เช้าวันต่อมาพระรามนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานของตัวเองแต่สมองกำลังครุ่นคิดว่าจะทำยังไงให้เพียงฤดีไม่กล้าจากเขาไปไหนคนเจ้าเล่ห์จึงกดโทรศัพท์หาใครบางคน
“ราม คิดยังไงถึงโทรมาหาแม่”
“คิดถึงคุณแม่ไงครับ”
“พูดมาเลยดีกว่าต้องการอะไร” ชายหนุ่มจึงพูดความต้องการของตัวเองออกไปแถมยังไม่รู้สึกอะไรกับคำต่อว่าของแม่ตัวเองเลยสักนิด
“ถ้าแม่ไม่ขอลูกสาวบ้านนั้นให้ ผมจะไปฉุดหนูดีมาจริงๆ นะ”
“เหมือนกันทั้งพี่ทั้งน้องเลย”
เมื่อฟังแม่จนหูชาจนวางสายไปแล้วพระรามรอเพียงเวลาเท่านั้นคนเป็นแม่รักลูกมากแค่ไหนชายหนุ่มรู้ดี เหลือแค่เพียงฤดีที่เขาต้องกำราบให้อยู่
ตรีนุชหนักใจไม่น้อยที่ต้องทำตามความต้องการของลูกชายคนกลาง ลูกชายไปเรียนอยู่เมืองนอกตั้งนานแถมยังทำงานอยู่ในเมืองกรุงแต่ทำไมถึงมาชอบสาวข้างบ้านได้
“จันทร์ ฉันเองจ้ะ”
“อ้าว นุชเข้ามาข้างในก่อนสิ” จันทร์สุดาแม่ของเพียงฤดีจึงเปิดประตูให้ตรีนุชเข้ามานั่งข้างในก่อน
“ไปไงมาไงถึงมาได้”
“พอดีฉันมีเรื่องอยากจะบอกนะจ้ะ”
ตรีนุชจึงยอมเล่าความต้องการของลูกชายให้ฟัง การที่มาครั้งนี้เพื่อที่จะสู่ขอลูกสาวคนเดียวของจันทร์สุดาเพื่อให้มาเป็นสะใภ้คนกลาง
“อะไรนะ! แล้วเด็กทั้งสองไปรักกันตอนไหน”
“ฉันก็ไม่รู้หรอกในเมื่อเด็กเขารักกันเราก็อย่าไปขัดขวางเลยนะ ปล่อยให้ทั้งสองเรียนรู้กันไป”
“ฉันขอคุยกับลูกสาวก่อนนะ” จันทร์สุดาไม่คิดจะห้ามเพราะว่าลูกสาวก็โตพอที่จะมีครอบครัวแล้ว แต่อยากถามความคิดเห็นลูกก่อน
“ยังไงเด็กทั้งสองเขาก็รักกันเราสองครอบครัวจัดงานแต่งเผื่อจะมีหลานมาฝากเรา” ตรีนุชพยายามพูดเพื่อให้อีกฝ่ายใจอ่อนไปด้วย
“เห้ออออ ฉันคงต้องปรึกษาพ่อของหนูดีก่อนว่าจะเอายังไงส่วนเรื่องแต่งงานไม่ต้องเป็นห่วงหรอก”
“ขอบใจมากนะจ้ะ ที่เข้าใจ”
“พระรามนะ แม่จะหยิกให้ตัวเขียวเลย” ตรีนุชเริ่มปวดหัวขึ้นมาลูกชายคนเล็กก็สร้างเรื่องไปแล้ว ยังจะมาลูกคนกลางอีกต้องไม่เว้นเรื่องผู้หญิง
“นี่ถ้าไม่ติดเรื่องสาวๆของลูก แม่จะปล่อยให้แก้ปัญหากันเองเลย” เพราะกลัวว่าจะได้แม่ดารานางแบบทั้งหลายมาเป็นสะใภ้จึงต้องรีบให้ลูกชายแต่งงาน พระรามมีคนที่รักตรีนุชเองก็รู้สึกเบาใจขึ้นมา
เพียงฤดีวางสายจากแม่ของตัวเองและได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมด แถมแม่กำลังจะหาฤกษ์งามยามดีให้ดีโดยที่หญิงสาวไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธเลยสักนิด
“พี่รามอยู่ไหนคะ?”
“พี่อยู่บ้านไงครับ”
“หนูดีจะเข้าไปหาค่ะ”
เพราะวันนี้เป็นวันหยุดหญิงสาวจึงเก็บของเตรียมออกไปหาพระรามเพื่อคุยเรื่องราวที่เกิดขึ้น
ด้านพระรามรู้สึกพอใจไม่น้อยที่เพียงฤดียอมมาหาเขาถึงที่พระรามนั่งยิ้มอย่างอารมณ์ดี ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงก็มีเสียงรถแล่นเข้ามาคงจะเป็นรถแท็กซี่มาส่งหญิงสาว
“พี่รามไปฟ้องแม่เหรอคะว่าเราสองคน...” หญิงสาวไม่รอช้าที่จะพ้นคำถามออกไป แถมแม่ยังเห็นดีเห็นงามอยากให้เธอแต่งงานกับพระราม
“ใช่ พี่ไปบอกแม่เอง” ชายหนุ่มยอมรับโดยไม่มีข้อโต้แย้งอะไรเพราะมันคือความจริง
“พี่ทำแบบนี้ทำไม” หญิงสาวไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรพระรามถึงรีบแจ้นไปฟ้องแม่ว่าทั้งสองได้เสียกันแล้ว
“พี่อยากรับผิดชอบหนูดี ถ้าพี่ไม่ทำแบบนี้หนูดีก็จะทิ้งพี่ไปมีคนใหม่” เขาต้องรีบมัดมือชกเพียงฤดีโดยไม่ให้หญิงสาวปฏิเสธ
“พี่ราม!”
“ถ้าหนูดีไม่อยากแต่งงานกับพี่ ลองบอกเหตุผลดีๆมาสิว่าเพราะอะไรถึงไม่อยากคบกับพี่”
เด็กน้อย เหตุผลไร้สาระของหญิงสาวเขาไม่ยอมรับหรอกใครจะโง่ปล่อยเมียตัวเองไป
“หนูดี! ก็แค่...”
หญิงสาวเงียบเพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่จะอ้างเหตุผลที่ไม่อยากแต่งงานก็ฟังไม่ขึ้นเอาเสียเลย ถามว่าตอนนี้เธอกังวลอะไรก็คงเป็นเรื่องฐานะทางสังคมมากกว่า
“เอาละ พี่ขี้เกียจฟังเหตุผลแล้วเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวของพี่ก็พอ ส่วนเรื่องงานพี่ไม่บังคับหนูดี” พระรามสรุปเองเสร็จสรรพชายหนุ่มยังให้มารีบหาฤกษ์ให้เร็วที่สุดอีก
“พี่รามแต่หนูดี”
“ถ้าพูดอีกรอบนี้พี่จะจับหนูดีกินแล้วนะ” พระรามจ้องมองไปหน้าหวานที่เขาแสนหลงใหล จมูกที่แสนจะดื้อรั้นถึงแม่เพียงฤดีจะไม่สวยจัด แต่ความน่ารักก็สามารถทำให้ผู้ชายหลงไหลไม่น้อย
“ถะ ถอยไป”
“มาก็ดีแล้วพี่อยากกินข้าวฝีมือหนูดี ห้ามแกล้งพี่ด้วยไม่งั้นจะโดนไม่ใช่น้อย ขาดเหลืออะไรเรียกแม่บ้านได้” พระรามทิ้งให้หญิงสาวอยู่กับแม่บ้าน
“คนเจ้าเล่ห์”
“คุณหนูอยู่เฉยๆ ก็พอค่ะเดี๋ยวป้าทำให้เอง” แม่บ้านอาสาที่จะทำอาหารให้เจ้านายหนุ่มเอง
“ไม่เป็นไรค่ะ ช่วยกันทำจะได้เสร็จเร็ว” สองสาวต่างวัยจึงเข้าห้องครัวและมีเสียงพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
“นั้น น้ำอ้อยหลานป้าเองจ้ะ”
“สวัสดีค่ะ ฉันหนูดี” เพียฤดีหันไปส่งยิ้มให้สาวที่มาให้แต่ก็ไม่ได้การตอบรับที่ดีนักเพราะคนที่มาใหม่ทำใบหน้าบูดบึ้งส่งมาให้หญิงสาว
“ไม่ได้อยากรู้จักสักหน่อย”
“นังน้ำ นี่แฟนคุณรามนะ” ป้าณีอยากจะเอาหวายลงหลังหลานสาวจริงๆที่ทำตัวไม่น่ารักใส่คนรักของเจ้านาย
”แฟน? คุณรามนี่ก็เปลี่ยนแฟนบ่อยจัง“ น้ำอ้อยมองสำรวจหญิงสาวตรงหน้าถึงแม่จะสวมผ้ากันเปื้อนอยู่แต่ความสวยก็ไม่ลดลงเลย
“นังนี่พูดให้มันดีๆ หน่อย”
”ไม่รู้ละ น้ำแค่จะมาเอาน้ำไปแล้วป้า“ หญิงสาวเดินเข้ามาหยิบน้ำและเดินหันหลังออกไป ทำไมเจ้านายถึงรีบมีแฟนใหม่เร็วจังไม่ทันจะได้ลงมืออ่อยเลยอยากจะเป็นคุณนายสักหน่อย
”อย่าไปถือสามันเลยค่ะ ขี้เกียจจะตาย“
”หลานป้าอายุก็น่าจะเท่าๆ หนูดีเลย“ น้ำอ้อยก็สวยฉบับของหญิงสาวเมื่อคิดมาถึงตรงนี้แล้วก็รู้สึกหึงพระรามขึ้นมาที่มีสาวสวยอาศัยอยู่ในบ้านด้วย
”มันไม่รักเรียนเอาเสียเลย“
”วัยรุ่นก็แบบนี้แหละจ้ะป้า“ เพียงฤดีลงมือทำอาหารให้พระรามด้วยความตั้งใจและทำแต่ของโปรดของชายหนุ่มถึงแม้ปากจะบ่นแต่ก็อยากให้พระรามกินของอร่อย
เพียงฤดีเดินเล่นที่สวนหลังบ้านหญิงสาวเคยมาที่บ้านหลังนี้เพียงครั้งเดียวเท่านั้นถึงแม้ทั้งสองจะคบกันแต่ก็ไม่ได้อาศัยอยู่ด้วยกัน
”คิดว่าใคร“
”เธอมีอะไรกับฉัน“ เพียงฤดีไม่ค่อยชอบหญิงสาวตรงหน้านักไม่รู้ทำไมความรู้สึกถึงบอกแบบนั้นว่าหญิงสาวกำลังทอดสะพานให้พระราม
“อีกไม่นานคุณรามเขาคงเบื่อสวยแต่ง่าย” น้ำอ้อยมองตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาที่เหมือนจะดูถูก
“ทำไมเหรอ? อิจฉาฉันเหรอที่ได้คบกับพี่ราม” เพียงฤดีไม่ใช่คนที่จะยอมคนง่ายๆ ใครดีมาก็ดีตอบใครร้ายมาก็ร้ายกลับ
“นี่แก”
“เหนื่อยหน่อยนะเป็นแค่ลูกจ้างเขาเรียนก็ไม่เรียนวันๆ เอาแต่ขี้เกียจผู้ชายที่ไหนเขาจะมอง” เพียงฤดีพูดอย่างคนชนะเพราะเห็นน้ำอ้อยตาแดงก่ำเพราะความโกรธ
“เดี๋ยวคุณรามเขาก็ทิ้งคอยดู”
“เหรอจ้ะเสียดายจัง”
“เสียดายอะไร”
“เขาขอฉันแต่งงานไง และฉันก็จะเข้ามาเป็นเจ้านายของเธออีกคน” เพียงฤดีหัวเราะออกมาอย่างคนชนะที่ยั่วโมโหหญิงสาวตรงหน้าได้สำเร็จ
“ไม่จริงอีหน้าด้าน อีกะหรี่”
เพียะ!
“แกกล้าตบฉันเหรอ” น้ำอ้อยโดนเพียงฤดีตบไปที่แก้มซ้ายหนึ่งครั้งจนเกิดรอยแดงขึ้นมา
“คนอย่างเธอมีสิทธิ์อะไรมาด่าฉัน กะหรี่มันตัวเอเองหรือเปล่า” หญิงสาวพร้อมที่ตั้งการ์ดสู้เธอไม่ใช่คนใจดีที่จะให้ใครมายืนด่าฟรีๆ
“มึง”
กรี๊ดดดด
น้ำอ้อยกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเมื่อจะเข้ามาทำร้ายเพียงฤดีแต่โดนหญิงสาวยกเท้าขึ้นถืบเต็มแรงจนน้ำอ้อยกระเด็นล้มไปกองอยู่ที่พื้นด้วยสภาพที่ไม่สู้ดี
“เป็นอะไรกัน!” พระรามรีบเดินมาดูเมื่อมีเสียงกรีดร้องพอมาถึงก็เห็นหลานของแม่บ้านล้มอยู่ที่พื้น
“คุณรามคะ ก็คุณหนูดีสิคะอยู่ดีๆมาถีบน้ำ” เด็กสาวได้ทีจึงรีบฟ้องเจ้านายเผื่อว่าจะได้รับความเห็นใจ แต่มีหรือที่เพียงฤดีจะยอมให้คนใส่ร้าย
“ตอแหล!”
“หนูดี”
“พี่รามจ้างคนแบบนี้ไว้ในบ้านได้ยังไงคะมองมาจากดาวอังคารก็รู้แล้วว่าขี้โกหก มีแต่ผู้ชายหน้าโง่เท่านั้นที่เชื่อ” เพียงฤดีจ้องแววตาของพระรามหากว่าเชื่อผู้หญิงสาวคนนี้ก็ไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้ว
“คุณรามคะ คุณหนูดีเขาตอบน้ำด้วยค่ะดูสิคะ”รอยแดงบนแก้มซ้ายยังมีอยู่ ทำให้พระรามรู้สึกปวดหัวขึ้นมา
“ขอโทษน้ำเถอะหนูดี”
“ไม่ค่ะ! ทำไมหนูดีต้องขอโทษด้วย” หญิงสาวไม่ยอมทำตามความต้องการเรื่องอะไรที่จะขอโทษก่อนทั้งๆที่ผู้หญิงคนนี้หาเรื่องเธอก่อน
“หนูดีพี่สั่ง!”
“ไม่ต้องมาสั่งต่อไปนี้หนูไม่มาเหยียบที่นี่อีกแล้ว” หญิงสาวเดินออกไปโดยไม่ฟังเสียงเรียกของพระราม
“ป้าณี!”
“ค่ะคุณราม”
น้ำอ้อยกำลังยิ้มอย่างพอใจที่เพียงฤดีโดนบังคับให้ขอโทษเธอแต่ประโยคถัดมาของพระรามทำให้เธอต้องหุบยิ้ม
“ส่งหลานป้ากลับบ้านต่างจังหวัดด้วยอย่าให้มารบกวนคนของผมอีก” พูดจบก็เดินออกไปเพราะไม่อยากฟังเสียงอ้อนวอนของหลานแม่บ้าน