หลังจากแวะไปทักทายผู้ใหญ่ที่รู้จัก พร้อมกับพาคุณเลขาคนใหม่ไปตะลอนแลกนามบัตรกับคู่ค้าขาประจำที่มักจะต้องติดต่อกันบ่อย ๆ ดนุพลก็พาน้องเกลมายืนพักที่มุมหนึ่งของงาน
ตอนนี้ทุกคนยังไม่ไปนั่งที่นั่งของตัวเอง เพราะยังไม่ถึงช่วงอีเวนต์หลักของงาน ทำให้รอบตัวพวกเรามีคนจับกลุ่มคุยกันอยู่เต็มไปหมด แถมยังมีสายตาสกปรกหลายคู่ที่แอบมองเลขาคนสวยของเขาอีกต่างหาก
ไม่ใช่ว่าไม่ชินกับนิสัยของผู้ชายในสังคมไฮโซนี้ ที่คิดว่าเงินสามารถซื้อได้ทุกอย่าง รวมถึง ‘ผู้หญิง’ หรอกนะ แต่คือจะมาวุ่นวายถึงผู้หญิงของเขาแบบนี้ด้วยมันก็ไม่ได้ปะ? นี่ขนาดยืนเฝ้าอยู่ข้าง ๆ เดินตัวติดกันอย่างกับฝาแฝด ยังมีหน้ามาส่งสายตาให้น้องเกลอีก เดี๋ยวพ่อก็ถีบยอดหน้าให้หรอก!
“เกล อีกเดี๋ยวถ้างานเริ่ม ผมอาจจะต้องไปนั่งรวมโต๊ะกับคนอื่น ๆ แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรแล้วล่ะ ...ผมว่าเกลกลับไปพักที่ห้องเลยก็ได้”
พูดตรง ๆ ว่าระแวงฉิบหาย กลัวว่าจะมีผู้ชายหน้าไหนมายุ่มย่ามกับ
น้องเกลตอนที่ตัวเองไม่อยู่ ดนุพลเลยคิดว่าการให้เธอออกจากงานไปก่อนเลยน่าจะปลอดภัยกว่า
แต่เกวลินที่ได้ยินประโยคนั้นก็ถึงกับหน้าเสียขึ้นมา เพราะคิดว่าตัวเองอาจจะเผลอทำเรื่องผิดพลาดลงไปโดยไม่รู้ตัว
“เกลจะกลับไปพักก่อนเจ้านายได้ยังไงละคะ? ระ หรือว่าเกลทำอะไรผิดตรงไหน? คุณนุบอกเกลได้นะ ต่อไปเกลจะระวังให้มากกว่านี้ค่ะ” หญิงสาวถามขึ้นมาด้วยความเป็นกังวล เพราะคิดว่าที่อีกฝ่ายบอกให้ตนกลับไปก่อน อาจเป็นเพราะเธอวางตัวไม่ดี จนทำให้เจ้านายขายหน้าก็เป็นได้
แต่ยังไม่ทันที่จะได้รับคำตอบว่าตัวเองทำผิดตรงไหน เขาถึงไล่ให้กลับห้องไป ก็มีสาวสวยกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาขัดจังหวะพวกเราเสียก่อน
ปัก!
“คุณนุ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ”
เกวลินที่ยืนอยู่ข้างเจ้านายตัวเองในตอนแรก ถูกใครบางคนในกลุ่มผู้มาใหม่นี้เดินชนอย่างแรง จนแทบจะเสียหลัก โชคดีที่เธอจิกเท้าทรงตัวไว้ได้ทัน เพราะหากล้มลงไปกลางงานเลี้ยงแบบนี้คงจะขายหน้าน่าดู
ดนุพลที่อ้าแขนรอเพราะหวังจะช่วยประคอง พอเห็นอีกฝ่ายตั้งหลักเองได้ก็ถึงกับวืด ก่อนจะต้องทำเป็นกระแอมไอกลบเกลื่อน เมื่อสายตาหลายคู่จ้องตรงมาที่เขาซึ่งทำท่าประหลาดอยู่อย่างพร้อมเพรียงกัน
“อะแฮ่ม! เอ่อ...สวัสดีครับ” ไม่รู้ว่าทำไม แต่จู่ ๆ ดนุพลถึงได้รู้สึกเย็นวาบที่สันหลัง อาจเป็นเพราะกรรมของการชอบหลีสาวเมื่อก่อน มันตามทันแล้วก็เป็นได้
ตาคมเหลือบมองไปที่คุณเลขาคนสวยอย่างหวาด ๆ เพราะไม่รู้จะแก้ตัวกับสถานการณ์ที่มีสาว ๆ มายืนล้อมหน้าล้อมหลังตัวเองตอนนี้อย่างไร
คือก็ยอมรับนั่นแหละว่าเคยเหี้ยมาก่อน แต่ตอนนี้กลับใจแล้วไง! ทำไมพระเจ้าถึงไม่เห็นใจกันบ้างเลย!?
“ทำไมพูดจาห่างเหินกันอย่างนั้นละคะ? พวกเราอุตส่าห์เดินตามหาคุณนุทั่วงาน ไม่เห็นเดินมาคุยกับพวกเราเหมือนทุกครั้งเลย”
คนที่ถูกทักแบบนั้นถึงกับยิ้มเจื่อนอย่างจนปัญญา เพราะตอนนี้คุณเลขาของเขาถึงขั้นสะบัดหน้าหนีไปทางอื่นแล้วเสียอย่างนั้น
นี่กูร้องไห้ได้ไหม? ทำไมแววแห้วมันโผล่มาให้เห็นตั้งแต่ยังไม่ทันได้สารภาพความในใจแบบนี้วะ? ดนุพลสาบานได้เลยว่าตั้งแต่เจอเกวลิน เขาไม่เคยชายตามองสาว ๆ เลยสักครั้ง เพราะงั้นพระเจ้าให้อภัยผมเถอะ!
ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสวรรค์เกลียดชัง หรือเขามันเป็นที่รักของนรก เพราะยังไม่ทันหาทางจัดการกับสถานการณ์ตรงหน้า ฟ้าก็ส่ง ‘ผู้มาใหม่’
ที่น่าจะเพิ่มความฉิบหายมาให้เขาอีก
“ไง! ไอ้ลูกเขย...ยังฮอตในหมู่สาว ๆ เหมือนเดิมเลยนะ”
คำเรียกของ ‘อดีตพ่อตา’ ที่เดินมาทัก ทำเอาวงสนทนาถึงกับแตกกระเจิงไปในพริบตาเดียว สาว ๆ ที่เข้ามาวอแวอยู่รอบตัวถึงกับพร้อมใจกันถอยหนีในเวลาไม่ถึงเสี้ยวลมหายใจ
เกวลินที่เบือนหน้าหนีจนถึงเมื่อครู่ อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองเจ้านายของตัวเองครั้งหนึ่ง ก่อนจะหันมาส่งยิ้มและพนมมือไหว้ผู้มาใหม่
‘พลพัฒน์’ ที่เห็นเด็กสาวมารยาทดี ก็หันไปรับไหว้อย่างมีไมตรี พร้อมกับนึกชื่นชมเด็กคนนี้ในใจ กระทั่งเขาเลื่อนสายตากลับไปหาอดีตลูกเขย ก็อดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วด้วยความสนใจ เพราะดูเหมือนสายตาของ
ดนุพลจะไม่โฟกัสอะไร นอกจากแม่หนูที่เขาเพิ่งรับไหว้ไปเลย
“อะแฮ่ม! สายตาเราน่ะเจ้านุ...ฉันอุตส่าห์มาทักทายทั้งที มองหน้าคนพูดบ้างก็ได้มั้ง” เขาแกล้งพูดแซวอดีตลูกเขยของตัวเองคำหนึ่ง ก่อนจะหันไปให้ความสนใจกับคนที่ยืนทำตัวไม่ถูกอยู่ข้าง ๆ กัน “ว่าแต่เราเป็นใคร? เป็นอะไรกับเจ้านุน่ะ? แฟนใหม่มันเหรอ?”
“เดี๋ยวสิครับ!”
“มะ ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ! คือเกลเป็นเลขาของคุณนุเขาน่ะค่ะ”
คำแก้ตัวที่ดูก็รู้ว่าลนกันทั้งคู่ ทำเอาคนแก่ประสบการณ์กว่ามองขาดได้ในพริบตาเลยละนะ แต่เพราะเห็นว่าต่างฝ่ายต่างไม่ยอมรับ พลพัฒน์จึงยอมพยักหน้าตามน้ำไป
“หื้ม...อย่างนั้นเองเหรอ? ถ้างั้น หนูเกล ฉันขอคุยกับลูกเขยฉันเป็นการส่วนตัวหน่อยได้ไหม? พอดีมีเรื่องอยากคุยกับเจ้านี่นิดหน่อยน่ะ”
“ได้ค่ะ ถ้างั้น...เกลขอตัวนะคะ”
ดนุพลได้แต่หันมองแผ่นหลังเล็กที่เดินห่างออกไปตาละห้อย เพราะแขนถูกคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กันรั้งเอาไว้ กระทั่งเห็นว่าน้องเกลเดินหายจากสายตาไป เขาถึงได้หันมาหาอดีตพ่อตาที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กันด้วยใบหน้าบูดบึ้ง
“อาพลมีอะไรจะคุยกับผม ก็พูดไปเลยก็ได้นี่ครับ ไม่เห็นต้องไล่เลขาผมไปแบบนั้นเลยนี่นา...”
“แหนะ! ดูทำหน้าทำตาเข้า คิดว่าตัวเองน่ารักมากนักหรือ?”
พลพัฒน์ได้แต่ส่ายหน้าเอือม เมื่อเห็นท่าทางนั้นของคนที่เขาเอ็นดูเหมือนลูกหลาน
พูดตามตรง เขาก็ตั้งใจจะแกล้งมันจริง ๆ นั่นแหละนะ พอดีเห็นมันจีบคนนู้นคนนี้ไปทั่วแล้วมันรู้สึกคันปาก เพราะไอ้คนที่มันกล้าเดินมาหาเขากับลูกสาวก่อนแต่งงานเพื่อบอกว่า ‘จะยอมแต่งงานก็ได้ แต่คงรักลูกสาวเขาไม่ได้ เพราะมีคนในใจมานาน’ พอหลังจากที่ยายพิมจากไป กลับขยันเหล่สาวจนมีข่าวลือลอยมาเข้าหูเขาอยู่ทุกวี่ทุกวัน
หลายคนอาจจะสงสัย ว่าทั้งที่เรื่องมันเป็นอย่างนี้ แล้วทำไมเขาถึงยังญาติดีกับเจ้าลูกเขยตัวดีคนนี้อยู่ ซึ่งสาเหตุจริง ๆ ก็เป็นเพราะความตรงไปตรงมาของคนที่หน้าด้านเข้ามาพูดกับเขาในวันนั้นนั่นล่ะ พลพัฒน์ถึงได้นึกเอ็นดูไอ้ลูกเขยของตนมาจนถึงทุกวันนี้
ตอนนั้นถ้าไม่ใช่เพราะธุรกิจของครอบครัวกำลังจะล่อแล่ พลพัฒน์คงจะไม่บังคับให้ลูกสาวตัวเองแต่งงานกับดนุพลอย่างเด็ดขาด มันเป็นเรื่องที่เขากังวลมาตลอด ว่าลูกสาวจะทนอยู่กับคนที่ประกาศออกมาว่า ‘จะไม่มีวันรักตัวเองได้รึเปล่า’ แต่กลับกลายเป็นว่าลูกสาวเขาโอเคกับเรื่องที่ว่า เพราะเธอเองก็มีคนรักอยู่แล้วเหมือนกัน
ซึ่งก่อนที่พิมประภาจะจากโลกนี้ไปเพราะโรคร้าย เธอก็เป็นคนพูดเอาไว้เองว่า ‘ถึงจะไม่ได้อยู่ด้วยกันเหมือนคนรัก แต่ดนุพลก็ดีกับเธอมากในฐานะน้องสาว’ เพราะถึงแม้ว่าทั้งสองคนจะไม่ได้รักกันฉันท์สามีภรรยา
แต่ผู้ชายคนนี้ก็ดูแลลูกสาวของเขาจนวาระสุดท้ายอย่างดีที่สุด
“สรุปแล้วอาพลมีเรื่องอะไรกับผมเหรอครับ?”
“ก็แค่จะมาถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ ว่าช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง ได้ข่าวว่างานยุ่งมากเลยนี่นา ฉันจะเป็นห่วงบ้างไม่ได้เลยหรือไง?”
“ไอ้ยุ่งมันก็ยุ่งแหละครับ แต่มันก็ไม่ถึงขนาดจัดการไม่ได้หรอก”
“แล้วอะไรล่ะที่จัดการไม่ได้ ...แม่เลขาคนเมื่อกี้เหรอ?”
“!!!”
คนอาบน้ำร้อนมาก่อนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะในคอ เมื่อเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยคำถามของคนตรงหน้า คล้ายกับกำลังถามเขาอยู่ว่ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร
“ไม่ต้องมาทำหน้าแบบนั้น ตัวเองเล่นแสดงออกชัดเสียขนาดนี่
คิดว่าคนอื่นเขาดูไม่ออกหรือไง?”
“...ในเมื่อรู้ แล้วทำไมต้องพูดเธอเข้าใจผิดแบบนั้นด้วยละครับ”
“ก็ฉันหมั่นไส้! ทีตอนนั้นทำเป็นพูดว่า ‘มีคนในใจอยู่แล้ว คงรักคนอื่นไม่ได้’ แล้วดูตอนนี้สิ ตามตอแยสาวคนนั้นคนนี้ไปทั่ว”
“อย่าพูดให้ผมดูแย่อย่างนั้นสิครับ แล้วคนในใจที่ผมพูดถึงตอนนั้นน่ะ ก็คือ ‘คุณเลขา’ คนเมื่อกี้นี้นั่นแหละ”
พลพัฒน์ถึงชะงักไปจังหวะหนึ่งเมื่อได้ยินคำพูดนั้น กระทั่งเห็นว่าอดีตลูกเขยพยักหน้าซ้ำ เขาก็หลุดหัวเราะออกมาพรวดใหญ่
มือหนาตบลงบนบ่าของดนุพล แทนการบอกว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ แต่สิ่งที่หลุดออกไปจากปากกลับมีเพียงเสียงหัวเราะสะใจเท่านั้นเอง
“ฮ่า ๆ ๆ ถ้ายังไงก็พยายามเข้านะไอ้หลานชาย! โชคดีก็แล้วกัน!”
บอกเลยว่างานนี้ ‘ตัวใครตัวมัน’ คนแก่อย่างเขา ไม่ขอยุ่งให้เด็กมันถอนหงอกดีกว่า!