“นังข้าวหอม! แกอย่ามาทำเป็นรู้ดีไปหน่อยเลย ที่แม่ฉันพูดเป็นความจริง พินัยกรรมบอกว่ายัยชาต้องแต่งงานก่อนถึงจะออกไปไหนได้ มันก็ต้องเป็นไปตามนั้น! แกเตรียมตัวดูเพื่อนแกเน่าตายอยู่ในไร่ได้เลย” ไข่มุกกำหมัดแน่น สะใจที่เห็นใบชาเงียบไปครู่หนึ่ง
“เหรอจ๊ะ งั้นก็รอดูแล้วกันว่าใครจะเน่าก่อนกัน สวยๆ อย่างใบชา ต่อให้ต้องแต่งงานจริงๆ ตัวเลือกก็มีเป็นร้อย ไม่จำเป็นต้องคว้า ‘เศษกระดาษ’ หรือ ‘เศษคน’ แถวนี้มาทำผัวหรอกมั้ง” แป้งไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆ และเธอก็ไม่ได้เกรงกลัวอำนาจของพ่อไม้ หรือแม่ของไข่มุก เพราะครอบครัวของเธอก็มีอิทธิพลไม่แพ้กัน
“แกด่าใครเป็นเศษคน!”
ไม้ที่ยืนฟังอยู่นานเริ่มหน้าเสีย เขาพยายามจะรักษามาดสุภาพบุรุษแต่นัยน์ตากลับเดือดดาลด้วยความโกรธที่โดนลบเหลี่ยม
“น้องใบชาครับ พี่ว่าเพื่อนเราเริ่มจะลามปามไปใหญ่แล้วนะ ไปคุยกับพี่ที่โต๊ะดีๆ จะดีกว่า อย่าให้พี่ต้องใช้กำลังเลย”
ไม้ขยับเข้าหาใบชาพร้อมกับยื่นมือหมายจะคว้าต้นแขนของเธอ ทว่ายังไม่ทันที่มือของไม้จะถึงตัวร่างบาง มือหนาปริศนาที่ดูแข็งแกร่งก็โผล่มาจากด้านหลัง แล้วคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของไม้เอาไว้แน่นจนกระดูกแทบลั่น!
“กึก!”
“โอ๊ย! เฮ้ย! ใครวะ!” ไม้ร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด พยายามจะกระชากมือออกแต่กลับพบว่าร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มที่สวมเสื้อยืดสีดำนั้นยืนนิ่งราวกับภูผา
สิงห์เดินก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างไม้กับใบชาอย่างนิ่งสนิท บรรยากาศรอบข้างที่เคยโหวกเหวกกลับเงียบลงถนัดตาเพราะรังสีบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวเขา สิงห์ปรายตาคมกริบมองไม้ด้วยความสมเพช ก่อนจะหันมามองใบชาที่กำลังยืนอึ้ง
“สิบห้านาทีแล้วนะ”
สิงห์ทวนคำตกลงด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นเยือก เขาวางท่าทีนิ่งเฉยราวกับคนรอบข้างเป็นเพียงอากาศธาตุ ทว่าออร่าความอันตรายกลับแผ่ซ่านจนไข่มุกที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ถึงกับลืมหายใจพลางหัวใจเต้นผิดจังหวะเพราะความหล่อร้ายที่พุ่งเข้ากระแทกหน้าอย่างจัง
“เมื่อกี้ผมได้ยินว่าคุณจะใช้กำลังกับ ‘เด็กของผม’ งั้นเหรอ?”
สิงห์หันกลับไปจ้องหน้าไม้ ด้วยแววตาดุดัน จนไม้ถึงกับเสียวสันหลังวูบ หยาดเหงื่อซึมตามไรผมอย่างห้ามไม่อยู่
“ดะ...เด็กของแกงั้นเหรอ? แกเป็นใคร!” ไม้พยายามรวบรวมความกล้าที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดถามกลับเสียงสั่น ทว่าขากลับก้าวถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว
สิงห์ไม่ตอบคำถามนั้น แต่กลับเลือกที่จะแสดงคำตอบด้วยการวาดแขนแกร่งรวบเอวบางของใบชาเข้ามากอดไว้แนบอกอย่างเป็นเจ้าของ พร้อมกับแสยะยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะก้มลงมองคนตัวเล็กที่ตอนนี้หน้าแดงก่ำสับสนจนทำตัวไม่ถูก
“กลับเลยไหม หรือจะให้พี่ ‘เคลียร์’ กับไอ้กระจอกนี่ให้จบก่อน?”
เสียงทุ้มจริงจังมาพร้อมสายตาเย็นชาที่ตวัดไปมองไม้ ทำเอาบรรยากาศรอบโต๊ะอึดอัดจนไม่มีใครกล้าขยับ ใบชารู้สึกได้ถึงไออุ่นจากแผ่นอกแกร่งทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก
ตลอด 4 ปีเต็มหลังจากที่พ่อของเธอจากไป ชีวิตของใบชามีเพียงการถูกกดขี่ข่มเหงและการเอาตัวรอดเพียงลำพัง นี่คงเป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกได้รับการปกป้องอย่างใจจริง และที่น่าตลกไปกว่านั้นคือ คนที่กำลังกางปีกปกป้องเธออยู่นี้ กลับเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่เธอเพิ่งรู้จักเพียงไม่กี่ชั่วโมง
แม้ว่าการกระทำระหว่างเธอกับเขาจะเลยเถิดไปไกลเกินกว่าคำว่าคนแปลกหน้าไปมากแล้วก็ตาม
"ไปค่ะ...เรากลับกันเถอะ"
ใบชาตัดสินใจสวมรอยเล่นไปตามบทบาทที่เขาหยิบยื่นให้ แขนเล็กวาดขึ้นโอบรอบเอวหนาของสิงห์กลับอย่างออดอ้อน พร้อมกับซบหน้าลงกับแผ่นอกกว้างคล้ายจะแสดงความเป็นเจ้าของเต็มที่
ไข่มุกที่ยังยืนอึ้งอยู่ถึงกับพูดไม่ออก หญิงสาวอ้าปากค้างจนลืมมาดคุณหนูผู้สูงศักดิ์ไปเสียสนิท ยิ่งเห็นสายตาที่ชายหนุ่มหน้าตาดีมองใบชามันยิ่งทำให้ไข่มุกแทบจะกระอักเลือดด้วยความริษยา
ไม่ใช่แค่ศัตรูอย่างไข่มุกที่อึ้ง แม้แต่ข้าวหอมและแป้ง เพื่อนสนิททั้งสองคนก็อ้าปากตาค้างไม่แพ้กัน พวกเธอไม่เคยเห็นเพื่อนรักอยู่ในโหมด ‘อ้อนหนุ่ม’ ขนาดนี้มาก่อน แต่ทว่าในความสงสัยกลับมีความสะใจที่รุนแรงกว่า
“แหม่ มีเจ้าของมารับถึงที่ขนาดนี้ พวกฉันก็หมดห่วง” ข้าวหอมแกล้งพูดเสียงดังหวังให้เสียงนั้นเข้าไปกระแทกโสตประสาทของไม้และไข่มุกที่ยืนทำหน้าหน้าเหวอจนไปไม่เป็น
“ฝากเพื่อนพวกเราด้วยนะคะ”
แป้งแอบยกนิ้วโป้งส่งให้ใบชาลับหลัง ขณะที่สิงห์เองก็ดูจะถูกใจกับการตอบรับของคนตัวเล็กไม่น้อย มือหนาลูบไล้แผ่นหลังบางอย่างแผ่วเบา ก่อนจะปรายตามองไข่มุกด้วยสายตาเย็นชา
"นี่! แกจะพาน้องใบชาไปไหน แกยังไม่ตอบคำถามฉันเลย!"
ไม้โวยวายเสียงลั่นไล่หลังด้วยความเดือดดาลแม้จะกล้าๆกลัวๆ เขาถลันตัวทำท่าจะเดินตามไปคว้าตัวใบชาคืน
ทว่าสิงห์กลับหยุดก้าวเดินกะทันหันก่อนจะหันกลับมาเพียงครึ่งตัว ชายหนุ่มไม่ได้ตอบด้วยถ้อยคำยืดยาว เขาเพียงแค่ปรายหางตาคมกริบที่แฝงไปด้วยไอสังหารจางๆ กลับไปมองไม้เพียงแวบเดียว ทว่าแววตาคู่นั้นกลับสะกดให้ลูกชายพ่อเลี้ยงถึงกับขาตาย ก้าวไม่ออกไปชั่วขณะ
“ถ้ามึงกล้าแตะต้องคนของกูอีกครั้ง เชียงรายก็จะไม่มีที่ให้มึงอยู่”
น้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นทำเอาไม้ถึงกับหน้าถอดสี คำขู่ที่ฟังดูไม่เหมือนเรื่องล้อเล่นทำเอาคนฟังชาวูบไปทั้งตัว สิงห์ไม่ได้รอดูปฎิกิริยาตอบรับใดๆ ของไม้ เขาหันหลังกลับแล้วพาใบชาเดินออกไปจากร้านไปทันที ทำเอาไม้และไข่มุกยืนอึ้งท่ามกลางความอับอายของสายตาคนทั้งบาร์
เมื่อก้าวพ้นเขตตัวร้าน ลมหนาวของเชียงรายที่ปะทะหน้าทำให้สติของใบชาคืนกลับมามากกว่าเดิมครึ่งหนึ่ง เธอรู้สึกถึงแรงกระชับที่เอวบางซึ่งยังไม่มีทีท่าว่าจะคลายออก
“ปะ…ปล่อยได้แล้วค่ะ พ้นร้านมาแล้ว”
ใบชาพึมพำพลางพยายามแกะมือหนาออก แต่กลับถูกเขาดึงให้เข้าไปชิดยิ่งกว่าเดิม สิงห์ไม่หยุดเดินจนกระทั่งมาถึงริมถนนหน้าร้านที่ค่อนข้างเงียบสงบ แสงไฟจากเสาไฟฟ้าข้างทางสาดส่องลงมากระทบใบหน้าฟ้าประธานให้ดูหล่อขึ้นไปอีก
“ทำไมถึงไปพูดกับพี่ไม้อย่างนั้น รู้ไหมว่าพ่อเขาเป็นพ่อเลี้ยงคนดังที่นี่เลยนะ พี่ไปขู่เขาขนาดนั้น ถ้าพ่อเขาเอาเรื่องขึ้นมา พี่จะลำบากเอา” ใบชาเอ่ยด้วยสีหน้ากังวล สติที่เริ่มกลับมาทำให้เธอนึกหวั่นใจกับผลที่ตามมา
สิงห์ก้มมองคนตัวเล็กที่กำลังทำหน้ายุ่งใส่เขา รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างนึกขำในความขี้กังวลของเธอ ชายหนุ่มไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้านเลยสักนิด เพราะเขารู้ดีว่าอิทธิพลของไอ้ลูกชายพ่อเลี้ยงนั่น เมื่อเทียบกับเขา ต่อให้มีไม้อีกสิบคนมาตั้งแถวรอ ก็ยังเทียบไม่ติดแม้แต่ปลายก้อยของเขา
“ห่วงพี่เหรอ?” เขาเลิกคิ้วถามพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยอย่างหยอกล้อ
“เอ่อ...ชาแค่ไม่อยากให้ใครมาเดือดร้อนเพราะชา พี่ไม้เขาเอาแต่ใจจะตาย ถ้าเขาแค้นพี่ขึ้นมาจะทำยังไง”
“หึ! พี่ก็แค่ขู่ทำเท่ห์ไปงั้นแหละ มาดดีไว้ก่อนไง” สิงห์โกหกหน้าตาย เขาเลือกที่จะปกปิดความจริงเอาไว้ภายใต้ท่าทางขี้เล่นนั้น เขาไม่อยากให้เธอต้องมารู้ตอนนี้ว่า ‘พี่สิงห์’ ที่เธอกำลังกังวลแทบตายนี่แหละ คือเจ้าของอิทธิพลตัวจริง