รถยนต์หรูของอิงอรเคลื่อนตัวเข้ามาจอดสนิทที่หน้าซุ้มประตูทางเข้า แสงไฟสปอตไลต์ที่สาดส่องไปทั่วงานทำให้บรรยากาศดูโอ่อ่า
ทันทีที่ประตูรถเปิดออก ไข่มุกก็ก้าวเท้าลงมาจากรถด้วยท่าทางมั่นใจเป็นคนแรก เธอจงใจจัดระเบียบชุดราตรีสีแดงเลือดนกให้เข้าที่ พลางโปรยยิ้มให้ช่างภาพและแขกเหรื่อที่ยืนอยู่แถวนั้น หวังจะประกาศศักดาความเป็นดาวเด่นของงานให้ทุกคนได้เห็น
ทว่าทันทีที่ร่างบางของใบชาก้าวตามลงมา บรรยากาศรอบข้างกลับดูเหมือนจะหยุดหมุนไปชั่วขณะ ใบชาในชุดเดรสสีครีมเรียบง่ายที่ดูละมุนตาและผุดผ่องท่ามกลางแสงไฟ ความสวยที่ไม่ได้ปรุงแต่งและความธรรมชาติของเธอนั้นทำให้แขกหลายคนถึงกับต้องเหลียวมอง
ไม้ที่ยืนรอรับแขกอยู่หน้างานพร้อมกับพ่อเลี้ยงเลิศ ถึงกับนิ่งค้างไปทันที สายตาของเขาไม่ได้มองไปที่ไข่มุกที่พยายามเดินนวยนาดเข้ามาหาเลยสักนิด แต่เขากลับจับจ้องไปที่ใบชาเพียงคนเดียว
“พี่ไม้” ไข่มุกเอ่ยเรียกทักทายไม้ หากทว่าเขากลับเดินผ่านเธอไปต่อหน้าต่อตา
“น้องใบชา คืนนี้สวยเหลือเกินครับ”
ไม้รีบตรงดิ่งเข้าไปหาใบชาทันทีโดยไม่สนใจไข่มุกที่ยืนหน้าตึงอยู่ก่อนหน้าเลยสักนิด เขาถือวิสาสะคว้าข้อมือบางของใบชาขึ้นมา พลางก้มลงสูดดมความหอมจากผิวพรรณอย่างหน้าไม่อาย
แววตาของไม้สั่นระริกด้วยความพึงใจและตัณหาที่ปิดไม่มิด เขาอยากจะครอบครองผู้หญิงตรงหน้าใจจะขาด อยากจะลากเธอเข้าไปในห้องนอนเสียตอนนี้เลยถ้าทำได้
“ปล่อยค่ะพี่ไม้ อย่ามาทำรุ่มรามกับชานะคะ” ใบชาพยายามสะบัดมือออกด้วยความรังเกียจ
“รุ่มร่ามอะไรกันล่ะน้องชา เดี๋ยวเราก็จะแต่งงานกันแล้ว” ไม้ยังไม่ยอมปล่อยมือง่ายๆ เขากลับยิ่งบีบมือเล็กแน่นขึ้นพลางกระตุกยิ้มร้าย
ไข่มุกที่ยืนอยู่ใกล้ๆ กับอิงอร ถึงกับกำหมัดแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าเนื้อ ความอิจฉาริษยาพุ่งปรี๊ดขึ้นสมองเมื่อเห็นสายตาที่ไม้ใช้มองใบชา มันคือสายตาของนักล่าที่เจอเหยื่อที่ถูกใจที่สุด ซึ่งเธอไม่เคยได้รับมันเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ทว่าการกระทำน่ารังเกียจของไม้ ทำให้ร่างสูงใหญ่ที่นั่งซุ้มดูอยู่หลังพวงมาลัยรถเดือดดาลขึ้นมาแทบควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ฝ่ามือหนากำขอบพวงมาลัยแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
สิงห์จ้องมองลอดผ่านกระจกหน้ารถไปยังภาพเหตุการณ์ตรงหน้า ทุกการกระทำที่จาบจ้วงและไร้มารยาทของไม้ตกอยู่ในสายตาของเขาทั้งหมด
“ไอ้สารเลว มึงกล้าดียังไงเอาปากโสโครกของมึงไปแตะต้องผู้หญิงของกู”
สิงห์สบถลอดไรฟัน แววตาแข็งกร้าวขึ้นในเงามืดราวกับมันกำลังจะหมดความอดทน เสียงลมหายใจเข้าออกหนักหน่วงด้วยความโกรธจัดที่เห็น "สาวน้อย" ของตนถูกชายอื่นย่ำยีด้วยสายตาและสัมผัสสกปรกแบบนั้น
เขาแทบอยากจะพุ่งตัวออกจากรถแล้วกระชากไอ้ลูกชายเจ้าของไร่นั่นมาซัดให้จมดินเสียตอนนี้ หากแต่สติสุดท้ายยังเตือนให้เขาอย่างวู่วาม เพราะมันอาจจะทำให้แผนการพังทลาย และใบชาอาจจะตกอยู่ในอันตรายยิ่งกว่าเดิม
“อดทนไว้สิงห์ มึงได้จัดการมันแน่ แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้”
สิงห์มองภาพไม้ที่ยังคงวอแวไม่เลิกด้วยสายตาที่เย็นเยียบลงเรื่อยๆ ก่อนจะคว้าสมาร์ทโฟนขึ้นมากดชัตเตอร์รัวถ่ายภาพบรรยากาศงานเลี้ยง โดยเฉพาะภาพ "ป้ายไร่ศิลาเลิศ" รวมถึงส่งพิกัดโกดังลับที่เขาเพิ่งขับรถวนผ่านเข้ามาเมื่อครู่ไปให้ภีมอย่างรวดเร็ว
ไม่ถึง 10 นาที สมาร์ทโฟนในมือก็สั่นครืดพร้อมชื่อของภีมที่ปรากฏบนหน้าจอ สิงห์ไม่รอช้ารีบกดรับสายทันที
“ว่ามา...”
เขากรอกเสียงเข้มลงในโทรศัพท์ สายตาคมยังคงไม่ละจากร่างบางที่กำลังถูกคุกคามอยู่ไกลๆ
“ข้อมูลที่มึงส่งมาเด็ดเอาเรื่อง พอกูกดเช็กปุ๊บเจอแจ็กพอตปั๊บ” เสียงของภีมที่ตอบกลับมาดูตื่นเต้นราวกับนักสืบที่เจอข้อมูลดี
“พิกัดโกดังที่มึงส่งมา มันไม่ได้จดทะเบียนเป็นที่เก็บผลิตผลทางการเกษตร แต่มันจดเป็นบริษัทส่งออกสินค้าเบ็ดเตล็ดชื่อ ‘ศิลาเทรดดิ้ง’ แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือบริษัทนี้กำลังทำสัญญาลับส่งออกใบชาเกรดต่ำแต่สวมสิทธิ์เป็นชาเกรดพรีเมียมจากไร่สิงขร เพื่อส่งไปขายให้กลุ่มทุนข้ามชาติในสิงคโปร์สัปดาห์หน้า ถ้ามึงได้หลักฐานในโกดังที่ส่งพิกัดมา พ่อเลี้ยงเลิศจบเห่แน่ มันไม่ใช่แค่ฉ้อโกง แต่มันคือการทำลายชื่อเสียงวงการชาไทยทั้งระบบ”
“หึ! มิน่าล่ะ มันถึงได้กระสันอยากได้ที่ดินไร่สิงขรนัก ที่แท้ก็กะจะเอาชื่อเสียงของไร่ใบชามาบังหน้าเพื่อส่งออกของเน่าเสียของตัวเองสินะ”
“ไม่ใช่แค่นั้นนะมึง กูลองเจาะเส้นทางการเงินของพ่อเลี้ยงเลิศดูแล้ว ช่วงปีที่ผ่านมามันขาดสภาพคล่องอย่างหนัก มันกู้เงินนอกระบบมาลงทุนขยายไร่ศิลาเลิศจนเกินตัว ถ้ามันไม่ได้กรรมสิทธิ์ที่ดินไร่สิงขรไปค้ำประกันเงินกู้ก้อนใหม่ภายในเดือนนี้ ไร่มันโดนยึดแน่”
“มันไม่ได้แค่อยากได้ที่ดิน แต่มันกำลังจะสูบเลือดสูบเนื้อใบชาเพื่อเอาตัวรอด”
สิงห์กำโทรศัพท์แน่นจนปลายนิ้วขึ้นสีขาว แผนการของพ่อเลี้ยงเลิศชั่วร้ายกว่าที่เขาคาดไว้มาก มันไม่ใช่แค่เรื่องผลประโยชน์ แต่มันคือการหลอกใช้ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งให้รับผิดชอบหนี้เน่าที่พวกมันก่อไว้
“มึงช่วยส่งหลักฐานทั้งหมดมาให้กูด้วยภีม กูจะถอนรากถอนโคนพวกมันไม่ให้เหลือแม้แต่ซาก” สิงห์ที่อยู่ในอารมณ์ที่พุ่งพล่าน แต่ทว่ากลับโดนภีมเบรคดังเอี๊ยด
“ที่แท้ก็เป็นห่วง ‘เด็ก’ ไม่ได้รออะไหล่รถอย่างที่ปากว่าสินะ”
ภีมเอ่ยกวนๆ ตามสไตล์คนพูดน้อยแต่แทงใจดำ เขาพอจะมองออกว่าที่เพื่อนยอมคลุกฝุ่นอยู่เชียงรายนานขนาดนี้ คงไม่ใช่เพราะติดใจบรรยากาศแน่ๆ
“มันใช่เวลามาแขวะกูไหมไอ้เพื่อนเวร” สิงห์สบถอย่างหงุดหงิดที่โดนรู้ทันจนเสียเชิง“เออๆ ถ้าชอบเขามากขนาดนั้นก็รีบเข้าไปช่วยซะ ก่อนที่ ‘เด็ก’ ของมึงจะโดนเสือหิวคาบไปกินก่อน… แล้วอย่าลืมคาบเขากลับมากรุงเทพฯด้วยล่ะ พวกกูรอรับขวัญอยู่”
ภีมรีบกดวางสายทันทีหลังทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ ปล่อยให้เพื่อนรักนั่งหน้าดำคร่ำเครียดอยู่กับความเงียบเพียงลำพัง
‘ไอ้ไม้ ความเลวของพวกมึง มันมีราคาที่ต้องจ่าย’
สิงห์ขยับผ้าบัฟปิดบังใบหน้าให้มิดชิดกว่าเดิม เหลือเพียงดวงตาคมที่ดุดันยิ่งกว่าเครื่องยนต์ที่กำลังเดินเครื่องเต็มสูบ
เขาเปิดประตูรถกะบะก้าวลงไปอย่างเงียบเชียบ เป้าหมายคือโกดังลับที่ตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกล สถานที่ที่พ่อเลี้ยงเลิศใช้ซุกซ่อนความโสโครกเอาไว้หลังฉากความมั่งคั่งของตัวเอง