ใบชากึ่งเดินกึ่งวิ่งออกมาจากโซนห้องน้ำ ทว่าหัวใจยังเต้นโครมครามพลางรู้สึกถึงสัมผัสร้อนผ่าวที่คั่งค้างอยู่ตามผิวเนื้อ เธอหยุดยืนพิงผนังทางเดินที่ค่อนข้างมืดเพื่อสงบสติอารมณ์ที่ยังเตลิดเปิดเปิง
"ยัยชาเอ้ย ปากดีจนได้เรื่อง!"
เธอยกกำปั้นเล็กขึ้นมาทุบหัวตัวเองเบาๆ อย่างนึกโมโหในความบ้าบิ่นของตัวเองที่ไปท้าทายคนแปลกหน้าที่เธอไม่รู้จัก ทั้งที่ความจริงแล้วเธอแทบจะไร้เดียงสาเรื่องพรรค์นี้เสียด้วยซ้ำ
แต่แล้วใบชาก็ค่อยๆ เลื่อนมือลงมาแตะที่ริมฝีปากที่ยังรู้สึกบวมเจ่อนิดๆ รสสัมผัสจาบจ้วงแต่ชวนให้วูบวาบในช่องท้องนั้นยังเด่นชัดราวกับเขายังคงคลอเคลียอยู่ตรงนี้ ภาพสายตาคมกริบที่จ้องมองเธออย่างโหยหาในห้องน้ำทำให้ใบหน้านวลร้อนผ่าวขึ้นมาอีกรอบ
"คนบ้าอะไร ร้ายชะมัด"
เธอพึมพำกับตัวเอง ทว่ารอยยิ้มบางๆ กลับหลุดออกมาเสียดื้อๆ มันเป็นรอยยิ้มของคนที่เพิ่งผ่านเหตุการณ์สุดตื่นเต้นและแอบมีความสุขลึกๆ กับสัมผัสแปลกใหม่ที่เขาเป็นคนมอบให้
"ยัยชา! มาอยู่นี่เอง พวกฉันตามหากันให้ควั่ก" เสียงของข้าวหอมดังขึ้นพร้อมกับแรงกอดที่ไหล่ ทำเอาใบชาถึงกับสะดุ้งโหย่งรีบหุบรอยยิ้มนั้นทันที
"ไปเข้าห้องน้ำนานเกินไปแล้วนะแก ฉันกับยัยแป้งนึกว่าแกแอบหนีกลับไร่ไปแล้วเสียอีก"
"แล้วทำไมหน้าแดงขนาดนี้เนี่ย เมาหนักแล้วเหรอ?" แป้งเดินตามมาสมทบพลางหรี่ตามองเพื่อนรักอย่างจับผิด
"เออ...สงสัยจะเมาว่ะ ฉันว่าเรากลับกันเถอะพวกแก ฉันเริ่มมึนๆ แล้ว" ใบชารีบตัดบท เธอพยายามทำตัวให้ปกติที่สุดเพื่อไม่ให้เพื่อนสงสัย ทว่าในหัวกลับคิดถึงคำขู่ '10 นาที' ของผู้ชายที่รออยู่หน้าประตูร้าน
‘เธอควรจะหนีกลับบ้านไปกับเพื่อน หรือจะลองไปเสี่ยงดวงกับ 'สิงห์' ที่หน้าประตูดี?’
"จะรีบกลับไปไหนยะ นี่ยังไม่ถึงห้าทุ่มเลย!"
ข้าวหอมกับแป้งรีบโผเข้ามาคล้องแขนของใบชาคนละข้าง ทั้งสองฉุดกระชากลากถูเพื่อนรักให้กลับไปที่โต๊ะท่ามกลางเสียงดนตรีที่เริ่มเร่งจังหวะความสนุกมากขึ้น ใบชาฝืนตัวไว้แต่ก็สู้แรงเพื่อนไม่ไหว เธอหันขวับไปมองทางประตูร้านด้วยความกังวลที่เริ่มพุ่งสูง
‘สิบนาที...เขาให้เวลาแค่สิบนาที!’
“แกจะรีบกลับไปทำไมยัยชา นานๆ ทีจะได้มาปลดปล่อยแบบนี้ พรุ่งนี้แกก็ต้องกลับไปอยู่ในไร่โดนคุณน้าอรจิกหัวใช้เหมือนเดิมแล้วนะ” แป้งพูดพลางยัดแก้วเหล้าใส่มือเพื่อนอีกรอบ
“นั่นสิ เต้นก่อนสิแก เพลงนี้กำลังมันส์เลย!” ข้าวหอมไม่พูดเปล่า เธอลากใบชาเข้าไปกลางวงล้อมเพื่อนๆ พร้อมกับเริ่มขยับร่างกายตามจังหวะเพลง
ใบชากอดแก้วในมือไว้แน่น สายตาเหลือบมองนาฬิกาข้อมือที่ขยับเดินไปข้างหน้าอย่างโหดร้าย หัวใจเธอเต้นรัวยิ่งกว่าจังหวะเบสที่กระแทกเข้าหู ความรู้สึกปั่นป่วนในช่องท้องยังไม่จางหาย ยิ่งพอนึกถึงคำขู่หน้าตายของสิงห์ที่ว่าจะเดินเข้ามาตามถึงโต๊ะ เธอก็แทบอยากจะมุดดินหนี
‘ถ้าสิบนาทีแล้วเรายังไม่มา พี่จะเดินกลับเข้าไปตามเราถึงโต๊ะ’
เสียงทุ้มต่ำนั่นยังดังวนอยู่ในหู ใบชากระดกเหล้าเข้าปากรวดเดียวเพื่อสงบสติ แล้วมันก็ได้ผล
ดวงตาคู่สวยเปลี่ยนเป็นแววดื้อรั้นท้าทายคำขู่ของสิงห์ ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เติมเข้าไปใหม่ช่วยฉีดความกล้าเข้าเส้นเลือด จนความกลัวเมื่อครู่หายวับไปกับตา ใบชากระแทกแก้วลงบนโต๊ะเสียงดังปึก ก่อนจะหันไปคว้าแก้วใหม่มาถือไว้
“อยากรอก็รอไปสิ ทำไมต้องกลัวเขาด้วยยัยชา” เธอพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะยกแก้วขึ้นชนกับเพื่อนๆ
“อ้าวชน!”
เธอกู่ร้องแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกระหึ่ม ข้าวหอมกับแป้งที่กำลังเมาได้ที่ต่างร้องเย้แล้วยกแก้วขึ้นชนกันอย่างสนุกสนาน ใบชาสะบัดหัวไล่ภาพชายหนุ่มหน้าหล่อออกจากหัว เธอเลือกที่จะโยกย้ายส่ายสะโพกไปตามจังหวะเบสที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ
‘คนอะไรขี้ตู่ชะมัด แค่จูบกันนิดหน่อย กับนิ้วอีกนิดนึง คิดว่าจะมาสั่งคนอย่างใบชาได้งั้นเหรอ’
ทว่าความสนุกของใบชาก็อยู่ได้ไม่นาน เมื่อแรงสะกิดที่หัวไหล่ทำให้เธอต้องหันไปมอง ก่อนจะพบกับใบหน้าที่เธอขยาดที่สุดในชีวิต
"อ้าวน้องใบชา! มาเที่ยวเหมือนกันเหรอ บังเอิญจริงๆ เลยครับ"
'ไม้' ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของพ่อเลี้ยงเลิศ ที่น้าอรพยายามจะจับเธอใส่พานประเคนให้เขา เขายืนยิ้มแฉ่งพลางกวาดสายตาโลมเลียไปตามผิวพรรณขาวเนียนของเธออย่างถือวิสาสะ ใบชาถึงกับหมดอารมณ์ ความสนุกที่กำลังพุ่งพล่านมลายหายไปในพริบตา
"ค่ะ...บังเอิญจริงๆ"
เธอตอบปัดๆ พลางขยับตัวถอยห่าง แต่สิ่งที่ทำให้ใบชาหมดสนุกเพิ่มขึ้นทวีคูณ คือร่างอ้อนแอ่นที่เดินตามหลังไม้มาติดๆ
"แหม่ บังเอิญหรือตั้งใจมาอ่อยพี่ไม้กันแน่ยัยชา ชุดที่ใส่นี่ก็...หึ! กะจะเอาให้ได้เลยใช่ไหม"
'ไข่มุก' ลูกสาวแท้ๆ ของน้าอิงอรเดินเข้ามากอดแขนไม้ไว้อย่างแสดงความเป็นเจ้าของ ดวงตาที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงจิกมองใบชาด้วยความริษยา
ใครๆ ก็รู้ว่าไข่มุกแอบชอบไม้มานาน แต่เวรกรรมอะไรไม่รู้ที่ไม้กลับมาโดนตาต้องใจใบชา จนทำให้น้าอรสบช่องวางแผนคลุมถุงชนเพื่อหวังฮุบสมบัติไร่สิงขรผ่านทางไม้
"ถ้าฉันจะอ่อย ฉันคงไม่มาอ่อยคนแถวนี้ให้เสียเวลาหรอกไข่มุก" ใบชาสวนกลับทันควันพลางเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมคน
"นี่แกกล้าด่าพี่ไม้เหรอ!" ไข่มุกแผดเสียงลั่นพยายามจะถลันตัวเข้าหาใบชา
"หยุดก่อนมุก! น้องใบชาเขาคงเมาน่ะ" ไม้รีบห้ามทัพแต่สายตากลับยังไม่ละไปจากอกอวบอัดของใบชาที่กระเพื่อมขึ้นลงตามแรงอารมณ์ "น้องชาจะกลับหรือยังครับ ให้พี่ไปส่งที่บ้านไหม”
"ไม่ต้องค่ะ ชามีคนไปส่งแล้ว" ใบชาโกหกคำโตออกไปเพียงเพื่อจะตัดรำคาญ
"ใครหน้าไหนมันจะมารับแก ยัยเด็กเลี้ยงแกะ สภาพอย่างแก ก็คงมีแต่พวกคนงานในไร่เท่านั้นแหละที่หลงผิดเอา" ไข่มุกเหยียดยิ้มเยาะพลางปรายตาขวางมองไปรอบๆ อย่างดูแคลน
ทว่าในจังหวะนั้น ข้าวหอมและแป้งที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็เริ่มทนไม่ไหว ทั้งสองขยับขึ้นมาประจันหน้ากับไข่มุก ทั้งคู่ไม่ได้มีท่าทีเกรงกลัวเลยสักนิด แม้ว่าไข่มุกจะเป็นลูกสาวคนโปรดของน้าอิงอรก็ตาม
"คนงานในไร่แล้วมันยังไงเหรอไข่มุก? แล้วไร่ที่เธอพูดถึง มันคือไร่ของเพื่อนฉันหรือเปล่ายะ” ข้าวหอมกอดอกเชิดหน้า แววตาจิกกัดไม่แพ้กัน
"อีกอย่างนะ เพื่อนฉันน่ะสวยระดับดาวเด่น ไม่ต้องอ่อยจนตัวสั่น ผู้ชายเขาก็วิ่งเข้าหาเอง ไม่เหมือนใครบางคนที่ต้องคอยเดินตามตูดผู้ชายต้อยๆ แบบนี้!" แป้งกล่าวเสริมพลางปรายตามองไม้สลับกับไข่มุกแล้วทำเสียงเหอะในลำคออย่างเอือมระอา
"นี่พวกแกด่าฉันเหรอ! พวกแกเข้าข้างยัยนี่ไปเถอะ ถ้ามันไม่ยอมแต่งงานก็อย่างหวังจะได้ไปเรียนต่อ แล้วก็ไม่มีสิทธ์ได้อะไรในไร่นั้น" ไข่มุกแหวลั่น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัดที่โดนต่อว่าอย่างไม่ไว้หน้า
“แน่จริงหล่อนก็เอาพินัยกรรมออกมากางสิยะ ไม่ใช่มาพูดลอยๆ อย่างที่แม่เธอทำอยู่” ข้าวหอมแหวกลับเช่นกัน เธอยักไหล่อย่างท้าทาย ทำเอาไข่มุกเต้นผางเหมือนโดนน้ำร้อนลวก เพราะลึกๆ แล้วเธอก็ไม่เคยเห็นพินัยกรรมฉบับจริงเหมือนกัน มีเพียงคำบอกเล่าของแม่เธอที่ใช้ขู่ใบชามาตลอด