ตอนที่2

1551 Words
เสียง ..ก๊อก.. ดังมาจากใต้ผ้าคลุมทั้งสิบเอ็ดเตียงพร้อมกัน เหมือนมีคนสิบเอ็ดคนเคาะเหล็กจากข้างใน ภามยืนขาแข็ง หนังสือ คืนที่ดาวดับ ที่อลินเก็บขึ้นมา ตอนนี้อยู่ในมือเธอ เธอเปิดพลิกไปหน้าสุดท้ายด้วยนิ้วเรียวยาว เล็บสั้นสะอาดไม่มีสี “มึงรู้ไหม..” อลินพูดขึ้นเป็นครั้งแรก น้ำเสียงเรียบเหมือนอ่านข่าวพยากรณ์อากาศ “ห้องดับจิตเบอร์สี่ มีกฎว่าห้ามใครเข้าเวลาตีสามถึงตีสี่” “ผะ..ผมไม่รู้” ภามกลืนน้ำลาย เย็นตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่ไม่ใช่เพราะแอร์ “ผมแค่..แค่มาถ่ายคอนเทนต์..” “คอนเทนต์” อลินทวนคำ เธอเงยหน้าจากหนังสือ ดวงตาสีดำสนิทมองภามตรงๆ “แลกกับปลุกศพตื่นทั้งห้อง คุ้มไหม” ยังไม่ทันที่ภามจะตอบ ผ้าขาวเตียงที่สองข้างๆ นายชิดก็ร่วงผล็อยลงพื้น เสียงดังตุบ ร่างผู้หญิงผมยาว ใส่ชุดคนไข้โรงพยาบาล ค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งช้าๆ ข้อต่อดังกร๊อบแกร๊บเหมือนไม้เก่า เธอหันคอมาทางภามเกือบสามร้อยหกสิบองศา ดวงตาเหลือกขาวเหมือนนายชิด “เล่า..ต่อ..” เสียงแหบแห้งดังออกจากลำคอที่แห้งผาก ไม่ใช่แค่ศพนายชิด แต่ศพผู้หญิงเตียงสองก็พูดคำเดียวกัน ภามถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชิดตู้เหล็กเย็นเฉียบ “พี่..พี่สาวครับ ใจเย็นก่อน..” “เรียกกูว่าพี่อลิน” อลินพูดตัดบท เธอปิดหนังสือดังปั๊บ เสียงดังก้องในความเงียบ “แล้วก็ไม่ต้องไหว้ ศพพวกนี้ไม่รับไหว้ เขารับแค่ตอนจบนิทาน” “ตะ..ตอนจบ?” ภามสมองอื้ออึง “ตอนจบอะไร ผมยังอ่านไม่ถึงหน้าแรกเลย” อลินถอนหายใจ ยาวเหมือนเหนื่อยกับเด็กโง่ “มึงเปิดหนังสือ มึงอ่านชื่อเรื่อง มึงปลุกเจ้าของเรื่องตื่นแล้ว กฎของหนังสือเล่มนี้คือ..ถ้าเริ่มอ่าน ต้องเล่าให้จบทุกตัวอักษร ไม่งั้นเจ้าของเรื่องจะตามทวงจนกว่าจะได้ฟัง” เธอชี้ไปที่ร่างนายชิดที่ยืนนิ่งอยู่ข้างหลังภาม “นั่นเจ้าของเรื่องคนแรก เด็กชายปัน..หรือลุงชิดตอนแก่ เขาตายก่อนจะได้ฟังตอนจบที่พ่อเขาแต่งค้างไว้” ภามหันขวับไปมองนายชิดอีกครั้ง คราวนี้ชัดๆ ใบหน้าเหี่ยวย่นซีดเซียว แต่ดวงตา..ดวงตานั้นไม่ใช่ของคนแก่หกสิบสอง มันเป็นดวงตาของเด็กผู้ชายที่กำลังร้องไห้ อยากฟังนิทานก่อนนอน “แล้ว..แล้วผมต้องทำไง” ภามเสียงสั่น เขาอยากวิ่ง แต่ขาไม่มีแรง ข้างหน้ามีอลิน ข้างหลังมีผี ข้างๆ มีอีกสิบศพที่กำลังจะลุก อลินยื่นหนังสือคืนให้ภาม “อ่าน..อ่านให้จบเดี๋ยวนี้ อ่านออกเสียง ดังๆ ชัดๆ ให้เขาฟัง” “ในนี้..ในนี้มืด ผม..” พรึ่บ ไฟนีออนทั้งห้องติดสว่างพร้อมกันทุกดวง แสงขาวซีดส่องให้เห็นทุกซอกทุกมุม เห็นผ้าขาวสิบเอ็ดผืนที่กำลังขยับ เห็นหน้านายชิดชัดๆ เห็นอลินที่ยืนนิ่งเหมือนนางพญา ภามมือสั่นจนเกือบทำหนังสือหล่น เขาก้มลงมองตัวหนังสือพิมพ์ดีดตัวเล็กๆ _“กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในคืนที่ดาวทุกดวงบนฟ้าดับหมด..เด็กชายปันได้ยินเสียงเคาะประตู..ก๊อก..ก๊อก..เขาเปิดประตูออกไป พบยายแก่คนหนึ่งยืนถือตะเกียง..”_ “อ่านดังๆ” อลินสั่งเสียงเข้ม “..ยะ..ยายแก่บอกว่า..จะพาไปดูดาวที่สว่างที่สุด..แต่ต้องแลกกับ..” ภามอ่านตะกุกตะกัก เสียงขาดเป็นห้วงๆ ทุกครั้งที่เขาอ่าน ศพนายชิดจะพยักหน้าตามช้าๆ เหมือนจำได้ ดวงตาที่เหลือกขาวเริ่มมีน้ำตาสีดำไหลออกมา _“..แลกกับความกลัว..ปันต้องเดินผ่านป่าช้า..คนเดียว..ตอนเที่ยงคืน..”_ ภามอ่านไปถึงกลางหน้า เสียงเริ่มคล่องขึ้น ความกลัวค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยความสงสัย นิทานอะไรวะ ทำไมมันหนาวจับใจขนาดนี้ _“..ในป่าช้า ปันเจอหลุมศพที่ไม่มีชื่อ..บนหลุมมีตุ๊กตาเป็ดน้อยตัวหนึ่ง..เป็ดน้อยร้องไห้เพราะ..”_ ปึ่ก หนังสือถูกมือเย็นเฉียบตะปบปิดจากด้านหลัง ภามสะดุ้งสุดตัว หันไปเจอนายชิดยืนประชิด หน้าแทบชนกัน กลิ่นสาบศพคลุ้ง “พอ..ก่อน..” เสียงนายชิดแหบพร่า แต่ชัดขึ้นกว่าเดิม “แค่นี้..ก่อน..พรุ่งนี้..มาเล่า..ต่อ..ที่..ห้อง..กู..” พูดจบ ร่างนายชิดก็ทรุดลงกองกับพื้นเหมือนถุงกระสอบทราย ผ้าขาวปลิวมาห่มร่างไว้เองเหมือนมีมือมองไม่เห็นดึง สิบเตียงที่เหลือก็เงียบเสียงเคาะพร้อมกัน ผ้าขาวนิ่งสนิท เหมือนเมื่อกี้ทั้งหมดเป็นภาพหลอน ห้องดับจิตกลับมาเงียบ มีแค่เสียงแอร์กับเสียงหอบหายใจของภาม อลินเดินไปหยิบผ้ามาคลุมร่างนายชิดให้เรียบร้อย เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอหันมาหาภามที่ยังยืนตัวแข็งทื่อ “พรุ่งนี้สามทุ่ม มึงไปที่คอนโดลุงชิด อโศกทาวเวอร์ ห้องสี่ศูนย์หนึ่งสอง” อลินพูดเรียบๆ ยื่นกระดาษโน้ตแผ่นเล็กให้ “เขาเขียนที่อยู่ไว้ให้แล้ว” ภามรับมาอย่างงงๆ ตัวอักษรบนกระดาษเป็นลายมือหวัดๆ แบบเดียวกับในหนังสือ คืนที่ดาวดับ “เดี๋ยว..เดี๋ยวนะ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ทำไมผมต้องไป” ภามเริ่มได้สติ ความโมโหแซงความกลัว “คุณเป็นใคร แล้วทำไมศพ..” “กูชื่ออลิน เป็นนักเล่าเรื่องประจำที่นี่” เธอตอบ เก็บหนังสือ คืนที่ดาวดับ ใส่กระเป๋าสะพายผ้าดิบของตัวเอง “ส่วนมึง..เป็นคนปลุกเขาตื่น มึงก็ต้องกล่อมเขาหลับ มันเป็นกฎ” “กฎบ้าบออะไร ผมไม่ไป ผมจะกลับบ้าน นอน แล้วพรุ่งนี้ลืมเรื่องทั้งหมดนี่ซะ” ภามโวยวาย เสียงดังลั่นห้อง เขาเดินพรวดๆ จะออกประตู อลินไม่ห้าม เธอแค่พูดตามหลังมาเบาๆ ประโยคเดียว “มึงกลับไปคืนนี้ได้ แต่ตีสามสิบสี่นาที ลุงชิดจะไปเคาะประตูห้องมึง” ขาภามชะงักกึก กลางประตู “..เขาจะไม่ไปคนเดียวด้วย” อลินพูดต่อ “ศพทุกศพที่มึงปลุกตื่น จะตามมึงไปทุกที่ จนกว่ามึงจะเล่านิทานเรื่องนี้จบ..ทั้งร้อยศพ” ภามหันกลับมาช้าๆ หน้าเผือดสี “..ร้อย..ศพ..?” “ในหนังสือมีรายชื่อเจ้าของเรื่องอยู่ร้อยคน ลุงชิดเป็นแค่คนแรก” อลินเปิดกระเป๋า หยิบสมุดจดเล่มเล็กออกมาเปิด “กูทำงานที่นี่มาสองปี กล่อมศพหลับไปแล้วแปดสิบเจ็ดศพ เหลืออีกสิบสามศพที่ยังไม่ถึงคิว..จนมึงมา..เสือก..เมื่อกี้” เธอปิดสมุดดังป๊าบ “ตอนนี้ยอดเลยเป็นร้อยสิบสามศพ ขอบใจมาก ยูทูบเบอร์” ภามทรุดลงนั่งกับพื้น ความจริงมันหนักเกินกว่าหัวจะรับไหว หนี้ห้าแสนกลายเป็นเรื่องขี้ผงไปเลย เมื่อเทียบกับผีร้อยกว่าตัวตามทวงหนี้ชีวิต “..แล้ว..ถ้าผม..ไม่เล่า..” “มึงจะตาย” อลินตอบทันที ไม่มีการปลอบใจ “ตายแบบทรมานด้วย เพราะเขาจะไม่ปล่อยให้มึงหลับ มึงจะโดนหลอกทุกคืน จนประสาทเสียตายไปเอง มีมาแล้วสามรายก่อนหน้ามึง ไม่เชื่อไปถามสารวัตรห้องเก็บเอกสารได้” ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง มีแค่เสียงแอร์ ภามเงยหน้ามองอลิน น้ำตาคลอ “..ผม..ผมขอโทษ..ผมไม่รู้จริงๆ..ช่วยผมด้วย..ได้โปรด..” อลินมองเขานิ่งนาน จนภามคิดว่าเธอจะเดินหนีไปเลย แต่แล้วเธอก็ถอนหายใจ ยาวที่สุดตั้งแต่เจอกัน “ค่าจ้าง” เธอยื่นมือมาข้างหน้า “เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ของรายได้ช่องมึงทุกเดือน จนกว่าจะกล่อมศพครบ” “หา!” ภามตาโต “นี่มันปล้นกันชัดๆ” “ไม่งั้นมึงก็ไปตาย” อลินหดมือกลับ หน้าตายเหมือนเดิม “เลือกเอา ยูทูบเบอร์ กูไม่บังคับ” ภามมองหน้าอลิน สลับกับมองร่างนายชิดที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง ภาพนิ้วเท้าซีดๆ นั้นยังติดตา ตาย..กับ..จน.. เขากัดฟันกรอด “..ก็ได้..เจ็ดสิบก็เจ็ดสิบ..แต่คุณต้องอยู่กับผมทุกเคส..เล่าเป็นเพื่อนผม..” มุมปากอลินกระตุกขึ้นน้อยๆ นั่นคือรอยยิ้มแรกที่ภามเห็น มันเย็นยะเยือก แต่..สวย..สวยชิบหาย “ตกลง” เธอตอบ “พรุ่งนี้สามทุ่ม หน้าคอนโดลุงชิด ห้ามสาย ห้ามเบี้ยว ห้ามตายก่อน” เธอเดินผ่านภามไป หยุดที่ประตูแล้วหันมาสั่งทิ้งท้าย “อีกอย่าง..ลบไลฟ์เมื่อกี้ซะ ถ้าไม่อยากให้คนดูสามแสนคนของมึง..โดนผีตามไปเยี่ยมถึงบ้าน” ประตูเหล็กปิดดังปัง ทิ้งให้ภามนั่งอยู่คนเดียวในห้องดับจิต กับศพสิบสองศพที่หลับไปแล้ว..ชั่วคราว ภามล้วงโทรศัพท์ที่แบตหมดขึ้นมาดู จอมืดสนิท แต่เขาสาบานว่าเขาเห็นคอมเมนต์สุดท้ายลอยค้างอยู่ ..ยินดีต้อนรับสู่นรกของจริงครับพี่ภาม.. คืนนั้น ภามกลับคอนโด ไม่ได้นอนทั้งคืน เพราะเวลา 03:14 น. เสียงเคาะประตูดังขึ้นจริงๆ ก๊อก..ก๊อก.. สามครั้ง ช้าๆ เนิบๆ พร้อมกับเสียงแหบแห้งลอดผ่านช่องประตูมา “..ภาม..เล่า..ต่อ..สิ..”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD