คุ้มเวียงบัว

1506 Words
วันรุ่งขึ้นเหมือนจะมีความวุ่นวายเล็กน้อยในที่ทำงานของพีรยา เมื่อไอยเรศปรากฏตัวขึ้นที่นั่น และเนื่องจากมีการแก้ไขใบนำส่งสินค้าทำให้เธอเลิกงานช้ากว่าปกติ หญิงสาวลืมไปแล้วว่านัดเขาไว้ เธอเดินออกจากห้องทำงานในคลังสินค้า พบว่าเขาคุยกับผจก.ทั่วไปอย่างสนิทสนม เมื่อเธอเดินไปถึง ผจก.ได้คุยเล่นกับเธอว่า “แหม...มดสนิทกับพ่อเลี้ยงก็ไม่บอก ทานข้าวให้อร่อยนะ” แล้วก็เดินจากไป เธอมองตามแบบงงๆ “ไปกันรึยังครับ” คู่นัดถาม “เอ่อ ขอเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนค่ะ” งานเธอคลุกคลีกับสารพิษ ดังนั้นก่อนออกจากคลังสินค้า เธอจะต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเสมอ “ครับ พี่ไม่รีบ” เธอจึงตรงไปที่ล็อกเกอร์หยิบของในนั้นออกมา เดินไปที่ห้องอาบน้ำของบริษัท ซึ่งแทบจะเป็นที่ส่วนตัวของเธอเพราะเป็นผู้หญิงคนเดียวในแผนก เธอจึงถือกุญแจไว้คนเดียว และสามารถนำของใช้ส่วนตัววางในนั้นได้เลย ไอยเรศรอประมาณสิบห้านาที พีรยาจึงออกมาจากห้องน้ำในชุดใหม่ เป็นเสื้อสายเดี่ยวสีดำสวมทับด้วยคาดิแกน กางเกงผ้าเข้ารูปดูคล่องตัว กลิ่นหอมจากสบู่ที่ลอยมาจากตัวเธอทำให้เขารู้สึกเสียอาการได้อยู่เหมือนกัน “เราจะไปทานอาหารที่ไหนกันคะ” หญิงสาวเอารถมาเอง เธอกะว่าจะขับตามเขาไป “คุ้มเวียงบัวครับ บ้านพี่เอง” พีรยาชะงักเมื่อได้ยินดังนั้น “จะเปลี่ยนใจก็ได้นะครับ” เสียงนั้นมีแววท้าทายในที ซึ่งทำให้หญิงสาวรู้สึกเหมือนถูกสบประมาท “ไม่เป็นไรค่ะ ไปได้ เดี๋ยวน้องเอารถไปเองนะคะ” เธอเผลอเรียกตัวเองว่า “น้อง” ตามวัฒนธรรมของท้องถิ่น ก่อนจะนึกได้ “ขอโทษค่ะ เดี๋ยวมดขับรถตามไปนะคะ” ไอยเรศยิ้มเมื่อได้ยินคำที่พีรยาเผลอเรียกตัวเอง ก่อนจะหุบยิ้มเมื่อเธอพูดต่อว่า “ปกติจะพูดแบบนี้กับพ่อแม่น่ะค่ะ สงสัยพี่ช้างจะเป็นผู้ใหญ่พอๆ กับพ่อของมด เลยหลุดปาก” เธอยิ้มให้ ดวงตาดูใสซื่อเหมือนไม่คิดอะไร ฮึ่ม.... ไอยเรศเข่นเขี้ยวในใจ “น้องมดไปรถพี่ก็ได้ครับ เดี๋ยวให้คนของพี่ขับรถน้องมดไปให้” เขาเปิดประตูรถรอ พีรยาจึงจำต้องก้าวขึ้นนั่งบนรถคันหรูของเขา ชายหนุ่มแบมือมาตรงหน้า “พี่ขอกุญแจรถน้องมดครับ” หญิงสาวเปิดกระเป๋าหยิบกุญแจรถส่งให้ไอยเรศ ทันทีที่หย่อนกุญแจลงบนฝ่ามือใหญ่ เหมือนมีลมวูบหนึ่งพัดผ่านไประหว่างเธอและเขา พีรยาหน้าตื่นหันไปมองรอบๆ ทุกอย่างรอบตัวนิ่งสนิท และในรถก็ไม่น่าจะมีลมอื่นพัดเข้ามาได้ขนาดนี้ ไอยเรศเองก็รู้สึก เขารู้สึกได้มากกว่าพีรยาด้วยแต่ไม่อยากพูดให้หญิงสาวกลัว จึงทำเหมือนไม่รับรู้อะไร ปิดประตูรถฝั่งเธออย่างเบามือ และส่งกุญแจรถของพีรยาให้คนของเขาที่รออยู่ “ขับรถคุณมดตามไปที่บ้านเวียงบัว” “ครับพ่อเลี้ยง” ณ คุ้มเวียงบัว พีรยาลงความเห็นว่าที่นี่ควรจะเรียกว่าวัง ไม่ใช่บ้าน มันกว้างมาก พอเลี้ยวรถผ่านประตูไม้หนาหนักแล้ว บรรยากาศเหมือนหลุดมาอีกโลก จากประตูรั้วเป็นถนนคอนกรีตกว้างสองเลน สองข้างทางเป็นต้นไม้เก่าแก่ อายุแต่ละต้นน่าจะเป็นร้อยปี และอีกฝั่งเป็นบ่อน้ำขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยบัวนานาชนิด ไอยเรศขับรถผ่านเรือนไทยล้านนาขนาดใหญ่ เลยไปจอดรถตรงที่หน้าเรือนเล็กกว่าและดูทันสมัยกว่ามาก “ไปกันครับ พี่บอกให้แม่บ้านเตรียมอาหารไว้แล้ว” ชายหนุ่มดับเครื่องรถยนต์ พีรยาเปิดประตูรถลงไปมองรอบบริเวณ บ้านของเขาสวยจริงแต่ก็ดูวังเวงแบบแปลกๆ “พี่ช้างอยู่ที่นี่แน่เหรอคะ” เธออดถามไม่ได้ “ครับ ทำไมเหรอ” เขายิ้มพีรยาไม่ใช่คนแรกที่ถาม “มาทางนี้เถอะครับน้องมด” เขาเรียก พีรยาขยับตัวจะก้าวเดินแต่มีลมแรงปะทะร่างจนเซวูบไปพิงรถ หญิงสาวหน้าซีด เจ้าของบ้านหนุ่มรีบตรงมาประคองพาเดินขึ้นเรือน ถ้าทั้งสองมีตาในคงจะยิ่งกว่าช็อก เพราะไม่ห่างจากจุดที่สองคนยืน มีร่างโปร่งแสงของสตรีผู้หนึ่งแต่งกายด้วยชุดล้านนา และมีผ้าคลุมไหล่แบบเดียวที่ไอยเรศเพิ่งได้มา ที่สำคัญที่สุดหน้าตาของเธอ ละม้ายคล้ายคลึงกับพีรยาราวกับฝาแฝด นางมีดวงตาที่แดงก่ำ บอกถึงอาการโกรธเกรี้ยวถึงที่สุด “เจ้านางแก้วคำพา กลับไปอยู่ในที่ของเจ้านางเสีย มิเช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน” ร่างโปร่งแสงอีกร่างปรากฏขึ้น เป็นร่างสูงใหญ่ของบุรุษหนุ่ม มีรัศมีกายที่ชัดเจนว่ามีบารมีเหนือว่า นางจึงเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเจ้านางแก้วคำพาหายไปแล้ว บุรุษผู้นั้นจึงทอดสายตาไปยังบนเรือนที่ไอยเรศพาพีรยาขึ้นไป “ไอยยาวัต เจ้านางแก้วเจ้าจันทร์ ในที่สุดพวกเจ้าก็ได้กลับมาพบกันที่นี่ ข้าหวังว่าภพชาตินี้เจ้าทั้งสองคนจะช่วยปลดปล่อยทุกดวงวิญญาณที่นี่ได้สักที” ทันใดนั้น มีเสียงกรีดร้องโหยหวนมาตามลมของเจ้านางแก้วคำพาดังขึ้น ราวกับเจ็บปวด กายทิพย์ของบุรุษหนุ่มผู้นั้นรีบตรงไปยังต้นเสียงทันที พีรยาสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องที่ดังแว่วๆ มา ไอยเรศที่มองเธออยู่แล้วจึงถาม “มีอะไรเหรอครับน้องมด” “พ่อเลี้ยงไม่ได้ยินเหรอคะ เสียงร้องเมื่อกี้” เธอย้อนถาม “ไม่นี่ครับน้องมดหูแว่วไปรึเปล่า ลองชิมนี่ดูดีกว่า” เขาตักอาหารให้เธอ เพื่อเบี่ยงความสนใจ “ขอบคุณค่ะ” พีรยาคิดว่าเธอรีบทาน รีบกลับน่าจะดีกว่า ที่นี่มันดูวังเวงแปลกๆ เมื่อทานอาหารเสร็จ ไอยเรศถามเธอว่า “น้องมดชอบงานผ้าโบราณเหรอครับ” “ค่ะ ชอบดู แต่ไม่ถึงกับสะสม” เธอยอมรับ “พี่มีอะไรให้น้องมดดู” เขาลุกหายไปในห้องห้องหนึ่ง ก่อนจะกลับมาพร้อมกล่องไม้ใส่ผ้าขนาดไม่ใหญ่มาก เขาวางมันลงตรงหน้าเธอ เปิดหีบไม้นั้นให้เธอเห็นสิ่งที่อยู่ด้านใน พีรยามองอย่างสนใจ มันเป็นผ้าทองที่ถูกทอด้วยเส้นไหมพิเศษ มีดิ้นทองปักเป็นรูปหงส์ ทันทีที่เธอแตะมันหญิงสาวเห็นภาพซ้อนของหญิงสาวที่เธอเห็นในฝันเสมอ พีรยารีบปล่อยมือจากผ้าชิ้นนั้น ในขณะที่อีกมุมหนึ่งของห้องปรากฏร่างของเจ้านางแก้วคำพา นางตวาดออกมาหากแต่ไม่มีใครได้ยิน “เอามือของเจ้าออกจากของของข้า แก้วเจ้าจันทร์” “มดเป็นอะไรรึเปล่า” ไอยเรศจับต้นแขนเขย่า หากแต่พีรยาตัวอ่อน เธอเป็นลมไปแล้ว ไอยเรศถือวิสาสะดูโทรศัพท์ของพีรยา หาเบอร์โทรของอวิกาเพื่อโทรแจ้งว่าเพื่อนเธอเป็นลม อาจจะต้องกลับถึงบ้านช้าสักหน่อย ไม่ต้องกังวล “ครับน้องมดเป็นลม อาจจะกลับถึงบ้านช้า อ้อมอยู่ได้ใช่ไหมครับ” เขาถามอวิกา แต่คนท้องตอบกลับมาว่า “อ้อมอยู่ได้ค่ะพี่ช้าง มีแม่บ้านอยู่เป็นเพื่อนค่ะ ว่าแต่ทำไมมดเป็นลมคะ คบกันมาจะสิบปีมดไม่เคยเป็นลมเลยค่ะ” พีรยาเดินไปตามทางมืดๆ เธอไม่เห็นใครเลยรอบตัว บรรยากาศเย็นเยือกจนหนาวไปทั้งกาย ห่างเธอไปไม่ไกล เห็นชายหญิงคู่หนึ่งยื้อยุดกันอยู่ เธอเดินเข้าไปใกล้ๆ ก็ไม่มีทีท่าว่าสองคนนั่นจะรับรู้การมาของเธอ ฝ่ายชายรูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาเหมือนไอยเรศมาก แต่เขาแต่งกายด้วยเสื้อผ้าเจ้านายผู้ชายทางล้านนาโบราณ “เจ้าพี่ไอยยาวัต ปล่อยน้อง” ฝ่ายหญิงผลักไสคนที่กำลังกอดเธอแน่น “ไม่ น้องต้องอยู่กับพี่ พี่จะไม่แต่งงานกับแก้วคำพา” ไอยยาวัตกอดรัดร่างของแก้วเจ้าจันทร์แนบแน่น ไม่สนใจว่าเธอจะผลักไสหรือส่งเสียงร้องให้ใครช่วย มือข้างหนึ่งของเขาจับที่ปลายคางหญิงสาว ประทับริมฝีปากตนเองลงไปบนกลีบปากนุ่มนั้นนิ่งนาน แก้วเจ้าจันทร์ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก จนเมื่อไอยยาวัตเลื่อนริมฝีปากลงไปตามซอกคอ เธอจึงได้สติผลักเขาออกเต็มแรง จังหวะนั้นเองที่พีรยาได้เห็นว่าใบหน้าของหญิงสาวผู้นั้นเหมือนกับเธอ ราวกับกำลังส่องกระจก ก่อนที่แก้วเจ้าจันทร์จะฉวยโอกาสที่ชายหนุ่มเซไปอีกทางวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD