ก๊อก..ก๊อก..
เสียงเคาะประตูห้องสี่ศูนย์หนึ่งหก คอนโดภาม ดังชัดสามครั้ง ไม่ดังไม่เบา แต่ทะลุเข้ามาในหูเหมือนมีคนมากระซิบข้างหมอน
ภามนั่งตัวแข็งอยู่บนโซฟา ไฟทั้งห้องเปิดสว่างทุกดวง ทีวีเปิดข่าวช่องที่เสียงดังที่สุด นาฬิกาดิจิทัลบนผนังบอกเวลา 03:14 น. เป๊ะ
“..ภาม..เล่า..ต่อ..สิ..”
เสียงแหบแห้งลอดผ่านร่องใต้ประตูมาเย็นเยียบ กลิ่นธูปอ่อนๆ ลอยเข้ามาในห้องทั้งที่เขาไม่ได้จุด
เหงื่อแตกเต็มหน้าผาก ทั้งที่แอร์เปิดสิบหกองศา มือภามกำโทรศัพท์ที่ชาร์จไว้แน่น ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ไม่กล้าโทรหาใคร โทรหาตำรวจจะบอกว่าผีมาเคาะประตูเหรอ ตำรวจคงส่งรถพยาบาลมารับแทน
ก๊อก..ก๊อก..
เคาะอีกครั้ง ช้ากว่าเดิม เหมือนคนเคาะกำลังใจเย็นรอ
“ชิบหายแล้ว..ชิบหายแล้ว..” ภามพึมพำ มองซ้ายมองขวา ในห้องมีแต่มีดปอกผลไม้หนึ่งเล่ม จะเอาอะไรไปสู้กับผี
เขาคว้าได้แค่หมอนข้าง กอดไว้แน่นเหมือนโล่ วิ่งไปแนบหูกับประตู
เงียบ..
ไม่มีเสียงตอบ แต่ภามรู้สึกได้ว่ามีคนยืนอยู่หลังบานประตูจริงๆ ความเย็นแผ่ผ่านไม้อัดเข้ามาจนแก้มเขาชา
“ลุง..ลุงชิดใช่ไหม” ภามเสียงสั่น ถามออกไป “ผม..ผมยังอ่านไม่จบ เลยเล่าต่อไม่ได้..ไว้พรุ่งนี้..พรุ่งนี้สามทุ่มผมไปหาลุงที่ห้องนะ..ที่อโศก..”
เงียบไปสามวินาที แล้วเสียงแหบๆ นั้นก็ตอบกลับมา
“..สัญญา..แล้ว..นะ..”
สิ้นเสียง กลิ่นธูปก็จางหายไป ความเย็นหลังบานประตูก็หายไปเหมือนไม่เคยมี
ภามทรุดลงนั่งพิงประตู หอบแฮ่กเหมือนวิ่งมาราธอน หัวใจเต้นแรงจนเจ็บหน้าอก เขาเพิ่งรอดตาย..ชั่วคราว
เขาเปิดกล้องวงจรปิดหน้าห้องดูย้อนหลัง
03:13 น. ทางเดินว่างเปล่า
03:14 น. ภาพกระตุกหนึ่งที แล้วปรากฏร่างชายแก่ในชุดคนไข้โรงพยาบาลยืนหน้าประตู มือยกค้าง
03:15 น. ร่างนั้นค่อยๆ จางหายไปเหมือนหมอก
ภามปาโทรศัพท์ทิ้งบนโซฟา ยกมือกุมหัว
นี่มันเรื่องจริง ไม่ใช่คอนเทนต์ ไม่ใช่คนจัดฉาก
เช้าวันต่อมา ภามไม่ได้นอนสักนาที ตาแดงก่ำเหมือนหมีแพนด้า เขาเสิร์ชชื่อ `อลิน นักจัดการศพ นิติเวช` ในกูเกิล
เจอแต่ข่าวสั้นๆ สองปีก่อน ..เจ้าหน้าที่นิติเวชสาวจัดการเคสศพอาละวาดได้สำเร็จ ไม่ใช้กำลัง ใช้เพียงการพูดคุย.. ไม่มีรูป ไม่มีบทสัมภาษณ์
เขาลองเสิร์ช `คืนที่ดาวดับ` เจอแค่ลิงก์เดียว เป็นแคตตาล็อกหนังสือเก่าในหอสมุดแห่งชาติ ระบุว่า ..ผู้แต่ง: ป. ปันฝัน ไม่ปรากฏปีที่พิมพ์ สถานะ: สูญหาย..
ป. ปันฝัน..ปัน..เด็กชายปัน..
พ่ออลิน?
ภามนวดขมับ เขาโทรกดเบอร์ที่อลินเขียนไว้ในกระดาษโน้ต เป็นเบอร์มือถือ ไม่มีชื่อไลน์ ไม่มีรูปโปรไฟล์
ตื้ด..ตื้ด..
“ฮัลโหล” เสียงปลายสายเรียบนิ่ง ดังขึ้นหลังสัญญาณครั้งที่สอง
“พะ..พี่อลินเหรอครับ ผมภาม..เมื่อคืน..”
“รู้แล้ว” อลินตัดบท “รอดแล้วใช่ไหม”
“รอด..ครับ..แต่เกือบตาย..ลุงชิดมาเคาะจริงๆ ด้วย”
“กูบอกแล้ว” ปลายสายเงียบไปสองวิ “คืนนี้สามทุ่ม อโศกทาวเวอร์ ห้องสี่ศูนย์หนึ่งสอง อย่ามาสาย กูไม่รอ”
“เดี๋ยว! คือผมอยากรู้..”
“อยากรู้อะไรไปถามที่ห้องลุงชิด” อลินพูดเสียงเข้ม “ตอนนี้ไปนอน ตาบวมเหมือนศพแล้ว เสียภาพลักษณ์ยูทูบเบอร์หมด”
ตู้ด..ตู้ด..ตู้ด..
วางสายไปเลย
ภามมองโทรศัพท์อึ้งๆ ผู้หญิงบ้าอะไรวะ ปากหมาด่ามันทุกดอก แต่..แต่เขาดันรู้สึกปลอดภัยแปลกๆ แค่ได้ยินเสียง
..18.00 น. อโศกทาวเวอร์..
ตึกเก่าสูงยี่สิบชั้น สีเทาเกือบดำ ตั้งอยู่ซอกหลืบหลังห้างดัง ภามจอดรถเสร็จ เงยหน้ามองขึ้นไป ชั้นสี่ไฟปิดทุกห้อง บรรยากาศวังเวงจนคนส่งอาหารยังไม่กล้ารับงาน
เขาถือถุงขนมกับน้ำแดงขึ้นมา ตามที่ในพันทิปบอกว่าไหว้เจ้าที่ ของเซ่นผีก็ต้องมีน้ำแดง เผื่อช่วยได้
ลิฟต์ตัวเก่าเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด เลขชั้นกระพริบช้าๆ 1..2..3..4..
ติ๊ง
ประตูลิฟต์เปิดออก ทางเดินชั้นสี่มืด มีแค่ไฟฉุกเฉินสีแดงติดหรี่ๆ ปลายทางเดิน กลิ่นอับกับกลิ่นธูปลอยมา
ห้องสี่ศูนย์หนึ่งสองอยู่สุดทางเดิน ประตูไม้สีน้ำตาลเก่า มีสายสิญจน์เก่าซีดพันรอบลูกบิด กับยันต์กระดาษสีเหลืองแปะอยู่หน้าประตู แต่ครึ่งหนึ่งหลุดลุ่ยแล้ว
และหน้าห้อง..มีคนยืนรออยู่ก่อนแล้ว
อลิน
วันนี้เธอใส่เสื้อยืดสีดำ กางเกงยีนส์ สะพายกระเป๋าผ้าดิบใบเดิม ผมมัดหางม้าสูง หน้านิ่งเหมือนเมื่อคืน แต่ใต้ตาคล้ำนิดๆ เหมือนคนนอนไม่พอ
“ตรงเวลา” เธอปรายตามองถุงในมือภาม “เอาน้ำแดงมาไหว้ใคร”
“ไหว้..ไหว้ลุงชิด..” ภามตอบอ้อมแอ้ม “ในเน็ตบอก..”
“ปัญญาอ่อน” อลินด่าเลย “ลุงชิดเขาไม่กินน้ำแดง เขากิน..ชาเขียวมะลิ ไม่มีน้ำตาล”
“อ้าว..แล้วทำไมไม่บอกก่อน”
“มึงถามกูเหรอ” อลินเลิกคิ้ว “กูไม่ใช่มาม่า จะได้ตอบทุกเรื่อง”
ภามเถียงไม่ออก ได้แต่เกาหัว
อลินหยิบกุญแจพวงใหญ่ออกจากกระเป๋า มีกุญแจเกือบสิบดอก “กุญแจห้องลุงชิด กูเอามาจากนิติเวช เขาไม่มีญาติ”
แกร๊ก
ประตูล็อกเปิดออก กลิ่นฝุ่น กลิ่นอับ กลิ่นยาเก่า ตีเข้ามาพร้อมกัน
ข้างในเป็นห้องชุดหนึ่งนอนหนึ่งน้ำ ขนาดสามสิบตารางเมตร เฟอร์นิเจอร์เก่าคร่ำคร่า โซฟาหนังลอก โต๊ะกินข้าวมีจานข้าววางไว้หนึ่งใบ ตะเกียบวางพาดอยู่ เหมือนเจ้าของห้องแค่ลุกไปเข้าห้องน้ำเดี๋ยวมา
แต่ฝุ่นหนาเตอะบนโต๊ะบอกว่า..ไม่มีใครอยู่มาเป็นปีแล้ว
บนชั้นวางทีวี มีกรอบรูปตั้งอยู่ รูปเด็กผู้ชายวัยสิบขวบยิ้มแฉ่ง อุ้มตุ๊กตาเป็ดน้อยตัวหนึ่ง ข้างๆ กันคือรูปถ่ายขาวดำของชายหญิงคู่หนึ่ง น่าจะเป็นพ่อแม่
อลินเดินตรงไปที่ห้องนอน ไม่เปิดไฟ เธอวางกระเป๋าลง หยิบหนังสือ _คืนที่ดาวดับ_ ออกมาวางบนโต๊ะข้างเตียง
“มึงนั่ง” เธอชี้ไปที่เก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง “กูจะอัญเชิญ”
“อะ..อัญเชิญ..” ภามเสียงแห้ง “ทำเหมือนหมอผีเลยเหรอ”
อลินหันขวับมามองตาขวาง “กูนักเล่าเรื่อง ไม่ใช่หมอผี กูไม่สวด กูไม่ปราบ กูแค่..คุย”
เธอหลับตา หายใจเข้าลึกหนึ่งที แล้วพูดด้วยเสียงที่ทุ้มต่ำกว่าปกติ ไม่ใช่เสียงเธอ เหมือนเป็นเสียงเล่านิทาน
“คืนที่ดาวดับ..เด็กชายปัน..ได้ยินเสียงเคาะประตู..”
ทันทีที่ประโยคนั้นออกจากปาก อุณหภูมิในห้องดิ่งลงวูบ ไฟในห้องนอนที่ไม่เสียบปลั๊ก กระพริบติดขึ้นมาเอง แสงสีส้มนวล
และบนเตียง..ผ้าห่มค่อยๆ นูนขึ้นเป็นรูปร่างคนนอนตะแคงหันหลังให้
ภามสะดุ้งเฮือก เกือบตกเก้าอี้
ร่างนั้นค่อยๆ พลิกตัวกลับมาช้าๆ
ลุงชิด
แต่ไม่ใช่ลุงชิดในชุดคนไข้เมื่อคืนนี้ นี่คือลุงชิดในชุดนอนผ้าฝ้ายเก่าๆ หน้าตาเหี่ยวย่น ดวงตาปิดสนิท เหมือนคนนอนหลับลึก
อลินลืมตา มองภาม “ตาของมึง เล่าต่อ”
“หะ..หา..” ภามชี้หน้าตัวเอง “กู..กูเหรอ”
“เออ มึงเป็นคนปลุก มึงต้องเป็นคนกล่อม” อลินยื่นหนังสือให้ “หน้าเดิมที่มึงอ่านค้างไว้ อ่านต่อให้จบหน้า”
ภามรับหนังสือมาด้วยมือสั่นๆ เปิดไปที่รอยพับ _“..ในป่าช้า ปันเจอหลุมศพที่ไม่มีชื่อ..บนหลุมมีตุ๊กตาเป็ดน้อยตัวหนึ่ง..เป็ดน้อยร้องไห้เพราะ..”_
“..เพราะ..เพราะคิดถึงเจ้าของ..” ภามอ่านต่อ เสียงสั่นเครือ “..ปัน..เลยหยิบเป็ดน้อยขึ้นมากอด..แล้วกระซิบว่า..ไม่ต้องร้องนะ..เดี๋ยวเรากลับบ้านกัน..”
ฟู่..
ลมเย็นวูบหนึ่งพัดผ่านในห้องที่ปิดตาย กลิ่นดอกมะลิอ่อนๆ ลอยมา
ลุงชิดบนเตียง ขยับยิ้มมุมปากน้อยๆ รอยยิ้มแรกที่ภามเห็น เป็นรอยยิ้มของเด็กชายปันที่ได้ตุ๊กตาคืน
อลินพยักหน้าให้ภามอ่านต่อ
_“..แต่ก่อนจะกลับ..ปันต้องบอกลาดวงดาวดวงสุดท้ายบนฟ้า..ดาวดวงนั้นชื่อว่า..”_
ภามชะงัก คำต่อไปในหนังสือ..หมึกเลอะ เลือนหายไปหมด อ่านไม่ออก
“..ชื่อว่า..อะไร..” ภามเงยหน้ามองอลินเหงื่อแตก “มัน..มันเลอะ อ่านไม่ออก”
ทันทีที่พูดจบ ลุงชิดบนเตียงลืมตาพรึ่บ!
ดวงตาคู่นั้นไม่ขาวโพลนแล้ว แต่เป็นสีดำสนิทเหมือนตาอลิน จ้องมาที่ภามตรงๆ
“..ชื่อว่า..อลิน..” เสียงแหบแห้งดังออกจากปากลุงชิด แต่ประโยคต่อมาทำให้เลือดในตัวภามเย็นเฉียบ
“..ดาวดวงนั้น..ถูกฆ่า..วันที่สาม..เดือนสิบ..สิบปีก่อน..”
ปัง!
ไฟทั้งห้องดับพรึ่บ หน้าต่างที่ปิดตายเปิดกระแทกออกเอง ลมตีเข้ามาแรงจนกรอบรูปบนชั้นวางทีวีร่วงลงแตกเพล้ง
ในความมืด มีเพียงเสียงอลินที่กัดฟันกรอด ดังชัดเจน
“ลุงชิด..”