“ฉันชอบ~_~”

1405 Words
ย้อนกลับตอนม.6 เทอมหนึ่ง.. “ตะวัน เด็กใหม่อ่ะ มึงสนิทป่ะ?” ปันปันถามทันทีที่เดินมานั่งโต๊ะโรงอาหาร โดยมีทั้งตะวันและแซมมี่นั่งอยู่ก่อนแล้ว ตะวันกำลังซดแกงจืดอยู่ก็เงยหน้าขึ้น “ก็ไม่ได้สนิทขนาดนั้น แต่ก็คุยได้ เพิ่งมาวันแรกเอง จะให้สนิททันทีมันก็เกินไปป่ะ” แซมมี่ที่กำลังกินข้าวเคี้ยวตุ่ย ๆ โผล่มาเสริม “ถามไมวะ สนใจหรอ” ปันปันคีบไก่ทอดเข้าปาก แล้วตอบหน้าตาเฉย “ก็หล่อดี…” แซมมี่กับตะวันชะงัก มองหน้ากันแบบจะถามให้รู้เรื่อง แซมมี่วางช้อนลง เพี๊ยะ! “แหมมมมมมมมมมมม!! ที่บอกไม่สนใจ ไม่อยากรู้ เด็กใหม่เป็นไง ใครมันพูดดดดดด!” ปันปันถลึงตาใส่ “กูพูดว่า ‘หล่อดี’ เฉย ๆ ไม่ได้บอกว่าอยากได้!” ตะวันกระตุกยิ้มมุมปาก เหมือนรู้ทัน “อืม ๆ แต่สายตาตอนมึงมองหน้ามันตอนเช้าวันนี้อ่ะ… กูเรียกมึงตั้งสามรอบกว่าจะหัน” “ไอเหี้ยตะวัน! กูไม่ได้มองขนาดนั้นไหม!” ยังไม่ทันที่ปันปันจะพูดจบ เงาร่างสูงพร้อมชุดนักเรียนเรียบร้อยก็เดินมาวางถาดข้าวลงตรงข้ามโต๊ะพอดี ศิลา. ปันปันเงียบสนิทแทบกลืนลิ้น ทำเป็นก้มหน้าตักข้าว ทั้งที่ใจเต้นตุ่บ ๆ แบบโคตรประสาท ในหัวคิดว่า เหี้ยย เขาได้ยินกูป่ะเมื่อกี้เนี่ย แซมมี่กระซิบดังพอให้ทั้งโรงอาหารได้ยิน “ดู๊ดู๊ ทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้ แต่หูแดงหมดแล้วนะมึงอ่ะอีปัน!” —— ปัจจุบัน… เสียงเป่านกหวีดดัง “ปี๊ด!” ก่อนที่เสียงว๊ากทรงพลังของ ตะวัน จะก้องไปทั่วลานเกียร์ “ปีหนึ่ง! วันนี้คณะแพทย์จะเข้ามาร่วมรับน้องกับคณะเราด้วย เพราะงั้น…เราเป็นเจ้าบ้าน ต้องดูแลผู้มาเยือนให้ดี เข้าใจไหม!” เสียงก้องจนบล็อกข้าง ๆ ได้ยิน เด็กปีหนึ่งหลายคนสะดุ้งกันจนเห็นได้ชัด บางคนแทบทำท่าจะวิ่งหนี แต่เพื่อนลากแขนไว้ทัน ปันปันยืนกอดอกอยู่ข้างเสา ใบหน้าติดนิ่งแต่ในหัวคือ รำคาญเสียงว๊ากสุด ๆ คิตตี้ที่อยู่ข้างหลังเอาพัดมาพัดหน้ารัว ๆ ก่อนจะบ่นเสียงดังจนได้ยินแค่กลุ่มเพื่อน “อีปัน ทำไมคณะแพทย์ต้องมารับน้องร่วมกับคณะเราด้วยวะ กูว่าแล้ว…บรรยากาศต้องเครียด!” แซมมี่ที่นั่งจิบน้ำอยู่บนโต๊ะปูนทำหน้าเซ็งไม่ต่างกัน “เห็นว่าหมอปีสามปีสี่เขาไม่มีคน ออกนอกพื้นที่กันหมด อาจารย์เลยขอให้คณะเราช่วยเป็นสตาฟร่วม พวกปีสองปีสามเราเลยต้องมาดูแล” ปันปันหันขวับ “ใครบอกมึง?” “ก็เพื่อนในคณะพูดกันทั้งวัน มึงไม่ได้ยินเหรอ?” แซมมี่มองปันปันเหมือนงงว่ามันหลุดหูได้ไง ปันปันเตรียมจะตอบ แต่ประโยคถูกกลืนหายไปทันทีที่เธอเหลือบเห็นกลุ่มชุดสตาฟกำลังเดินเข้ามาทางลาน ไม่ใช่ใครอื่น… ศิลา เขาเดินนำมากับกลุ่มเพื่อนแพทย์ ดวงตาคมเฉียบ มัดกล้ามกระชับใต้เสื้อสตาฟที่พอดีตัวพอดีแรง ลมที่พัดเข้ามาในลานเกียร์พอดีทำให้ผมเขาเซ็ตขึ้นเล็กน้อย ยิ่งเห็นชัดว่ามีเสน่ห์แค่ไหน เด็กปีหนึ่งทั้งหญิงทั้งชายยังหันไปมองตามกันแบบออกหน้าออกตา บางคนถึงกับกระซิบ “พี่หมอคนนั้นโคตรหล่ออ่ะ…” คิตตี้ทำตาโตทันที “เหี้ย…ศิลา!” ปันปันกัดฟันแน่น กอดอกแน่นขึ้นไปอีก “แล้วทำไมคณะแพทย์ไม่ขนอีห่านั้นออกนอกสถานที่ไปด้วยวะ จะได้ไม่ต้องมาเดินเฉียดกูแบบนี้!” แซมมี่กลั้นหัวเราะไม่อยู่ “โอ๊ยยย ดูมันร้อนตัว พูดยังกับยังรักอยู่” “รักพ่อง! เดี๋ยวกูทุบมึงคนแรกเลยอีแซม” แต่ยังไม่ทันได้ทุบ เหมือนฟ้าจะกลั่นแกล้ง… ศิลาเหลือบตาขึ้นมองมาทางปันปันพอดี สายตาทั้งคู่ประสานกันแค่เสี้ยววินาที แต่เสี้ยววินาทีนั้นหัวใจปันปันเต้นโครมจนตัวเองอยากด่า และปันปันก็หันหน้าหนีแทบไม่ทัน คิตตี้กระซิบเบา ๆ แต่แรดมาก “ปันคะ…หน้าแดงค่ะ” “ไม่แดงเว้ย เดินกลับหอเลยดีไหม กูรำคาญ!” แต่ยังไม่ทันจะได้หนี ศิลาเดินตรงเข้ามาทางพวกเธออย่างจงใจ… “ปันปัน เมื่อเช้าที่ฝากขนมไปให้…ได้กินหรือเปล่า” เสียงทุ้มของศิลาเบาแต่ชัดเจน จนปันปันที่ตั้งใจจะเมินหันหน้าหนีแทบจะทำสำเร็จอยู่แล้ว แต่ไม่ทัน… คิตตี้ดันชิงตอบแทนแบบไม่ปรึกษาใครทั้งนั้น “กินสิคะ กินคนเดียวด้วย นี่กับอีแซมจะขอแบ่งกัดนึงก็ไม่ยอม งกฉิบหาย!” ปันปันหันขวับ “พูดมากละมึง อีณัฐวุฒิ!” คิตตี้ทำตาโตเหมือนจะลุกขึ้นมาตบ “โอ๊ย! ถ้ามึงยังเรียกชื่อจริงกูอีกคำเดียว กูต่อยปากมึงต่อหน้าแฟนเก่ามึงเลยนะ!” แซมมี่หลุดหัวเราะดังจนเด็กปีหนึ่งหันหน้ามามอง “ฮ่าๆ แหมมมมมมมมมมมมมมมมมม แฟนเก่า ที่กำลังจะกลายเป็น แฟนใหม่ ป่ะ” ปันปันหน้าร้อนวาบ รีบสะบัดมือไล่เพื่อน “แซมมี่ หยุดพูด!” ศิลามองเธอ แววตาไม่ได้ยิ้ม แต่มีอะไรบางอย่างอ่อนลงนิด ๆ เหมือนเธอเป็นสิ่งเดียวในลานเกียร์ที่เขาโฟกัสอยู่ “ดีแล้วที่กิน” เขาพูดเรียบ ๆ “เธอไม่ค่อยได้กินข้าวเช้า กลัวจะเป็นลม” ปันปันสะดุ้ง “มึง…เอ้ย นาย ไปสืบอะไรมาอีกเนี่ย!” “สืบอะไรล่ะ ก็จำได้” เขาตอบนิ่ง ๆ “สมัยม.หก เธอไม่เคยกินข้าวเช้า” คิตตี้กรี๊ดในลำคอ “โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยย นี่มันคือการผูกใจผู้หญิงด้วยความใส่ใจใช่ไหมคะ!?” “กลับไปได้แล้วไป รำคาญ” ปันปันพูดพลางทำหน้าบึ้ง เดินจะผละออกจากศิลาให้ไวที่สุด ศิลายืนพิงเสาเหมือนไม่สะทกสะท้าน “เธอรำคาญหรอ?” เขาถามเสียงนิ่ง แต่แววตากลับเหมือนแอบยิ้ม “ฉันไม่นะ…ฉันชอบ” ปันปันชะงัก “ชอบบ้าอะไรของนายอีกเนี่ย” “ชอบที่เธอไล่…น่ารักดี” ศิลายักคิ้วนิด ๆ เหมือนจงใจยั่วให้เธออารมณ์ขึ้นไปอีกระดับ ปันปันกัดฟัน “โอเค ไม่ไปใช่ไหม…งั้นกูไปเอง!” เธอหมุนตัวจะเดินหนีทันที แต่ไม่ถึงสามก้าว ข้อมือถูกดึงไว้อย่างแผ่วเบา ไม่แรงจนเจ็บ แต่แน่นพอให้ปันปันชะงักหันกลับมาแทบจะทันที ศิลายืนจ้องเธออยู่ ใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ จากเสื้อเขา “จะไปไหน” ปันปันเบิกตากว้างเล็กน้อย ก่อนทำหน้าเอือมสุดชีวิต “ขี้! จะไปขี้ จะไปนั่งดูฉันขี้หรือไง เลิกถามได้แล้ว!” ศิลายกยิ้มมุมปากอย่างไม่สะทกสะท้าน “ถ้าดูได้…ฉันก็ดู” “ไอศิลา!!” ปันปันสะบัดข้อมือออกแทบไม่ทัน ใบหน้าแดงเหมือนจะระเบิดได้ทุกวินาที ไม่รู้ว่าอายหรือโมโหมากกว่ากันแน่ จากนั้นปันปันก็เดินหนีไปเข้าห้องน้ำทันที ปล่อยให้ศิลา แซมมี่ และคิตตี้ยืนอยู่ข้างหลังตามกันมองเงาเธอหายไปหลังประตู แซมมี่เป็นคนถอนหายใจก่อน “มึงก็ไปกวนประสาทอีปันมัน พักหลังองค์แม่ยิ่งประทับบ่อยอยู่ มึงไม่กลัวมันด่าเหรอไอศิลา” ศิลายักไหล่สบาย ๆ “กูยังไม่ได้ทำอะไรเลย มึงก็รู้ว่าไอปันมันเป็นแบบนี้ของมันตั้งนานแล้ว จะโมโหก็โมโหไปเถอะ เดี๋ยวมันก็หาย” คิตตี้ยืนกอดอก ทำหน้าเหมือนกำลังดูซีรีส์เรื่องโปรด “งั้นถามจริง จะกลับมาจีบแฟนเก่าจริงจังป่ะ” ศิลาหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงที่จริงจังแบบไม่ต้องเฟค “อืม…กูจริงจัง” เขามองไปทางห้องน้ำที่ปันปันเข้าไป “แล้วต้องเป็นปันปันเท่านั้น…ที่กูอยากใช้ชีวิตด้วย” แซมมี่ทำหน้าหมั่นไส้สุดชีวิต “น้ำเน่าชิบหาย เอออออ ให้มึงโชคดีแล้วกันนะเพื่อน” คิตตี้ปรบมือช้า ๆ แบบประชด “โชคดีค่ะ ที่รัก ขอให้รอดจากการโดนด่าก่อน แล้วค่อยไปคิดถึงอนาคต!”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD