บทที่ 12 ประตูที่ไม่ถูกเปิด

2611 Words
หลังจากที่เรื่องทั้งหมดไปถึงหูผู้จัดการโรงแรม ชินกรก็ถูกไล่ออกจากงานพร้อมกับขึ้นแบล็คลิสต์ไว้ว่าเป็นหนึ่งในบุคคลที่ห้ามเข้าออกที่นี่ แม้แต่หัวหน้าพนักงานเสิร์ฟหญิงที่ทำท่าจะเข้าข้างหมอนั่นเมื่อกี้นี้ ก็ถูกพักงานหนึ่งเดือนนับตั้งแต่วันนี้ โทษฐานที่ไม่ดูแลลูกน้องให้ดีเหมือนกัน ส่วนพนักงานชายอีกสองคนที่ช่วยคุณนุตามหาเธอ ก็ได้คำขอบคุณเป็นเงินสดจากคุณนุคนละไม่น้อยเลยละนะ และทางโรงแรมที่เห็นว่าเธอเป็นผู้เสียหายในครั้งนี้ จึงมอบ Gift Voucher ที่สามารถใช้เข้าพักโรงแรมในเครือปรินซ์ได้ฟรีตลอดชีพแทนคำขอโทษมาอีกต่างหาก ที่เรื่องทุกอย่างสามารถจบลงได้แบบนี้ เป็นเพราะดนุพลเข้ามาช่วยจัดการ ซึ่งนั่นทำให้เกวลินรู้สึกขอบคุณเขาจากใจจริง “คุณนุ เรื่องเมื่อกี้นี้ เกลต้องขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะ” เกวลินพูดออกมาด้วยความซาบซึ้ง ก่อนจะพนมมือไหว้คนอายุมากกว่าอย่างอ่อนน้อมเมื่อเขาอุตส่าห์เดินมาส่งถึงประตูห้องพัก ที่จริงตอนนี้งานเลี้ยงยังไม่จบ แต่ก็ใกล้จะถึงอีเวนต์ช่วงท้ายที่ผู้ชนะการประมูลทั้งหลายจะต้องขึ้นไปถ่ายรูปกับเจ้าภาพของงานแล้วละนะ แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นคือคนตรงหน้าเธอนี่ล่ะ ทว่าเจ้าตัวกลับดึงดันจะเดินมาส่งเธอที่ห้องพัก เพราะกลัวว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาอีก แต่เอาจริง ๆ เกวลินคิดว่าคงไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกแล้วล่ะ เพราะหลังจากเกิดเรื่องเมื่อกี้นี้ พวกยามของโรงแรมก็ถูกเพิ่มจำนวนขึ้นอีกเป็นเท่าตัว ดังนั้นการจะหลุดรอดสายตาพวกเขาและเข้ามาถึงตัวเธอได้ มันจึงเป็นอะไรที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย “เรื่องแค่นี้เอง เกลไม่ต้องขอบคุณผมหรอก ...แต่เกลไม่เป็นไรแล้ว จริง ๆ เหรอ? อยู่คนเดียวได้แน่นะ” พูดตามตรง ใจดนุพลไม่ได้อยากลงไปร่วมงานเลี้ยงข้างล่างต่อเลย ถ้าเลือกได้ เขาอยากจะอยู่เป็นเพื่อนเธอที่เพิ่งเจอเรื่องไม่ดีมากกว่า แต่เพราะมันเป็นหน้าที่ เป็นส่วนหนึ่งของงาน แล้วอีกอย่าง ถ้าเขาไม่ไปร่วมงานด้านล่างต่อให้จบ น้องเกลคงจะโทษตัวเองมากกว่านี้แน่ ๆ “สบายมากค่ะคุณนุ เกลไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นสักหน่อย เมื่อกี้คุณนุก็น่าจะเห็นแล้วนี่คะ” เออ...ก็เห็นจริง ๆ นั่นแหละ เป็นครั้งแรกในชีวิตเลยมั้งที่เห็น น้องเกลด่าใครแบบนั้น และมันทำให้เห็นว่าเธอก็สู้คนอยู่ไม่น้อย แต่หากเป็นเรื่องพลกำลังแล้วละก็ เธอจะสู้ใครได้จริง ๆ งั้นหรือ? “ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะคุณนุ เกลอยู่คนเดียวได้... คุณนุกลับไปที่งานเลี้ยงต่อเถอะนะคะ” คำพูดแสนอ่อนหวาน กับดวงตากลมใสที่ช้อนมองมา เมื่อเจอแบบนี้เข้ามีหรือที่ดนุพลจะขัดใจได้ มือหนาเอื้อมไปลูบศีรษะของคนตรงหน้าอย่างลืมตัว เพราะหวังว่าสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่นี่อาจจะชาวยปลอบใจเธอได้ ก่อนจะรับคำกลับไปว่าจะยอมทำอย่างที่น้องเกลต้องการ “เอาแบบนั้นก็ได้ แต่เดี๋ยวถ้าผมเสร็จงานข้างล่างแล้ว ผมจะมาหาเกลนะ” เขาสรุปออกไปสั้น ๆ และเมื่อเห็นว่าเธอทำท่าจะแย้งประโยคนั้น เขาก็รีบพูดดักคอเธอเอาไว้ก่อน “ผมแค่อยากมาดูให้เห็นกับตาเฉย ๆ ว่าเกลไม่เป็นอะไร อย่าขัดใจผมเลยนะครับ” สุดท้ายแล้ว เกวลินก็ได้แต่พยักหน้ายอมรับคำของของคนตรงหน้า แต่ก็ยังไม่วายถูกคนขี้เป็นห่วงจะย้ำนั่นย้ำนี่จนเสียเวลาไปอีกพักใหญ่ กระทั่งส่งเจ้านายของตัวเองลงไปทำงานต่อได้สำเร็จ หญิงสาวที่วันนี้เจอแต่เรื่องเต็มไปหมดก็ถึงกับทอดถอนใจ ก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งอีกครั้ง “เฮ้อ เหนียวตัวชะมัด...ถ้าอาบน้ำก่อน คงไม่เป็นไรหรอกเนอะ” ดนุพลกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปตามทางเดินของโรงแรม เพราะกว่าที่เขาจะปลีกตัวออกมาจากงานเลี้ยงได้ ก็กินเวลาไปร่วมชั่วโมง ไม่รู้ว่าทำไมวันนี้ถึงได้มีแต่คนอยากจะคุยกับเขานักหนา ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้ดนุพลไม่มีอารมณ์จะเสวนากับใครเลย สงสัยจริงๆ ว่าคนพวกนั้นดูบรรยากาศไม่ออกกันบ้างเลยหรือไง? ติ้งต่อง... ติ้งต่อง... ชายหนุ่มกดออดหน้าห้องพักของเลขาตัวเอง และยืนรออยู่พักหนึ่ง แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีใครมาเปิดประตูให้ ดนุพลที่เริ่มร้อนใจเพราะกลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นอีกรึเปล่า จึงเผลอรัวนิ้วใส่ออดหน้าห้องสาวอย่างลืมตัว “ทำไมไม่มาเปิดสักทีวะ?” เขาสบถออกมาด้วยความหัวเสีย ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกหาคนที่น่าจะอยู่ในห้องนี้แทน แต่แม้จะทำแบบนั้น ก็ยังไม่มีสัญญาณตอบกลับจากปลายสายอยู่ดี หลังจากพยายามกดโทรออกพร้อมกับรัวปุ่มที่หน้าห้องพักของ เกวลินอยู่เกือบสิบนาที ในที่สุดดนุพลก็ตัดสินใจที่จะเรียกพนักงานโรงแรมมาเปิดประตูให้ เพราะไม่อาจทนพะว้าพะวงแบบนี้ได้อีกต่อไป แกร็ก! ทันทีที่ประตูห้องพักถูกเปิดออก ภาพห้องนอนมืดสลัวก็ปรากฏแก่สายตาคมปลาบ ร่างสูงก้าวพรวดพราดเข้าไปด้านในโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา เมื่อเห็นว่าน้องเกลนอนฟุบอยู่บนโซฟาอย่างสบายใจ ไอ้เราก็เป็นห่วงแทบแย่ ที่แท้ก็หลับอยู่เนี่ยนะ! เด็กคนนี้จะทำให้หัวใจเขาทำงานหนักไปถึงไหน? หลังจากที่หันไปขอบคุณพนักงานโรงแรมที่มาเปิดห้องพักของ เกวลินให้ พร้อมกับมอบสินน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นการตอบแทน เพียงไม่นานห้องพักแห่งนี้ก็เหลือเพียงเขาและเธออยู่กันแค่สองคน ดนุพลจึงก้าวตรงไปยังโซฟาซึ่งมีใครบางคนนอนหลับอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงขายาว “หลับปุ๋ยเชียวนะแม่ตัวดี” คนเขาเป็นห่วงแทบตาย แต่เจ้าตัวดันหลับไม่รู้เรื่องรู้ราว มันน่าจับมาตีให้ก้นลายสักทีสองที! แต่...ที่น้องเกลยังปลอดภัยดีแบบนี้ มันก็ดีแล้วละนะ เห็นแบบนี้ค่อยสบายใจขึ้นมาหน่อย “หื้ม? เหล้าเหรอ?” ดนุพลอดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ เมื่อเห็นขวดแอลกอฮอล์ที่เปิดแล้วถูกตั้งทิ้งไว้บนโต๊ะรับแขก เอาจริง ๆ เขาจะไม่สะดุดตากับมันเลย ถ้าของเหลวในขวดไม่ได้หายไปกว่าครึ่งแบน พร้อมกับแก้วที่เหลือน้ำอำพันเล็กน้อยในนั้น ...สรุปที่เขาพยายามเรียกพยายามโทรหาเธออยู่นาน แต่ก็ไม่มีการตอบกลับ นี่คือน้องเกล ‘เมาจนหลับ’ ไปแล้วอย่างนั้นหรือ? “ก็ไม่ได้คิดจะว่าอะไรเรื่องดื่มหรอกนะ แต่อย่าทำให้เป็นห่วงนักสิ” เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายนอนหลับตาพริ้มไม่รู้เรื่องรู้ราว ชายหนุ่มจึงอดไม่ได้ที่จะใช้โอกาสนี้ในการสังเกตคนตรงหน้าให้ชัด ๆ เขาไม่เคยใกล้ชิดกับ เกวลินขนาดนี้มาก่อน เพราะปกติก็ทำได้แค่แอบมองเท่านั้น ก็นะ...ถึงยังไงสถานะของพวกเราตอนนี้ก็ยังเป็นแค่ ‘เจ้านาย-ลูกน้อง’ กัน หากทำอะไรล้ำเส้นไป น้องเกลจะรู้สึกอึดอัดเอาเปล่า ๆ ตาคมไล่มองไปตามเครื่องหน้าสาวอย่างละเอียด ก่อนจะอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นเกลี่ยพวงแก้มใสของคนตรงหน้า เธอยังน่ารักน่าเอ็นดูไม่ต่างจากเมื่อก่อน แต่คงไม่มีใครคิดหรอก ว่าภายใต้ความน่าทะนุถนอมนี้ จะผ่านเรื่องโหดร้ายมานักต่อนัก ตอนรู้เรื่องครอบครัวน้องเกล เขาก็คิดว่าเธอเก่งแล้วนะที่ผ่านมาได้ แต่พอรู้ว่าที่ผ่านมา เธอต้องเจอคนใจร้ายแบบไอ้หน้าตัวเมียเมื่อกี้นี้ ดนุพลยิ่งอยากจะดูแลเธอมากกว่าเดิม เขาไม่เข้าใจว่าทำไมโลกใบนี้ถึงไม่ใจดีกับน้องเกลบ้างเลย ทั้งที่เขาก็ไม่เคยเห็นเด็กคนนี้เคยทำเรื่องไม่ดีกับใคร จุ๊บ! ปากหยักกดลงบนหน้าผากมนอย่างลืมตัว เมื่อความรักและเอ็นดูที่มีต่อผู้หญิงตรงหน้ามันมากมายจนเขาไม่อาจสะกดกลั้นเอาไว้ได้ไหว กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของคนที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ เมื่อผสมรวมกับกลิ่นแอลกอฮอล์ซึ่งสัมผัสได้ผ่านลมหายใจของคนตัวเล็ก ทำเอาสติของดนุพลยิ่งเตลิดไปกันใหญ่ เด็กคนนี้สามารถมอมเมาให้เขาหลงใหลในตัวเธอได้โดยที่ไม่ต้องพยายามอะไร แต่เขาก็รู้ว่าตัวเองต้องหยุด...ก่อนที่อะไร ๆ มันจะสายเกินไป “อือ...” ดวงตาที่เปิดปรือขึ้นของเกวลิน ทำเอาคนที่จ้องเธออยู่ในระยะประชิดถึงกับใจสั่น ตอนนี้เขาอยู่ใกล้เธอมาก จนปลายจมูกของเราสองคนแทบจะชนกัน ซึ่งมันทำให้ดนุพลรู้สึกประหม่า “คุณนุ...?” ชายหนุ่มมากประสบการณ์ถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ เพราะเพียงเสียงเรียกหวานหู กับแววตาฉ่ำเยิ้มของคนตรงหน้า ก็ทำให้ร่างกายเขาเริ่มมีปฏิกิริยาขึ้นมา เป็นครั้งแรกเลยที่ดนุพลรู้สึกว่าตัวเอง ‘อ่อน’ ขนาดนี้ เพราะเพียงคำพูดเดียวของน้องเกล ก็ทำเอาร่างกายเขาร้อนวาบไปหมด ริมฝีปากจิ้มลิ้มที่อยู่ห่างจากเขาไปไม่กี่เซนนี่ มันมีผลต่อหัวใจเขาเกินไป แต่สติที่เหลืออยู่น้อยนิดนี่ ก็ทำให้เขาพอจะยั้งใจตัวเองได้อยู่ อดทนไว้ไอ้ลูกชาย! ขอพาน้องเกลไปนอนก่อน แล้วเดี๋ยวพ่อจะพาไปพ่นน้ำนะลูก แต่ในวินาทีที่ดนุพลกำลังจะกลั้นใจถอยตัวออกมา เรียวแขนของคนตรงหน้ากลับยกขึ้นเกี่ยวรอบลำคอของเขา พร้อมกับรั้งเข้าหาเสียอย่างนั้น “!!!” คนตัวใหญ่ถึงกับตัวแข็งค้าง เพราะเพียงพริบตา ริมฝีปากที่เฉียดกันไปเฉียดกันมาจนถึงเมื่อครู่ ก็แนบชิดติดกันเสียอย่างนั้น! ซึ่งนั่นทำเอาดนุพลไม่รู้ว่าตัวเองควรจะเอามือวางไว้ตรงไหน นี่เขาต้องผลักเธอออกรึเปล่า? ขอเนียนจูบน้องเกลต่อไปเลยได้ไหม? แล้วนี่ปากคนหรือขนม ทำไมถึงหวานละมุนได้ขนาดนี้วะ กูไม่เข้าใจ! แต่ใด ๆ ก็คืออยากสอดลิ้นเข้าไปข้างในฉิบหายเลย! ในระหว่างที่จิตสำนึกดีชั่วกำลังตีกันมั่วซั่วในหัว ดนุพลที่มัวแต่ลังเลว่าควรจะกระโจนเข้าไปดูดกลืนความเย้ายวนตรงหน้าให้สมใจ หรือควรจะผลักไสเธอออกห่างเพื่อเป็นการให้เกียรติหญิงสาวคนสำคัญ จึงทำได้เพียงเม้มปากปิดแน่นเอาไว้ก่อน ทว่า เรียวลิ้นร้อนที่แลบออกมาไล้เลียไปตามรอยแยกของกลีบปาก กับแววตาออดอ้อนที่น้องเกลส่งมา ก็ทำเอาดนุพลถึงกับมือไม้อ่อนไปหมด เอาเป็นว่าเรื่องอื่นช่างหัวแม่งมันไปก่อน แต่ตอนนี้เขาไม่ทงไม่ทนมันแล้ว! ทันทีที่ความอดทนของร่างสูงหมดลง ดนุพลก็ไม่รอช้าเลยที่จะพลิกบทบาทและเป็นฝ่ายรุกล้ำเธอกลับไป ลิ้นหนาสอดเข้าไปในโพรงปากน้อย ก่อนจะเริ่มดูดดึงอวัยวะเดียวกันของคนตรงหน้าด้วยความหื่นกระหาย จนเสียงเฉอะแฉะเร้าอารมณ์ดังคลออยู่รอบกายพวกเราทั้งสอง หมับ! แขนแกร่งตวัดรวบเอวคอดของคนตรงหน้าให้เขยิบเข้ามาใกล้ตน คล้ายกับกำลังใช้ภาษากายบอกให้อีกคนรู้ว่าตนต้องการอะไร หูกระต่ายที่สวมไว้บนลำคอในตอนแรกถูกกระชากทิ้งไปอย่างไร้เยื้อใย เพราะการมีอยู่ของมันเริ่มทำให้ดนุพลรู้สึกอึดอัด เช่นเดียวกับกระดุมเสื้อเชิ้ตที่ตอนนี้ถูกเขาปลดต่ำลงไปถึงช่วงกลางลำตัว “อื้อ!!” เพราะสัมผัสได้ถึงฝ่ามือน้อย ๆ ที่ขยุ้มเข้าที่สาปเสื้อแทนการทักท้วง แม้จะเสียดายเหลือเกิน แต่ดนุพลก็ยอมผละริมฝีปากออกมาให้เธอได้พักหายใจ แฮ่ก... แฮ่ก... แฮ่ก... ดวงตาหยาดเยิ้มกับริมฝีปากบวมเจ่อของเกวลิน ทำเอาชายหนุ่มเกือบจะลืมตัวและเผลอกระโจนเข้าใส่ แต่เพราะผู้หญิงตรงหน้าสำคัญกับเขาเกินไป ไอ้เรื่องจะให้ฝืนใจเธอน่ะ บอกเลยว่ายังไงก็ทำไม่ลง “เกล... ถ้าผมจะทำต่อ เกลจะปฏิเสธผมไหม? นี่เป็นโอกาสสุดท้ายแล้วนะ” พูดตามตรง อารมณ์ของเขาตอนนี้มันปริ่มจนจวนเจียนจะล้นเต็มที ถ้าน้องเกลปฏิเสธเขาตอนนี้ เขาจะยอมก้มหน้าก้มตากลับไปชักว่าวที่ห้องคนเดียวก็ได้ แต่ถ้าไม่...ทางนี้ก็จะไม่ยั้งใจตัวเองแล้วเหมือนกัน เจอแบบนี้เข้าไปใครมันจะไปทนไหววะ? เป้าตุงเป็นลำหมดแล้วเนี่ยเห็นไหม! ทางด้านของเกวลินที่ตอนนี้กำลังมึนเมาได้ที่ กลับคิดว่าภาพที่เห็นตรงหน้าในตอนนี้เป็นเพียงสิ่งที่ตัวเองฝันไป เธอไม่เคยเห็นคุณนุทำสีหน้าแบบนี้มาก่อนเลยสักครั้ง และมันทำให้เธออดไม่ได้ที่ยื่นหน้าเข้าไปใกล้เพื่อมองให้ชัดยิ่งขึ้น ปกติสายตาของคุณนุมักจะมีแต่ความอ่อนหวาน อ่อนโยน และลึกซึ้ง ไม่เคยมีสักครั้งเลยที่เขาจะมองเธอด้วยสายตาที่เร่าร้อน ชวนให้รู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัวเช่นนี้ และก็ไม่รู้ว่าตอนนี้สติของเธอมันไม่เหลือแล้ว หรือเพราะลึก ๆ แล้วร่างกายมันเธอคุ้นเคยกลิ่นอายของผู้ชายคนนี้ดี เพราะกว่าจะรู้ตัวอีกที เกวลินก็ทิ้งตัวลงไปในอ้อมกอดของคนตรงหน้าเสียแล้ว “คุณนุ ขอบคุณนะคะ” เธอกระซิบบอกออกไปเสียงแผ่ว ก่อนจะถูจมูกอ้อนประหนึ่งลูกแมวที่ซอกคอของคนตรงหน้า เกวลินไม่เคยอ้อนใครแบบนี้มาก่อน แล้วก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม สัญชาตญาณเธอถึงบอก ว่าต่อให้แสดงมุมนี้ออกไปให้เขาเห็น คนคนนี้ก็จะไม่มีวันรำคาญ ซึ่งท่าทางเหล่านั้น ก็ทำให้เส้นฟางแห่งความอดทนเส้นสุดท้ายของดนุพลขาดสะบั้นลง แม่ง! แม่ง! แม่ง! ศีลธรรมอะไร? เหตุผลอะไร? กูจะช่างแม่งให้หมด! เอาเป็นว่าตอนนี้ดนุพลขอทำตามเสียงหัวใจตัวเองก่อนแล้วกัน! เรื่องของอนาคตเอาไว้ค่อยคิดต่อวันหลัง แต่ตอนนี้เขาขอสั่งสอนเด็กคนนี้ให้หลาบจำก่อน อ้อนเก่งนักใช่ไหม เดี๋ยวจะกระแทกจมเตียงเลย คอยดูสิ!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD