สิงห์พาตัวเองมุดผ่านความมืดมาจนถึงหลังโกดังลับ แสงไฟสลัวจากป้อมยามไกลๆ ทำให้เห็นเงาตะคุ่มของพวกคนงานที่เดินตรวจตราอยู่ไม่กี่คน เขาหยุดยืนนิ่งพลางกวาดสายตาคมกริบมองหาช่องโหว่ ราวกับเสือที่กำลังมองหาทางเข้าตะครุบเหยื่อ
‘สร้างภาพเป็นไร่ชาเกรดพรีเมียม แต่ข้างในกลับฟอกของเน่า หน้ากากพวกมึงนี่มันหนากว่าฉนวนกันความร้อนซะอีกนะพ่อเลี้ยง’
สิงห์สบถในใจพลางแค่นยิ้มเย็นเฉียบ แผนของพวกมันก็แค่การ “ยืมจมูกใบชามาหายใจ” เพื่อกู้หน้าธุรกิจที่ใกล้พังของตัวเอง แต่ทว่าคนโลภอย่างอิงอรกลับมองไม่ออก
สิงห์หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเตรียมกดบันทึกภาพหลักฐานที่จะใช้ส่งพวกมันไปนอนกินข้าวแดงในคุก แต่ก่อนจะลงมือ เขากลับนึกถึงคำพูดกวนประสาทของภีมเมื่อครู่ขึ้นมา
‘ที่แท้ก็เป็นห่วงเด็ก’
“หึ! รู้ทันกูทุกเรื่องไอ้เพื่อนเวร! ถ้าพวกมึงเจอ ‘ช้างเผือกในป่าใหญ่’ กูรับรองว่าพวกมึงก็ต้องอยากคล้องกลับบ้านเหมือนกันล่ะวะ”
สิงห์บ่นพึมพำเหมือนแก้ตัวกับฟ้ากับลม ทั้งที่ในใจตอนนี้มันร้อนรุ่มยิ่งกว่าไฟบรรลัยกัลป์ เพียงแค่นึกถึงภาพที่ไม้คว้าข้อมือใบชาเมื่อครู่แวบเข้ามาในหัว มันยิ่งทำให้เขาอยากจะหักมือของไม้ทิ้งซะ
เขาดึงผ้าบัฟขึ้นปิดจมูกให้แน่นหนา ก่อนจะอาศัยจังหวะที่คนงานเดินหันหลังให้กระโดดปีนขึ้นไปบนกองลังไม้เก่าๆ เพื่อหาทางมุดเข้าช่องระบายอากาศของโกดังอย่างรวดเร็ว
สิงห์ทิ้งตัวลงจากช่องระบายอากาศอย่างแผ่วเบา ฝ่าเท้าหนาแตะพื้นปูนเย็นเฉียบได้เงียบกริบราวกับแมวป่า กลิ่นอับชื้นผสมกับกลิ่นใบชาแห้งที่คุณภาพต่ำกว่ามาตรฐานโชยเข้าจมูกจนเขาต้องขมวดคิ้วเพราะความฉุน
“เหม็นสาบความโลภชะมัด”
เขาพึมพำลอดไรฟัน พลางกวาดสายตามองไปรอบๆ โกดังที่มืดสลัว แสงไฟนีออนดวงเก่าส่งเสียงครางหึ่งให้ความสว่างแบบติดๆ ดับๆ เผยให้เห็นกองกระสอบใบชานับร้อยที่วางเรียงรายอยู่
แต่ที่ทำให้สิงห์ถึงกับต้องแค่นยิ้มสมเพชออกมา คือลังไม้ที่ตีตราแบรนด์ ‘ไร่สิงขร’ วางกองอยู่ข้างๆ เครื่องจักรคัดแยก
ไร่ศิลาเลิศไม่ได้แค่สวมสิทธิ์ แต่มันกำลัง ‘ย้อมแมว’ เอาของเน่ามาปนกับของดีเพื่อฟันกำไรเข้ากระเป๋าตัวเองชัดๆ
สิงห์ไม่รอช้า เขาควักสมาร์ทโฟนออกมาเปิดโหมดกลางคืนแล้วรัวชัตเตอร์เก็บหลักฐานรอยประทับตราปลอมที่ยังวางคาอยู่บนโต๊ะทำงาน และภาพใบชาที่ขึ้นราในกระสอบที่เตรียมจะบรรจุใส่ลังหรู
ในขณะที่เขากำลังเก็บข้อมูลอยู่นั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูโกดัง พร้อมกับเสียงบิดกลอนประตู
แกร๊ก!
“เออ พ่อเลี้ยงสั่งให้ตรวจเช็กของล็อตที่จะส่งสิงคโปร์ให้ดี อย่าให้รั่วไหลไปถึงหูคนนอกเด็ดขาด โดยเฉพาะช่วงที่คุณใบชาจะมาเป็นสะใภ้ไร่เราเร็วๆ นี้”
เสียงเข้มของหัวหน้าแก๊งคนงานดังเข้ามา สิงห์รีบดีดตัวเข้าไปซ่อนอยู่ในเงามืดระหว่างซอกลังไม้ทันที แผ่นหลังกว้างแนบสนิทกับผนังปูน ลมหายใจถูกกักเก็บไว้เงียบเชียบ ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่บานประตูที่กำลังเปิดออก
“พวกมึงนี่ขยันขุดหลุมศพให้ตัวเองจริงๆ เดี๋ยวพี่จะช่วยกลบดินให้เองกับมือไอ้น้อง!”
มือหนาเลื่อนลงไปสัมผัสที่เอว แม้จะมาในคราบนายช่าง แต่คนอย่างสิงห์ไม่มีทางเดินเข้าดงกระสุนโดยไม่มีเขี้ยวเล็บติดตัวไปแน่ๆ
แต่ก่อนที่เรื่องมันจะลุกลามไปถึงขั้นบู้ล้างผลาน เสียงสัญญาณจากวิทยุสื่อสารที่ข้างเอวของหัวหน้าคนงานก็ดังขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน
ซ่า...ซ่า...
“เฮ้ย! ไอ้เดช พ่อเลี้ยงให้ตามคนมาช่วยดูความเรียบร้อยหน้างานด่วน คุณไม้กำลังจะเปิดตัวสะใภ้ใหม่แล้ว แขกเหรื่อมากันเพียบ อย่ามัวแต่อยู่ในโกดัง ออกมาคุมเชิงข้างนอกเดี๋ยวนี้!”
“เออๆ รู้แล้ว! ออกไปเดี๋ยวนี้แหละ”
ไอ้เดชสบถอย่างหัวเสีย มันกวาดสายตามองไปรอบโกดังที่มืดสลัวอีกครั้งอย่างลวกๆ ก่อนจะพากันหมุนตัวเดินออกไปพร้อมกับเสียงปิดประตูดังปัง
“เปิดตัวสะใภ้งั้นเหรอ ฝันไปเถอะไอ้ไม้ ถ้าคืนนี้มึงแตะต้องคนของกูแม้แต่เส้นผมอีกครั้ง กูจะเขี่ยมึงทั้งตระกลูออกจากเชียงรายให้หมด”
สิงห์รีบอาศัยจังหวะนี้ปีนกลับขึ้นไปทางช่องระบายอากาศอย่างรวดเร็ว ทันทีที่เท้าแตะพื้นหญ้าด้านนอก เขาลัดเลาะผ่านความมืดกลับไปซุ่มดูเหตุการณ์ที่คฤหาสน์ต่อ สายตาคมจับจ้องไปที่ร่างบางในชุดสีครีมที่ดูโดดเดี่ยวท่ามกลางแสงไฟจอมปลอมนั่น
‘รอพี่ก่อนนะชา อย่าเพิ่งเสียขวัญไปซะก่อน พี่จะกระชากหน้ากากพวกมันให้กระจายเอง’
ภายในงานเลี้ยงที่แสนรื่นเริง ไข่มุกยืนโอนเอนกำแก้วไวน์ในมือแน่น แววตาที่ฉาบด้วยเครื่องสำอางราคาแพงวาวโรจน์ด้วยความริษยาเมื่อมองไปเห็นภาพบาดตาบาดใจ ภาพที่ไม้เอาแต่คอยปรนนิบัติพัดวีใบชาไม่ห่าง
ทว่าแอลกอฮอล์ที่กระดกลงคอไปหลายแก้วเริ่มออกฤทธิ์บวกกับความโมโหที่พุ่งพล่านจนไข่มุกทนไม่ได้อีกต่อไป
“สายสร้อย! มานี่!” ไข่มุกกระชากเสียงอู้อี้เรียกสาวใช้คนสนิทออกมาที่มุมมืด
“คุณไข่มุกมีอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมทำหน้าแบบนั้น” สายสร้อยถามอย่างหวั่นๆ เมื่อเห็นสีหน้าแดงก่ำและดวงตาที่ถมไปด้วยโทสะของเจ้านาย
“ฉันทนไม่ไหวแล้ว! ฉันจะไม่ยอมเสียพี่ไม้ให้นังชาเน่าเด็ดขาด ฉันต้องการทำให้มันอับอายจนต้องแทรกแผ่นดินหนี” ไข่มุกเหยียดยิ้มร้ายออกมาด้วยความเมามาย
“แกไปสืบมา ว่าไอ้นายช่างพเนจรคนใหม่นั่นมันพักที่ห้องไหน ฉันจะส่งยัยใบชาไปประเคนให้มันถึงที่ห้องนั้น”
“ฮะ! ส่งไปห้องคนงานเหรอคะคุณไข่มุก แต่คุณอิงอรสั่งให้ส่งไปห้องคุณไม้นะคะ ถ้าคุณอิงอรรู้เข้าสร้อยจะโดน...” สายสร้อยอึกอัก หน้าถอดสีด้วยความตกใจ
“แกจะกลัวอะไร ถ้างานนี้สำเร็จ ฉันจะให้เงินแกก้อนโต ก้อนที่แกสามารถเอาไปใช้ชีวิตสุขสบายได้เป็นปีๆ แกจะเอามั้ย” ไข่มุกตวาดกลับพร้อมกับข้อเสนอที่แสนจะล้อตาล้อใจคนละโมบอย่างสายสร้อย
สายสร้อยชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาที่เคยหวั่นเกรงเริ่มเปลี่ยนเป็นประกายวาววับเมื่อนึกถึงจำนวนเงินมหาศาลที่เจ้านายเสนอให้ ความภักดีที่มีต่ออิงอรพังทลายลงทันทีเมื่อมีเงินก้อนใหญ่มาล่อตรงหน้า
“ตกลงค่ะคุณไข่มุก งานนี้คุณใบชาจะเสียทั้งตัว เสียทั้งหน้า รับรองว่าไม่มีทางโงหัวขึ้นมาขวางทางคุณไข่มุกได้อีกแน่นอนค่ะ” สายสร้อยหัวเราะคิกคักประจบประแจงเจ้านายสาว พร้อมตาที่เป็นประกายเมื่อนึกถึงเงินก้อนโตที่ไข่มุกเสนอให้
“อย่าให้พลาดแม้แต่นิดเดียวนะสายสร้อย ฉันอยากเห็นยัยชาเน่ามันขายหน้าใจจะขาด!”
ไข่มุกแสยะยิ้มร้ายสะใจ หญิงสาวคว้าแก้วไวน์ขึ้นมากระดกลงคอรวดเดียวจนหมด ราวกับเป็นการประกาศชัยชนะที่เธอสามารถทำให้ใบชาจมดินลงไปได้