นาวถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่กับสถานการณ์ตรึงเครียดตรงหน้า สงสารทั้งลูกสาวและฟลินต์ที่ยังคงนั่งคุกเข่า สงสารแม้กระทั่งสามีตัวเอง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาปุณณ์รับรู้ความสัมพันธ์นี้มาตลอด แต่ก็เก็บงำไว้ เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมปุณณ์ถึงมักเหม่อลอยราวกับกำลังคิดอะไรอยู่บ่อยๆ ตั้งแต่ที่พาฝันมาเรียนต่อที่มาเก๊า “ผมรักพาฝัน ผมพร้อมจะรับผิดชอบการกระทำของตัวเอง อย่าพรากเราจากกันเลยนะครับ” เสียงทุ่มหนักแน่น โน้มศีรษะลงมาซบกับพื้น เพื่อวิงวอนขอความเห็นใจจากนาว คนที่สามารถช่วยพูดกับปุณณ์ได้ นาวขยับเท้าถอยห่าง “ฟลินต์ลุกขึ้นมาก่อนเถอะ” นาวว่า แต่ฟลินต์ก็ยังคงนั่งคุกเข่าตามเดิม “มึงก็คงเห็นกูเป็นยักษ์เป็นมาร เป็นพ่อใจร้ายถึงขนาดทำร้ายจิตใจลูกได้อีกคนสินะ” ปุณณ์คลายวงแขนจากลูกสาว แต่ยังคงตระกองกอดไว้ “ไม่ใช่ครับ คุณปุณณ์เป็นพ่อที่ดีของลูกๆ ทุกคน ผมเห็นคุณปุณณ์รักและดูแลพาฝันมาตั้งแต่เกิด ผมรับรู้ได้ถึงความรัก

