“ฝากของมาให้”

1484 Words
ย้อนกลับไปตอน ม.6 เทอมหนึ่ง… เช้าแบบที่แดดไม่แรงมาก ลมพัดลอดหน้าต่างเข้ามาในห้องเรียน กลิ่นกระดาษหนังสือเรียนยังคงอยู่ทั่วห้อง “อีปันปัน กูได้ข่าวว่าห้องเรามีเด็กใหม่มาว่ะ” เสียงแซมมี่ดังขึ้นในขณะที่ทั้งคู่กำลังก้มหน้าก๊อปงานการบ้านชีวะให้ทันส่งคาบต่อไป “แล้ว?” ปันปันเงยหน้าขึ้นนิดเดียว ทำหน้าเอือม ๆ “มึงไม่สนใจหน่อยหรอวะ เผื่อจะตรงสเปกมึงงี้” แซมมี่ทำหน้าเจ้าเล่ห์เหมือนกำลังจับคู่ใครสักคน “เลิกไรสาระได้ป่ะ เลิกยุ่งเรื่องเขาแล้วตั้งใจเรียนไหมมึงอ่ะ จะจบอยู่แล้ว รู้หรือยังว่าจะไปต่ออะไร” ปันปันสะบัดปากกาใส่แซมมี่เล็กน้อยเหมือนจี้ให้เลิกเพ้อ “แหมมมม ทำเหมือนมึงมีที่ไปแล้วงั้นแหละ” แซมมี่มองบน แต่ยิ้มกรุ้มกริ่ม ในจังหวะที่ปันปันกำลังจะสวนกลับ เสียงประตูห้องก็เลื่อน ครืดดด… อาจารย์ประจำวิชาก้าวเข้ามา พร้อมกับผู้ชายร่างสูงคนหนึ่งเดินตามหลังเข้ามาช้า ๆ ปันปันที่ก้มหน้าอยู่เงยขึ้นมามองแบบไม่ตั้งใจ แต่พอเห็นหน้าเด็กใหม่ชัด ๆ เท่านั้นแหละ หัวใจเธอดันสะดุดแปลก ๆ เสียงในหัวมีแค่ เดี๋ยว…นี่เขามนุษย์จริง ๆ ใช่ไหมวะ หล่อเกินไประดับปรอทแตก ผิวขาวจัด คิ้วเข้ม ดวงตาคมเฉียบเหมือนมีเงาเวลามองใคร เดินนิ่ง ๆ เงียบ ๆ แบบคูล ๆ จนทั้งห้องเหมือนหยุดหายใจไปครึ่งวินาที อาจารย์หันมาบอกเสียงเรียบ “เอาล่ะทุกคน วันนี้อาจารย์มีเพื่อนใหม่มาแนะนำ” เด็กใหม่พยักหน้าเบา ๆ ก่อนเอ่ยเสียงทุ้มชัดเจน “สวัสดี เราชื่อศิลา ย้ายมาจาก… ฝากตัวด้วยนะครับ” ทันทีที่เขาพูดจบ เสียงกรี๊ดเบา ๆ กับเสียงตบมือของบรรดาสาว ๆ ในห้องก็ดังขึ้นพร้อมกัน ห้องสายวิทย์-คณิตที่มีผู้หญิงเยอะเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งแตกตื่นหนักกว่าเดิม เด็กผู้ชายในห้องที่มีอยู่น้อยนิดถึงกับหันไปมองหน้ากันแบบ เออ กูแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม ส่วนปันปัน… เธอนั่งนิ่ง ขยับหน้าไม่ได้ แต่หูแดงเฉย เหี้ย… ทำไมต้องมานั่งหลังฉันด้วยวะ อาจารย์หันไปทางท้ายห้อง “งั้นศิลาไปนั่งโต๊ะด้านหลังปันปันนะ นั่งคู่กับตะวัน หัวหน้าห้อง” และนั่น… คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ชีวิตปีสุดท้ายของปันปันไม่สงบสุขอีกต่อไปเลย —— ปัจจุบัน… ศิลาเริ่มขยับตัวช้า ๆ พลางส่งเสียงครางงัวเงียเบา ๆ ในลำคอ เปลือกตาหนักอึ้งค่อย ๆ เปิดขึ้น แต่สิ่งแรกที่เขาเห็นกลับไม่ใช่เพดานห้อง ไม่ใช่แสงเช้า ไม่ใช่หน้าปันปัน แต่เป็น… สีขาวล้วนเต็มตา เขาขมวดคิ้วทันที สายตาพร่ามัวอยู่สองสามวินาที ก่อนจะยกมือขึ้นไปจับ นิ้วแตะโดนกระดาษแผ่นหนึ่งที่ถูก แปะทับกลางหน้าผากเขาแบบแน่นหนึบ “…อะไรวะเนี่ย” ศิลาดึงกระดาษออก พลิกดู ลายมือหวัด ๆ เอาใจร้อนของปันปันกระแทกตาเขาเต็ม ๆ ข้อความบนกระดาษเขียนว่า “ฉันมีเรียนเช้าเลยไม่ได้ปลุก ตื่นแล้วก็รบกวนพับผ้า แล้วรีบ ๆ ออกจากห้องฉันไปซะ ล็อกห้องให้ด้วย จาก เจ้าของห้อง” ด้านล่างคือรูปวาดมือ ชูนิ้วกลาง โดดเด่นกลางหน้า แบบไม่มีความปราณีใด ๆ ต่อความรู้สึกคนอ่าน ศิลามองอยู่พักหนึ่งก่อนจะหลุดยิ้มมุมปาก รอยยิ้มแบบที่เขาเผลอทำเฉพาะเวลาอยู่กับเธอเท่านั้น “หึ… ไม่เปลี่ยนไปเลยนะ ยัยปากหมา” เขาพึมพำกับตัวเองแล้วทิ้งตัวพิงพนักโซฟาเล็กน้อย ยังรู้สึกถึงไออุ่นที่โซฟา และกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากผ้านวมที่เธอเอามาห่มให้เมื่อคืน เหมือนทุกอย่างยังอบอวลอยู่ไม่หาย ศิลาค่อย ๆ ลุกขึ้นก่อนจะยืนบิดขี้เกียจ จากนั้นก็พับผ้านวมของเธออย่างเรียบร้อย แม้จะคิดในใจว่า “ทำไมกูต้องทำตามทุกคำสั่งของผู้หญิงคนนี้ด้วยวะ” แต่สุดท้ายก็ทำอยู่ดี หลังจัดทุกอย่างให้เข้าที่ เขาหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วเดินเข้าห้องน้ำของปันปัน เปิดน้ำล้างหน้าให้ตื่นเต็มตา ในกระจกสะท้อนภาพผู้ชายคนหนึ่งที่ยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เหมือนคนที่กำลังจะเริ่มคิดอะไรบางอย่างจริงจังขึ้นเรื่อย ๆ “รอดูเถอะปันปัน… ครั้งนี้ฉันไม่ยอมพลาดอีกแล้ว” ปันปันที่ตอนนี้นั่งหลังตรงอยู่บนเก้าอี้อ่านหนังสือในไอแพด สีหน้าตั้งใจเหมือนจะจดจ่อ แต่จริง ๆ คือ สมองลอยไปไกลกว่าหนังสือสามแสนไมล์ ภาพเมื่อคืนมันเด้งขึ้นมาในหัวไม่หยุด ยังไม่ทันได้พักจากความคิดเหล่านั้น เสียงเพื่อนสาวประจำแก๊งก็ดังลั่นจนคนทั้งโถงหันมอง “อีปันนนน!” ปันปันหลับตา สูดลมหายใจลึก ๆ แบบคนหมดความอดทน “เหี้ยอะไรมึง อีตุ๊ด” คิตตี้ยกมือเท้าเอวทันที “โอ้โหอีดอก ตบปากเดี๋ยวนี้ค่ะ! ใครสอนให้เรียกเพื่อนแบบนี้ยะ!” ปันปันตวัดตามองอย่างรำคาญ “มีอะไรไม่ทราบค่ะเพื่อน” น้ำเสียงเปลี่ยนจากด่าเป็นหวานเฉย ทำเอาคิตตี้กลอกตา “ไม่ต้องมาทำเสียงหวานเปลี่ยนเรื่องค่ะ!” คิตตี้วางกระเป๋าลงแรง ๆ “เมื่อคืน มึงกับผัวเก่ามึง ยังไงงงง” ปันปันชะงักนิดหนึ่ง แต่ทำหน้านิ่ง “ยังไงนี่คือ?” ทำเป็นไม่รู้เรื่อง “เอ้า ก็พอมึงบอกว่านัดกับแม่แล้วออกไป ศิลา…” คิตตี้ยกมือประกอบคำพูดอย่างเม้าท์มัน “ก็ตามมึงออกไปด้วยไง ผัวเก่ามึงนี่ ไม่ได้ตามไปด้วยหรอฮะ?” ปันปันกำลังจะตอบ แต่คิ้วกระตุกนิด ๆ เหมือนกำลังหงุดหงิดขึ้นมาจริง “ตามเพื่อ?” น้ำเสียงนิ่ง แต่แฝงอารมณ์ชัด คิตตี้เบิกตาโต ทำท่าจะเป็นลม “โอ๊ยยย ก็เผื่อถ่านไฟเก่ามันจะติดไฟใหม่ไงยะ! มันเรื่องปกติมากเลยนะเว้ย คนเคยรักกันมันติดง่ายอยู่แล้ว!” แซมมี่ที่ยืนแทะขนมอยู่ด้านหลังพูดเสริมทันที “คือจริงมึง… มึงไม่เห็นสายตาไอศิลามองมึงตอนใน รพ. เลยหรอ? จะกินหัวมึงอยู่ละ” ปันปันแทบจะสำลักอากาศ “พวกมึงนี่พูดไม่คิดเลยนะ! มันไม่มีอะไรทั้งนั้นเว้ย เรื่องมันจบไปแล้ว แล้วกูก็ไม่คิดจะกลับไปด้วย พอใจนะ” ปันปันพูดเสียงแข็ง ใบหน้าบึ้งตึงชัดเจน คิตตี้กับแซมมี่ทำหน้าแบบ กูไม่เชื่อ 200% อยู่แล้ว แต่ยังไม่ทันเถียง… เสียงทุ้ม ๆ ของตะวันก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง แบบโผล่มาเฉยจนทุกคนสะดุ้ง “กูจะรอดู” ปันปันหันขวับ เห็นตะวันยืนถือถุงอะไรบางอย่าง ก่อนที่เขาจะยื่นมาตรงหน้าปันปัน “อะไร?” ปันปันขมวดคิ้ว “ถุงขนม มึงเห็นเป็นอะไร” “กูรู้ว่าถุงขนม! แต่มึงเอามาให้กูทำไม กูไม่ได้สั่ง” ตะวันถอนหายใจแบบรำคาญแต่นิดนึง “ไม่ใช่ของกู… ของไอศิลามัน มันฝากกูเอามาให้มึง” ชั่ววินาทีนั้นเอง… “หูยยยยยยยย!!!” เสียงยาว ๆ แบบพร้อมใจกันของแซมมี่และคิตตี้ประสานกันมาออกมาทันที เสียงแซวมันดังจนทั้งคณะหันมามองเป็นตาเดียว ปันปันถึงกับคิดในใจว่า ขอลาออกจากการเป็นเพื่อนมันสองคนได้ป่ะว่ะ… อายจะตายอยู่แล้ว ปันปันหน้าแดงวูบก่อนจะสบถหงุดหงิด “ทำไมต้องฝากมึง เรื่องแค่นี้ยังต้องฝากคนอื่นเลย” ตะวันยักคิ้ว “จริง ๆ มันก็อยากมาให้เองแหละ แต่ติดว่ามันต้องรีบเข้าแล็บ ไม่งั้นมันคงเอามาให้มึงเองละ” คิตตี้กับแซมมี่มองหน้ากันแบบ โอ้โห ผัวเก่ามึงแม่งยังอินหนักมากค่ะเพื่อน! ปันปันหรี่ตามองตะวัน “ตะวัน มึงดูพูดมากขึ้นนะ” “เออ ก็พูดแทนคนฝากของให้มึงไง” ตะวันตอบหน้าตาเฉยเหมือนไม่ได้พูดอะไรผิด แต่สายตานี่คือกำลังจับจ้องปฏิกิริยาปันปันอยู่เต็ม ๆ คิตตี้โผล่มาเสริมทันที “นี่มันไม่ใช่พูดมาก แต่มันกำลังช่วยกระตุ้นไฟรักให้มึงสองคนชัด ๆ!” “กูจะตีหน้าพวกมึงให้เรียงตัวเลยนิ” ปันปันกัดฟันพูด แต่แก้มแดงลามจนถึงหูไปแล้ว แซมมี่กอดอก “มึงชอบเขาอยู่ใช่ม้ายยยย~” “ไปตายไป๊!!” ปันปันคว้าถุงขนมฟาดใส่แซมมี่เบา ๆ แต่ในใจกลับเต้นแรงกว่าเมื่อกี้หลายเท่า
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD