bc

ทวงรัก(ครั้งแรก)ของท่านประธาน

book_age16+
433
FOLLOW
4.2K
READ
HE
age gap
playboy
heir/heiress
blue collar
sweet
lighthearted
kicking
campus
city
office/work place
childhood crush
disappearance
secrets
addiction
assistant
like
intro-logo
Blurb

เมื่อรักแรกของ 'ดนุพล' ประธานหนุ่มพ่อม่าย ปรากฎตัวขึ้นมาในวัยใกล้สี่สิบ คนที่เป็นเสือมาตลอดชีวิต จึงคิดจะตะครุบเหยื่อ แต่ดูเหมือนอะไร ๆ จะไม่ง่ายขนาดนั้น ปฏิบัติการ 'จีบเด็ก' ของคนที่เก่งแต่ปาก แต่ 'กาก' เวลาอยู่ต่อหน้าคนของใจจึงเริ่มขึ้น

"ไอ้ดล กูอยากได้น้องเกลเป็นเมีย"

"แล้วมึงจะมาบอกกูเพื่อ?"

"เอ้า! ก็มึงเป็นน้องชายกู ไม่คิดจะช่วยกันบ้างเลยหรือไง?"

"ช่วยตาลุงอายุเกือบสี่สิบจีบเด็กที่อายุห่างกับตัวเองเป็นรอบเนี่ยนะ? ช่วยให้ตีนมึงแหย่ตารางสิไม่ว่า!"

"ไม่แหย่หรอกน่า น้องเขาบรรลุนิติภาวะตั้งนานละปะ? อีกอย่างกูกับน้องเกลก็ห่างกันแค่ 12 ปีเอง ...ไม่ได้ต่างกันขนาดนั้นสักหน่อย"

"ขนาดพูดเองยังกระดาก ยังมีหน้ามาบอกให้คนอื่นช่วยอีก! อายุห่างกันขนาดนี้ น้องเขาไม่เรียกมึงว่า 'พ่อ' ก็บุญแล้ว!"

"ก็กูไม่ได้อยากเป็นพ่อ แต่อยากเป็นผัวไง! ถึงได้มาขอให้มึงช่วยอยู่เนี่ย!"

โว๊ะ! ก็บอกว่าชอบคนนี้! จะเอาคนนี้ เรื่องแค่นี้มันเข้าใจยากตรงไหนวะ!?

chap-preview
Free preview
บทที่ 1 เด็กหญิงเมื่อวันวาน
'พี่ชาย~ มาแอบนั่งหลบมุมคนเดียวตรงนี้อีกแล้วเหรอคะ?' เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กหญิงที่ลอยเข้ามาในโสตประสาท ทำเอา 'ดนุพล รุ่งรัศมีทรัพย์' วัยสิบแปดปีที่กำลังนั่งกอดเข่าคู้ตัวอยู่ข้างสนามเด็กเล่นของหมู่บ้าน อดไม่ได้ที่จะเงยหน้ามอง ใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กตัวกระเปี๊ยกที่อยู่ด้วยกันมาหลายปี ทำเอาคนหนุ่มที่เพิ่งรู้ตัวว่าอีกไม่กี่วันหลังจากนี้ตัวเองจะต้องไปเรียนต่อที่เมืองนอก รู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก เพราะหากต้องไปอยู่ที่นู่น เขาคงจะไม่มีโอกาสได้พบหน้าเธออีกพักใหญ่ มันก็ใช่ที่โลกสมัยนี้มีอินเทอร์เน็ต แต่คนที่เขาอยากคุยด้วย ดันเป็นเด็กอายุหกขวบไง! มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เธอจะสามารถติดต่อเขาได้ผ่านช่องทางพวกนั้น 'น้องเกล...' 'เป็นอะไรไปคะพี่ชาย? ทะเลาะกับคุณพ่อมาอีกแล้วเหรอ?' ชายหนุ่มทำได้เพียงส่ายหน้าแทนการตอบคำถามนั้น ก่อนจะตัดสินใจเล่าเรื่องทั้งหมดให้เด็กน้อยที่สนิทสนมกันฟังจนหมด มันอาจจะเป็นภาพที่ดูตลก ที่คนหนุ่มวัยรุ่นเต็มตัวอย่างเขามานั่งจับเข่าคุยกับเด็กผู้หญิงอายุหกขวบ แต่ใครเล่าจะรู้ว่าเด็กน้อยในชุดกระโปรงฟู ๆ คนนี้ จะเป็นคนที่ช่วยเหลือเขาเวลาทะเลาะกับครอบครัวมาแล้วไม่รู้กี่ครั้ง ถ้าไม่มีน้องเกล... ดนุพลคิดว่าตัวเองในวัยหัวเลี้ยวหัวต่ออาจจะประชดประชันครอบครัวจนเตลิดไปไกลแล้วละนะ แต่เพราะทุกครั้งที่เขา หัวร้อนจนหุนหันวิ่งหนีออกมาจากบ้าน จะมีน้องเกลคอยตามมาชวนคุยเล่นจนลืมเรื่องราวน่าหงุดหงิดเหล่านั้นเป็นประจำ สุดท้ายเขาเลยยังอยู่กับร่องกับรอยอย่างที่เห็น โดยพื้นฐานแล้วดนุพลไม่ใช่คนรักเด็ก เขาก็เป็นแค่ผู้ชายวัยรุ่นที่นิสัยห่าม ๆ คนหนึ่งเท่านั้น ไอ้เรื่องจะให้มานั่งใจดีกับเด็ก อ่อนโยนกับผู้หญิงมันไม่เคยเกิดขึ้นสักครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นคนเรามันก็ต้องมีข้อยกเว้นกันบ้าง ‘น้องเกล’ คือข้อยกเว้นสำหรับเขา เพราะเขาสนิทกับเด็กคนนี้ยิ่งกว่าน้องชายแท้ ๆ ที่คลานตามกันมา ขนาดตอนที่รู้ว่าจะต้องไปเรียนต่อเมืองนอก เขานึกถึงเด็กคนนี้ก่อนจะกังวลเรื่องตัวเองที่ต้องไปชีวิตตามลำพังในต่างประเทศเลย 'ปะ แปลว่าน้องเกลจะไม่ได้เจอกับพี่ชายแล้วเหรอ? ฮึก! พี่ชายจะไม่มาเล่นกับน้องเกลอีกแล้วใช่ไหม?' คนอายุมากกว่าถึงกับทำอะไรไม่ถูก เพราะหลังจากที่บอกเรื่องที่ว่าเขาคงไม่ได้อยู่ที่นี่อีกหลายปีออกไป เด็กน้อยที่ร่าเริงอยู่จนถึงเมื่อครู่ก็เบะปากร้องไห้ออกมาทันที 'ไม่ใช่แบบนั้นนะครับน้องเกล! พี่นุไปเรียนที่นู่นไม่กี่ปี เดี๋ยวพี่ก็กลับมาหาน้องเกลแล้ว... คนเก่งของพี่อย่าร้องไห้เลยนะครับ พี่เกี่ยวก้อยสัญญากับน้องเกลเลย ว่าจะรีบเรียนให้จบแล้วกลับมาหาหนูแน่นอน!!' ครืด... ครืด... ครืด... เฮือก!!! ร่างสูงใหญ่ของดนุพลวัย 38 ปี ลุกพรวดพราดขึ้นมาจากเตียงด้วยความตื่นตระหนก เมื่อโทรศัพท์มือถือที่สั่นอยู่บนโต๊ะพาเขากลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงอีกครั้ง ชายหนุ่มหอบหายใจอย่างหนักหน่วง พร้อมกับหัวใจที่ยังคงสั่นระรัวจากความฝันนั้น เมื่อกี้นี้มันเป็นความทรงจำเมื่อยี่สิบปีก่อนที่เขาหวงแหนยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น เพราะจนบัดนี้ก็ยังไม่มีสักวันที่ดนุพลจะลืมคำสัญญาที่ตนเคยให้ไว้ แต่...จนถึงวันนี้ เขาจะยังทำมันให้เป็นจริงไม่ได้ เพราะหลังจากที่กลับมาถึงเมืองไทย ดนุพลก็เพิ่งได้รู้ข่าวร้ายว่าครอบครัวของน้องเกลประสบอุบัติเหตุ พ่อแม่น้องเกลเสียชีวิตหลังจากเขาไปเรียนต่อที่อเมริกาได้ไม่นาน ส่วนเด็กน้อยของเขาก็ถูกคนอื่นรับไปเลี้ยง ซึ่งมันทำให้เขาตามหาตัวเธอได้ยากมาก แม้ว่าเขาพยายามจะจ้างนักสืบให้ช่วยสืบหาแล้วก็ตามที ดนุพลทุ่มเทชีวิตตัวเองให้กับการทำงาน ครอบครัว และการตามหาน้องเกลอยู่หลายปี จนสุดท้ายพ่อแม่ของเขาคงทนไม่ไหวที่ เขาไม่ยอมสร้างครอบครัวเสียที ถึงได้บังคับจับคู่ให้เขากับผู้หญิงคนหนึ่ง แน่นอนว่าเขาคัดค้านเรื่องการคลุมถุงชนนี้อย่างถึงที่สุด เพราะหลังจากที่ต้องไปอยู่เมืองนอกเมืองนามาหลายปี มันทำให้ดนุพลรู้ว่าหัวใจตัวเองอยู่ที่ใคร เขามีคนในใจอยู่แล้ว จึงไม่ได้คิดที่จะแต่งงานกับใคร แต่ไป ๆ มา ๆ ความซวยมันก็ดันไปตกอยู่ที่น้องชายเขาแทน สุดท้ายแล้วในฐานะที่เป็นพี่ชาย ดนุพลจึงต้องยอมเจรจากับพ่อแม่ เพื่อขอเวลาตามหาน้องเกลต่ออีกสองปี และถ้าหาไม่เจอจริง ๆ เขาจะยอมแต่งงานกับผู้หญิงที่ครอบครัวเลือกไว้ให้อย่างที่พวกท่านต้องการ ซึ่งถามว่าเขาหาน้องเกลเจอไหม...ดูจากคำว่า ‘พ่อม่าย’ ที่แปะอยู่กลางหน้าผากตอนนี้ ก็คงไม่ต้องขยายความอะไรแล้วละนะ แล้วก็ไม่รู้ว่าดวงเขามันเกิดมาอาภัพคู่หรือยังไง เพราะหลังจากแต่งงานกับคนที่ครอบครัวหามาให้ได้เพียงไม่นาน อีกฝ่ายก็ด่วนจากไปอีกคน พ่อแม่ของเขาเองก็ดูเหมือนจะเริ่มปลง และเลิกคิดเรื่องจะจับคู่ให้พวกเราสองคนพี่น้องไปโดยปริยาย ตี้ด! “มึงจะโทรทำไมแต่เช้าวะไอ้ดล?” หลังจากที่ตั้งสติได้ ชายหนุ่มก็ไม่รอช้าเลยที่จะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ที่สั่นจนน่ารำคาญขึ้นมารับสายอย่างไม่สบอารมณ์ “ก่อนจะโวยวาย...รบกวน ‘คุณพี่ชาย’ ช่วยแหกตาดูนาฬิกาหน่อยได้ไหม?” แค่ได้ยินเสียง ดนุพลก็เดาได้ในทันทีว่าน้องชายกำลังกัดฟันพูดกับตน เพราะถึงแม้ว่าตอนเด็ก ๆ พวกเราสองคนจะไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่นัก แต่พอต้องไปอยู่อเมริกาด้วยกันสองคน เราก็สนิทกันมากจนพูด ‘กู-มึง’ ใส่กันเป็นเรื่องปกติ เพราะงั้นการที่ ‘ดลพัฒน์’ พูดเพราะขนาดนี้ มันทำให้เขารู้สึกขนลุกอย่างประหลาด แน่นอนว่าทันทีที่ดนุพลเห็นเวลาบนหน้าจอมือถือ เขาก็เข้าใจได้ในทันทีว่าทำไมไอ้ดลถึงได้โทรมาจิกเขาด้วยอารมณ์บูดสุด ๆ ด้วยความที่น้องชายเขายังไม่ได้แต่งงาน มันเลยยังอยู่ที่บ้านเป็นหลัก เว้นแต่ช่วงไหนที่งานยุ่งมากจริง ๆ นั่นแหละถึงจะไปนอนที่คอนโด ส่วนเขาที่แต่งงานไปแล้ว แม้ตอนนี้จะมีสถานะเป็น ‘โสด’ แต่ก็ไม่ได้ย้ายกลับไปที่บ้านเดิมอยู่ดี แต่ถึงจะบอกว่าไม่ได้ย้ายกลับไป ทว่าบ้านที่เขาอาศัยอยู่ตอนนี้ก็ห่างจากบ้านของพ่อกับแม่เพียงรั้วกั้น ทุกวันนี้ดนุพลยังไปฝากท้องที่บ้านใหญ่อยู่เป็นประจำ เหตุการณ์การโทรตามไปกินข้าวเช้าจึงมักจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งอย่างที่เห็น บ้านหลังที่เขาอาศัยอยู่ในตอนนี้เป็นเรือนหอของเขากับอดีตภรรยาที่จากโลกนี้ไปแล้วหลายปี และที่นี่ก็เป็น 'บ้านเก่าของครอบครัวน้องเกล' ซึ่งถูกทิ้งร้างไปตั้งแต่ตอนที่คุณลุงคุณป้าประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไป “กูไม่ได้พูดกดดัน แต่พ่อกับแม่กำลังนั่งรอมึงมาแดกข้าวเช้าด้วยกันอยู่ แล้วเผื่อมึงจะลืม วันนี้เรามีนัดคุยงานกับลูกค้าตอนสิบโมง ถ้าภายในสิบนาทีมึงมาไม่ถึงโต๊ะ กูจะให้ลุงเถียนไปเจาะยางรถสุดที่รักมึงทุกคัน แค่นี้นะ!” “ไอ้...!” โดยไม่เปิดโอกาสให้เขาได้เอ่ยปากเถียงอะไร ไอ้น้องชายสุดที่รักก็ชิงตัดสายไปทั้งอย่างนั้น ดนุพลที่ไม่อยากให้รถซุปเปอร์คาร์ลูกรักถูกทำร้าย จึงต้องรีบงัดตัวเองขึ้นมาจากเตียงนอนอย่างว่องไว เขารู้ว่าดลพัฒน์เป็นพวกพูดจริงทำจริง เพราะก่อนหน้านี้ตอนที่เขาลืมนัดกินข้าวกับครอบครัว แล้วไปแฮ้งค์เอ้าท์กับเพื่อน พอกลับมาถึงบ้าน ยางรถทุกคันที่จอดอยู่ในโรงรถก็แบนสนิทชนิดที่ขับไปไหนต่อไม่ได้ ดังนั้นถ้าเขาไปไม่ถึงโต๊ะอาหารภายในสิบนาที วันนี้เขาคงได้เดินไปทำงานแน่!

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

วิญญาณตามรัก

read
1K
bc

แม่หมอแห่งซูโจว

read
7.6K
bc

เชลยรักท่านอ๋องอำมหิต

read
17.7K
bc

รักต้นฉบับ(ไม่ลับ)แม่มดมนตรา

read
1K
bc

คุณหนูสิบเจ็ดตระกูลเจียง

read
10.7K
bc

หยุดหัวใจไม่รักดี

read
4.4K
bc

โซ่รัก ใยปรารถนา

read
6.5K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook