หลังจากได้รับคำสั่งจากไข่มุก สายสร้อยก็เริ่มปฏิบัติการทันที
“คุณหนูใบชาขาา ดื่มน้ำสักหน่อยเถอะค่ะ งานเลี้ยงเริ่มนานแล้ว คุณหนูดูเพลียๆ นะคะ”
สายสร้อยเดินเข้ามาประจบประแจงด้วยรอยยิ้มที่เคลือบไว้ด้วยยาพิษ ในมือถือแก้วน้ำลอยดอกมะลิที่ดูใสสะอาด ทว่าภายในกลับผสม ‘ยาปลุกสวาท’ ที่จะทำให้คุณหนูผู้แสนเย่อหยิ่งต้องกลายเป็นเพียงลูกไก่ในกำมือของลูกชายพ่อเลี้ยงอย่างไม้ ทว่าตอนนี้แผนเปลี่ยนทิศทางไปที่ช่างพเนจร ชายหนุ่มผู้ต้อยต่ำอย่างที่ไข่มุกเข้าใจ
ใบชามองแก้วน้ำนั้นด้วยความล้า เธอไม่ได้เอะใจเลยสักนิดว่าทำไมจู่ๆ สายสร้ายถึงได้เข้ามาเอาอกเอาใจเธอ
หญิงสาวไม่รู้เลยว่าเพียงแค่น้ำจิบเดียว ชีวิตของเธอจะเปลี่ยนไปตลอดกาล
“ขอบใจมากสายสร้อย”
มือบางหยิบแก้วขึ้นมาจรดริมฝีปาก ความเย็นของน้ำช่วยให้รู้สึกสดชื่นเพียงชั่วครู่ ก่อนที่ความร้อนรุ่มแปลกๆ จะเริ่มแล่นพล่านไปตามกระแสเลือดอย่างรวดเร็ว
สายสร้อยลอบมองด้วยสายตามาดร้าย แผนการของไข่มุกกำลังดำเนินไปอย่างสมบูรณ์แบบ เงินก้อนโตอยู่แค่เอื้อมแล้ว
ใบชายืนพิงเสาหินอ่อน มือบางกุมขมับที่เริ่มเต้นตุบๆ อย่างคุมไม่อยู่ รสหวานล้ำของน้ำมะลิที่เพิ่งดื่มไปเมื่อครู่ บัดนี้มันกลับกลายเป็นมวลความร้อนที่วิ่งพล่านไปตามกระแสเลือด แผ่ซ่านไปทั่วผิวพรรณจนเธอรู้สึกคันยิบๆ อยากจะสะบัดชุดเดรสนี้ทิ้งไปให้พ้นตัว
“ร้อนจัง ทำไมมันร้อนแบบนี้”
เธอพึมพำออกมา ดวงตากลมโตที่เคยสดใสบัดนี้กลับฉ่ำปรือ แก้มใสขึ้นสีระเรื่อจัดราวกับคนเมาจัด ใบชาพยายามพาตัวเองเดินเลี่ยงออกจากกลุ่มแขกเหรื่อ แต่เรี่ยวแรงที่มีกลับถดถอยลงดื้อๆ จนร่างทั้งร่างแทบจะทรุดลงกับพื้น
แต่ก่อนที่เข่าจะแตะพื้น กลับมีอ้อมกอดแข็งแรงของใครบางคนพุ่งเข้ามาโอบรับร่างของเธอไว้ได้ทันท่วงที
กลิ่นอายจางๆ ของน้ำมันเครื่องผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ แบบลูกผู้ชายโชยเข้าจมูก มันไม่ใช่กลิ่นที่สะอาดสะอ้านเหมือนพวกคุณชายในงาน แต่มันกลับทำให้หัวใจที่กำลังเต้นระรัวของใบชาสั่นไหวอย่างประหลาด
“ชา เป็นอะไรหรือเปล่า”
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นข้างใบหู สิงห์จ้องมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้แดงซ่านไปถึงลำคอ แววตาคนตัวโตเข้มขึ้นทันทีเมื่อได้กลิ่นยาที่โชยออกมาจากลมหายใจกระเส่าของคนตัวเล็ก
‘พวกสารเลว มันกล้าเล่นแรงขนาดนี้เลยเหรอ’
“พะ พี่สิงห์เหรอ พี่มาอยู่ที่นี่ได้ไง” ใบชาครางประท้วงเบาๆ มือเล็กพยายามผลักอกกว้างแต่กลับกลายเป็นการลูบไล้ไปตามแผงอกกำยำโดยไม่รู้ตัว
“พี่เป็นห่วงเลยตามมา”
สิงห์กัดฟันกรอด แววตาที่เดือนดาลกลับวูบไหวด้วยความปรารถนาที่พุ่งพล่านไม่แพ้กัน ยิ่งคนตัวเล็กเบียดกายเข้าหา สัญชาตญาณความดิบในกายเขาก็ยิ่งพลุ่งพล่านจนยากจะควบคุม
“ตั้งสติไว้ชา! พี่จะพาออกไปจากขุมนรกนี่”
คนตัวโตช้อนร่างบางขึ้นแนบอกอย่างง่ายดายเขาไม่สนใจแผนการสืบข้อมูลหรือหลักฐานอะไรอีกต่อไปแล้ว ในหัวตอนนี้มีเพียงเรื่องเดียวคือ ต้องพาสาวน้อยของเขาไปจัดการให้สงบในที่ส่วนตัวให้เร็วที่สุด
สายสร้อยที่รีบวิ่งตามร่างบางของใบชาออกมาจากงานเลี้ยงด้วยท่าทางกระหืดกระหอบ ในใจก็นึกหวั่นว่านังคุณหนูตัวดีจะเตลิดไปไกลจนตามไม่ทัน แต่พอพ้นโค้งพุ่มดอกเข็มไปได้ไม่เท่าไหร่ เท้าที่กำลังซอยยิบก็ต้องชะงักกึก
ภาพตรงหน้าทำให้สายสร้อยต้องเบิกตากว้าง ใบชากำลังตกอยู่ในอ้อมกอดของชายร่างสูงใหญ่ที่ดูมอมแมมไปทั้งตัว คนที่เธอกำลังจะไปสืบหาที่พักอยู่พอดี
“อุ๊ย! อะไรมันจะประจวบเหมาะขนาดนั้นวะ เรานี่มันทำความเลวขึ้นจริงๆ”
สายสร้อยอุทานเบาๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้าทันทีเมื่อเห็นว่าแผนการของไข่มุกกำลังจะสำเร็จง่ายกว่าที่คิด
‘ไอ้ช่างพเนจรนั่นมันมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไงกัน แต่ก็ดี! จะได้ไม่ต้องเปลืองแรงฉันลากกลับไปส่งที่ห้อง’
เธอยืนดูอยู่ห่างๆ เห็นนังคุณหนูผู้ดีที่ปกติจะหยิ่งทะนงนักหนา บัดนี้กลับเบียดกายเข้าหาแผงอกกว้างของไอ้ช่างคนใหม่นั่นอย่างคนไร้สติ เสียงครางแผ่วกระเส่าที่ลอยมาตามลมทำให้สายสร้อยสะใจจนอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ
“เสียตัวให้ไอ้ช่างหน้าเถื่อนๆนี่แหละดีที่สุดนังคุณหนู แกจะได้หมดสิทธิ์โงหัวขึ้นมาขวางทางคุณไข่มุกของฉันสักที”
สายสร้อยรีบถอยฉากกลับเข้าไปในเงามืดเพื่อไม่ให้สิงห์สังเกตเห็น ในใจก็นึกถึงเงินปึกโตที่คุณไข่มุกรับปากไว้ นี่แค่เดินตามออกมาดูผลงานนิดๆ หน่อยๆ ก็เหมือนได้ลาภลอยก้อนใหญ่มาวางตรงหน้าแล้ว
“สมน้ำหน้า อยากเกิดมาสวยเด่นกว่าคนอื่นดีนัก คืนนี้แหละแกได้รู้ซึ้งถึงคำว่า ‘ชาเน่า’ ของจริงแน่!” เธอบ่นพึมพำทิ้งท้ายก่อนจะหมุนตัววิ่งกลับไปรายงานข่าวดีให้เจ้านายสาวที่กำลังรอฟังผลอย่างใจจดใจจ่อ
สิงห์เหยียบคันเร่งทะยานไปตามถนนลูกรังอย่างรวดเร็วเพื่อพาคนตัวเล็กหนีออกมาจากงานเลี้ยงเฮงซวยนั่นให้ไกลที่สุด ภายในรถมีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ครางกระหึ่มและเสียงลมหายใจหอบถี่ของคนที่นั่งข้างๆ
“พี่สิงห์ ชาร้อนค่ะ อื้อ”
ใบชาบิดกายเร่าอยู่บนเบาะผ้าที่เริ่มจะคับแคบเกินไปสำหรับความรู้สึกที่กำลังปะทุ ฝ่ามือเล็กเริ่มอยู่ไม่สุก เธอเริ่มปัดป่ายไปตามลำแขนแกร่งที่กำลังบังคับพวงมาลัย ก่อนจะเลื่อนขึ้นไปลูบไล้แผงอกที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อเชิ้ตลายสกอตจนสิงห์ถึงกับต้องกัดฟันกรอด
“นั่งนิ่งๆ ก่อนชาพี่กำลังขับรถ”
เขาพยายามข่มเสียงให้ปกติที่สุดแต่มันกลับสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่อยู่
มือหนาข้างหนึ่งต้องละจากพวงมาลัยมากุมมือเล็กที่กำลังซุกซนนั้นไว้แน่น แต่ใบชากลับไม่ยอมแพ้ เธอยิ่งเบียดกายเข้าหา สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วของเธอทำให้เลือดในกายสิงห์สูบฉีดจนแทบจะทะลุขีดจำกัด
“ไม่ไหวแล้ว ชาต้องการพี่สิงห์ ช่วยชาเถอะนะคะ”
เสียงหวานที่อ้อนวอนอยู่ข้างหูบวกกับสัมผัสรุกรานที่เริ่มจะล้วงล้ำเข้าไปใต้ขอบกางเกง ทำให้สิงห์แทบจะไม่สามารถประคองรถไปได้อย่างตรงเลนถนน
โชคยังดีที่ไร่ศิลาเลิศไม่ได้ห่างจากไร่สิงขนมากนัก รถกะบะเบรกสนิทจนฝุ่นตลบ สิงห์ดับเครื่องยนต์ลงจนความเงียบเข้าปกคลุม แต่ลมหายใจของคนสองคนกลับหอบถี่จนได้ยินชัดเจน
ใบชาเบียดกายเข้าหาจนแทบจะเกยขึ้นมาบนตักหนา มือเล็กสั่นระริกปัดป่ายไปตามเป้ากางเกงยีนส์ของเขาอย่างคนคุมสติไม่อยู่
“พี่สิงห์ ชาทรมานจะตายอยู่แล้ว อื้ออ”
“ใจเย็นชา ไปที่ห้องก่อน”
สิงห์พยายามรวบมือซุกซนนั้นไว้ แต่มันกลับยิ่งกระตุ้นอารมณ์ดิบในกายเขาให้พุ่งพล่านจนปวดหนึบไปทั้งตัว
ดูเหมือนว่าคำพูดของสิงห์จะไม่ได้เข้าโสตประสาทของคนตัวเล็กเลยสักนิด ใบชาซุกหน้าหวานเข้าหาลำคอแกร่ง สูดดมกลิ่นกายที่เธอโหยหา ก่อนจะกระซิบเสียงสั่นพร่าที่ทำให้คนฟังถึงกับสติขาดผึง
“ใช้นิ้วทำให้ชาเหมือนที่พี่สิงห์เคยทำก็ได้ ชาไม่ไหวแล้ว”