลับบ้านดีกว่าลูก”
“โอเคครับ ผมจะไปรับน้องกลับบ้านเอง ม๊าไม่ต้องห่วง ม๊ากลับมาจากข้างนอกเหนื่อย ๆ ก็ไปพักผ่อนเถอะครับ”
บทสนทนาของเฟยหลงและแม่ผู้บังเกิดเกล้าดังอยู่ด้านหน้าห้องนอน หลังจากที่เขาโยนเสื้อเชิ้ตตัวสีดำนั้นให้เธอ หมวยลินก็ไม่รอช้ารีบสวมใส่มันเพื่อปกปิดท่อนบนเปลือยเปล่าของตัวเอง
ไม่รู้ว่าคุณเฟยหลงคุยอะไรกับคุณผู้หญิง ฉันจัดการสวมเสื้อให้เรียบร้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาก็พบว่าเขาเดินกลับเข้ามาในห้องแล้ว วินาทีที่ฉันสบตากับเขามันทำให้ฉันตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ และรีบก้มหน้าลงเล็กน้อยทันที
“เธอกลับห้องได้เลย ฉันมีธุระต้องไปจัดการ ครั้งนี้เธอรอดเพราะแม่ของฉันหรอกนะ แต่ครั้งหน้าอย่าหวังเลย”
“ค่ะ เดี๋ยวหมวยจะซักเสื้อตัวนี้มาคืนนะคะ”
คนตัวเล็กพยักหน้ารับก่อนที่จะก้าวลงจากเตียงนอนคิงไซซ์ คราวนี้เขายอมปล่อยเธอไปเพราะมีธุระต้องจัดการ หมวยลินรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เธอก้าวเท้าออกจากห้องนอนของเฟยหลงและตรงไปยังห้องพักของตัวเอง แต่ไม่ทันทีเท้าจะก้าวลงจากบันได น้ำเสียงราบเรียบของคุณผู้หญิงก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง
“ทำไมเธอถึงออกมาจากห้องลูกชายฉัน” มินตราเอื้อนเอ่ยวาจาถามขึ้น ดวงตาคู่นั้นสะท้อนความสงสัยแต่ก็ทำได้เพียงยืนกอดอกมองภาพของเธอจากทางด้านหลัง เมื่อได้ยินอย่างนั้นเรือนร่างอรชรหยุดชะงักค่อย ๆ หันกลับไปอย่างช้า ๆ
“เอ่อคือว่า...คุณผู้หญิงกลับมาแล้วเหรอคะ”
“ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่อง ฉันถามว่าทำไมเธอถึงออกมาจากห้องลูกชายฉัน” คราวนี้แม่ของเขากระแทกเสียงดัง ทำเอาคนตัวเล็กสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ
“หมวยแค่เดินผ่านมาแถวนี้ค่ะ ไม่มีอะไรเลยค่ะคุณผู้หญิง”
“โกหกก็เห็นอยู่ว่าเธอเปิดประตูออกมาจากห้อง แถมยังใส่เสื้อของลูกชายฉันด้วย คิดจะทำอะไร เธอคิดว่าลูกชายฉันเอ่ยปากขอเธอกับป๊าของเขา แล้วคิดว่าเฟยหลงจะยอมยกหนี้ให้เธอเหรอ”
“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ คุณเฟยหลงเป็นคนเสนอข้อเสนอให้ หมวยก็ไม่มีทางเลือกเยอะด้วยค่ะ”
“ข้อเสนอเหรอ? ข้อเสนออะไร เฟยหลงสนใจเธอขนาดนั้นเหรอ ทีแรกฉันก็คิดว่าเฟยหลงแค่จะเล่น ๆ”
คำพูดของแม่เขาเต็มไปด้วยความขัดเคืองและไม่พอใจ มินตราเลี้ยงลูกชายเธอมาเองกับมือรู้ดีว่านิสัยของเฟยหลงเป็นอย่างไร ทีแรกที่ได้ยินลูกชายพูดอย่างนั้นก็รับรู้ได้ทันทีว่าเขาสนอกสนใจสาวใช้คนใหม่ไม่น้อย แล้วเธอก็ไม่เคยห้ามเรื่องความรักของลูกเลยสักครั้ง
“อันนี้คุณผู้หญิงคงต้องไปถามคุณเฟยหลงเองค่ะ ว่าทำไมเขาถึงสนใจหมวยขนาดนั้น แต่หมวยก็คิดว่าหน้าตาหมวยไม่ได้แย่นะคะ คุณเฟยหลงคงไม่ได้ตาบอดหรอกค่ะ”
“เธออย่าลืมนะว่าเธอก็เป็นแค่ลูกหนี้ เฟยหลงกำลังจะขึ้นบริหารธุรกิจของป๊าเขาทั้งหมด ฉันคิดว่ามันไม่เหมาะที่เธอจะคบหากับลูกชายของฉันนะ”
“ไม่เหมาะเพราะเรื่องฐานะเหรอคะ สมมติว่าหมวยเกิดมาเป็นคนรวยแบบนั้นถึงจะเหมาะสมเหรอคะ”
“ฉันก็ไม่ได้ติดหรอกว่าเธอจะอยู่ในฐานะแบบไหน แต่ที่ฉันไม่ชอบคือเธอเป็นลูกหนี้ของสามีฉัน”
“เข้าใจค่ะ แต่ถ้าลูกชายของคุณผู้หญิงชอบ คุณผู้หญิงก็ไม่ควรที่จะบังคับเขานะคะ หมวยขอตัวก่อนนะคะ”
เมื่อว่าจบประโยคหมวยลินก็หันหลังและเดินจากไป เธอไม่รู้หรอกว่าแม่ของเขาจะคิดยังไง เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการที่เฟยหลงเข้าหาเธอครั้งนี้ เขาจะจริงจังกับเธอมากแค่ไหน หรือจะเป็นเพียงแค่ของเล่นอย่างที่ใครต่อใครพูดกัน
มินตราทำได้เพียงยืนกอดอกมองแผ่นหลังของคนตัวเล็กเลือนหายไปช้า ๆ แม้จะขัดใจอยู่มากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ฐานะเธอในตอนนี้คือลูกหนี้ที่ต้องทำงานชดใช้หนี้ แต่ถ้าในอนาคตเธอปลดหนี้ได้แล้วมินตราคงจะต้องคิดดูอีกที ตั้งแต่เลี้ยงเฟยหลงมาเธอไม่เคยเห็นลูกชายสนใจผู้หญิงคนไหนมากถึงขนาดที่พาเข้าห้องแบบนี้ นิสัยของลูกชายเป็นคนหวงของและเจ้าระเบียบมาก แต่กลับอนุญาตให้สาวใช้คนใหม่เข้าไปในห้อง ดูก็รู้ว่าต้องมีอะไรมากกว่านั้น
อยากรู้นักว่าเฟยหลงจะจริงจังกับผู้หญิงคนนี้มากแค่ไหน แต่สถานะของหมวยลินตอนนี้เป็นได้เพียงลูกหนี้เท่านั้น ไม่เหมาะสมกับทายาทลำดับหนึ่งของตระกูลจางเลยแม้แต่น้อย แค่คิดก็เหมือนความฝันที่เป็นไปไม่ได้แล้ว เธอไม่เหมาะกับเขาจริง ๆ นั่นแหละ
"""