“เจ้านาง เจ้านางแก้วเจ้าจันทร์ตื่นเถอะ ท่านต้องตื่นเดี๋ยวนี้” เธอได้ยินเสียงเรียกจากด้านหลัง พีรยาหันไปมองเห็นชายหนุ่มรูปงามอีกคน และเขาเห็นเธอด้วย
“ท่านต้องกลับสู่ปัจจุบันของท่านเดี๋ยวนี้ ข้าจะไปส่ง”
“อย่ามายุ่ง ข้าจะให้นางอยู่ที่นี่ นางต้องติดอยู่ที่นี่กับข้า” เสียงกรีดร้องของผู้หญิงดังขึ้น พร้อมกับร่างโปร่งแสงปรากฎเป็นภาพสตรีที่ใบหน้าบวมอืด ร่างกายเน่าเฟะ นางกำลังยื่นมือมาจะไขว่คว้าร่างของพีรยา
หากแต่บุรุษหนุ่มผู้นั้นกางมือออก “ก็ลองดู ถ้าท่านคิดว่าจะมีบารมีมากกว่าข้าที่เป็นผู้รักษาคุ้มเวียงบัว ก็ลองดู”
ร่างเน่าเฟะนั้นคืนร่างเป็นสตรีสวยงาม ห่มผ้าทองคล้ายกับผ้าที่เธอเห็นในกล่องไม้ หน้าตาเหมือนเจ้าแก้วเจ้าจันทร์ที่เธอเห็นเมื่อครู่ หรือถ้าจะพูดอีกทีก็คือเหมือนกันพีรยานั่นเอง นางมองมาที่พีรยาด้วยดวงตาโกรธแค้นชิงชัง
“มด น้องมด” เธอลืมตาอย่างช้าๆ นึกทบทวนสิ่งที่เห็นเมื่อครู่ มันยังชัดเจนเหมือนดูละครเวทียังไงยังงั้น
ไอยเรศมองเธออย่างเป็นห่วง เขารู้แล้วว่าพีรยาต้องมีอะไรที่ผูกพันกับคุ้มเวียงบัว รวมถึงผุกพันกับตัวเขาเองแต่ยังไม่แน่ใจว่าผูกกรรมมาในเชิงดีหรือร้าย
หญิงสาวนอนอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น ข้างตัวเป็นบรรดายาหอม ยาลม ยาดมหลายขนาน เธอผ่อนลมหายใจอย่างยากลำบาก
“เป็นยังไงบ้าง ไปหาหมอไหมครับ” ไอยเรศถาม
เธอส่ายหน้า “ไม่ค่ะ มดเป็นอะไรคะ”
“มดเป็นลม พอจับผ้าผืนนั้นก็เป็นลมไปเลย” เจ้าของบ้านบอก พีรยานึกถึงผ้าทอง และคิดถึงเจ้าของผ้าสตรีผู้นั้น
“แก้วคำพา แก้วเจ้าจันทร์ ไอยยาวัต” เธอพึมพำทวนชื่อต่างๆ ที่ได้ยินในความฝัน ไอยเรศชะงัก แต่พีรยาพูดต่อเหมือนอยู่ในภวังค์ และสิ่งที่เธอพูดต่อมาทำให้เขานิ่งอึ้งยิ่งกว่า”
“แก้วคำพาห่มผ้าสีทองลายหงส์ แก้วเจ้าจันทร์ห่มผ้าสีขาวปักลายนกยูงสีเงิน นี่มันอะไรกัน” พีรยาเอามือลูบหน้า ก่อนที่จะมาที่นี่ เธอมักจะฝันเห็นหญิงสาวคนนั้นในความฝันเสมอ แก้วเจ้าจันทร์ห่มผ้าสีขาวลายนกยูง เมื่อมาเจอผ้าผืนนั้นที่ร้านของไอยเรศเมื่อวันก่อน เธอจึงชอบมันมากจนต้องขอซื้อ
“มดรู้เรื่องนี้จากไหนครับ ฝันเหรอ” ไอยเรศถาม พีรยาพยักหน้า “มดเล่าให้พี่ฟังได้ไหม พี่อยากรู้ว่าตรงกับเรื่องที่พี่รู้รึเปล่า”
หญิงสาวมองหน้าเขา ทันใดนั้นเธอเห็นไอยยาวัตรซ้อนบนใบหน้าของไอยเรศในปัจจุบัน พีรยาตกใจเบนตัวหนี เธออุทานเสียงหลง
“เจ้าไอยยาวัต กรี๊ด..ผี” ผีหลอกกลางวันแสกๆ ที่นี่เฮี้ยนเกินไปแล้ว พีรยาคิดในใจ เธอลุกหนีจากที่นั่งอยู่ทันที
ไอยเรศรีบลุกตามเขาจับต้นแขนของหญิงสาวไว้ “มด พี่เองพี่ไม่ใช่ผี” แต่หญิงสาวปัดมือเขาออก เธอจะกลับบ้านนี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน
“ฉันจะกลับบ้าน ปล่อยค่ะ” พีรยาพยายามดึงมือเขาออกจากต้นแขนตัวเอง แต่เขาขืนมือไว้
“ไม่ เราต้องคุยกันก่อน” ไอยเรศรั้งเธอไว้ แต่เมื่อพีรยาไม่ยินยอมเขาจึงกอดเธอทั้งตัว
พีรยาตาเหลือกลานเมื่อถูกกอด “ปล่อยฉัน ฉันเกลียดผู้ชาย อย่ามาแตะนะ”
“มากกว่าแตะก็จะทำ พี่เคยทำมามากกว่านี้หรือน้องลืมไปแล้ว” ไอยเรศชักโมโห เขาจับคางเล็กให้อยู่นิ่งเพื่อรับจูบหนักหน่วงนิ่งนาน เหตุการณ์ตรงหน้าเหมือนวนกลับไปเหมือนภาพที่เธอเห็นในความฝันเมื่อครู่ พีรยาทั้งตกใจและงงงันจนไม่มีแรงขัดขืน ปล่อยให้เขาสอดแทรกลิ้นเข้ามาในปาก จูบแรกในชีวิตทำให้เธอไปไม่เป็น
กลิ่นดอกแก้วลอยวูบมาตามลม ตามด้วยเสียงลมพัดเหมือนใครสักคนกำลังโมโหถึงขีดสุด
ราเมศมองร่างโปร่งแสงของแก้วคำพาอย่างเวทนา “เจ้าห้ามพวกเขารักกันไม่ได้หรอก ความรักเป็นเรื่องแปลกถึงแม้จะถูกทำให้แยกจากกันเป็นร้อยปี เมื่อกลับมาพบกันใหม่ เขาก็รักกันเหมือนเดิม”
“ข้าไม่ยอมรับความรักที่ผิดธรรมเนียม เจ้าพี่เป็นคู่หมั้นของข้า เขาจะไปรักน้องสาวฝาแฝดของข้าไม่ได้ นางไม่เคยมีตัวตนสำหรับใคร นางไม่เคยมีตัวตนสำหรับข้า นางก็แค่กาฝากที่เกาะติดข้าเท่านั้นเอง” แก้วคำพากรีดร้อง
“นั่นคือสิ่งที่เจ้าคิดไปเอง แต่ความจริงคือไอยยาวัตไม่เคยรักเจ้า ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ ต่อให้เจ้ากับนางจะหน้าตาเหมือนกัน แต่เนื้อในต่างหากที่ทำให้เจ้าสองคนต่างกันราวฟ้ากับเหว” ราเมศตอกย้ำความจริง
ไอยเรศถอนจูบจากริมฝีปากอิ่มเต็ม เขาคลายอ้อมแขนแต่ยังไม่ปล่อยพีรยา รู้สึกเหมือนได้สิ่งที่รอคอยมานานคืนกลับมา
“มดเห็นอะไร เล่าให้พี่ฟังหน่อย ถ้าไม่เล่าเราก็อยู่กันแบบนี้ล่ะ” ชายหนุ่มดึงเธอมานั่งด้วยกันที่โซฟาตัวเดิม พีรยาจึงต้องเล่าสิ่งที่เห็นในความฝันทั้งหมด รวมถึงกายทิพย์สองตนที่เธอเห็นด้วย
เมื่อเล่าจบ เธอขยับตัวจะกลับ
“จะกลับบ้านค่ะ อ้อมรออยู่”
“พี่โทรบอกอ้อมแล้วตอนมดเป็นลม ว่ามดไม่สบายอาจจะกลับช้า”
พีรยามองเขาตาขุ่น เธอรู้สึกว่าไอยเรศเริ่มรุกล้ำความเป็นส่วนตัวของเธอมากไป หญิงสาวหยิบกระเป๋าและโทรศัพท์ขึ้นมา
“กุญแจรถล่ะคะ” เธอถามถึงกุญแจรถตัวเอง ไอยเรศจึงโทรถามคนของเขา ถามหากุญแจรถของพีรยา ได้คำตอบมาว่า
“รถคุณผู้หญิงอยู่ๆ ก็สตาร์ทไม่ติดครับ ผมเลยเรียกช่างมาดู ตอนนี้อยู่กับช่าง”
เขาจึงบอกเธอตามที่รับรายงานมา พีรยาขมวดคิ้ว
“รถมีประกันค่ะ เดี๋ยวเรียกประกันเองได้ งั้นพี่ช้างไปส่งมดที่บริษัทได้ไหมคะ จะไปดูรถ”
“เดี๋ยวพี่จะไปส่งมดที่บ้าน เรื่องรถให้คนของพี่จัดการให้เถอะ ช่างเรียกมาแล้วรับรองว่าไม่วางยารถ” แต่อาจจะวางยาคนแทน เขาคิดต่อในใจ