อรุณประภาและน้องสาวฝาแฝดเดินทางออกจากโรงแรมเมื่อการเจรจาสิ้นสุดลงและเป็นไปตามที่ฝ่ายฉัตรอรุณวางเงื่อนไขไว้ทั้งหมด
ทิพย์ธาราเสนอตัวไปส่งพวกเธอที่โรงพยาบาลเพื่อเยี่ยมอิงควัตที่ได้รับอุบัติเหตุ
“น้องทิพย์ไม่ขึ้นไปด้วยเหรอคะ” เธอถามหญิงสาวรุ่นน้อง
“ทิพย์มีธุระค่ะพี่พิณ พี่ออ ยังไงเรื่องโรงแรมเราเอาไว้นัดเจอกันอีกทีนะคะถ้าฝ่ายพี่ร่างสัญญาเสร็จแล้ว วันนี้ทิพย์ขอตัวก่อนค่ะ” ทิพย์ธาราลากลับไปอย่างรีบร้อน
เธอเปิดประตูห้องพักของพี่ชายเข้าไป พบว่าคนป่วยและคิรินทร์นั่งคุยกันอย่างสนิทสนม
คุยกันได้ไม่นาน พี่ชายก็ไล่พวกเธอและหลานๆ บอกว่าให้กลับไปได้แล้ว จะได้พักผ่อนกัน อรุณประภามองพี่ชายอย่างจับผิดแต่ก็ต้องทำตามนั้น
เธอและน้องสาวพักที่ฟาร์มมุกของคิรินทร์อีกสองคืน ในคืนที่สามของการมาพักที่นี่ เจ้าของบ้านเลี้ยงส่งอรุณีมาลาที่มีแผนพาลูกชายหญิงไปบ้านปู่ย่าที่ระนองอย่างเต็มที่
“อะไรคะพี่คิน” เธอถามชายหนุ่มเมื่อเขาวางแก้วเครื่องดื่มตรงหน้าเธอ สีแดงสวย
“ไหมไทยครับ แรงหน่อยแต่ทานกับอาหารทะเลเข้ากันดี น้องพิณลองหน่อยไหม”
เธอจิบตามที่เขาเชิญชวน เมื่อเริ่มเมานิดๆ ก็รู้สึกว่าคุยสนุกขึ้น หัวเราะง่ายขึ้น
“น้องพิณรู้เกี่ยวกับตำนานของไข่มุกไหมครับ” เจ้าของฟาร์มถาม
“ไม่รู้ค่ะ ยังไงเหรอคะ” เธอเริ่มสนใจ
“ตำนานว่ามุกคือน้ำตาของนางฟ้าที่ร่วงหล่นลงสู่โลกมนุษย์ มันจึงเครื่องแสดงถึงความสูงค่า การมีความหมายของใครสักคนที่เรามอบไข่มุกให้”
อรุณประภาฟังอย่างรู้สึกทึ่ง
“มันโรแมนติกมากเลยค่ะ”
“หนูอยากได้ไข่มุกมั่งค่ะ” ต้นข้าวพูดขึ้นมาหลังจากที่ฟังมานาน คิรินทร์หันไปมองเด็กหญิงอย่างเอ็นดู
“ถ้าต้นข้าวอยากได้เดี๋ยวพ่อคินไปงมมาให้เองดีไหมคะ”
“ดีค่ะ จริงนะคะ”
“ไม่เอาค่ะลูก จะไปขอลุงคินแบบนี้เฉยๆ ได้ไงคะ” อรุณีมาลาปรามลูกสาว
“ไม่เป็นไรครับน้องออ เดี๋ยวพี่ไปเก็บเงินกับไอ้ด็อกได้” คิรินทร์พูดพลางยิ้มไปด้วยทำให้วงสนทนามีเสียงหัวเราะดังขึ้นมา
คืนนั้นเมื่อทานกันเสร็จอรุณีมาลาต้องรีบวิ่งตามเด็กๆ ที่บ่นว่าปวดฉี่พากันวิ่งกลับห้อง ทิ้งให้พี่สาวต้องเดินตามกลับอย่างช้าๆ เพราะเริ่มมึน
“เมาเหรอครับน้องพิณ” คิรินทร์ถาม
“ไม่ถึงขนาดนั้นค่ะ แค่มึน” หญิงสาวตอบ
“ไปนั่งเล่นรับลมที่ชายหาดไหมครับ เผื่อจะดีขึ้น” คำชวนของเขาทำให้เธอสนใจขึ้นมา
“ชายหาดเหรอคะ”
“ครับ ทะเลตอนกลางคืนก็สวยไปอีกแบบนะ”
คิรินทร์พาเธอเดินเลยบ้านพักของเธอไปอีกนิดเดียวก็ถึงชายหาด ลมแรงเย็นสบายทำให้หญิงสาวดูเหมือนว่าจะหายมึนไปได้บ้างจริงๆ
ทรายนุ่มจนอรุณประภาตัดสินใจถอดรองเท้าเดิน หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งกับพื้นทรายสีขาวมองทะเลที่มีคลื่นซัดเป็นระยะๆ ดูเหมือนว่าหญิงสาวลืมไปแล้วว่าไม่ได้มาคนเดียว จนกระทั่งคิรินทร์นั่งลงข้างๆ
“น้องพิณจำคืนแรกที่มาที่นี่ได้ไหมครับ” คำถามของเขาทำให้เธอพยายามนึก
“ทำไมเหรอคะ”
คิรินทร์ใช้ปลายนิ้วเกี่ยวปลายผมของเธอม้วนเล่น ความใกล้ชิดทำให้อรุณประภาเริ่มรู้สึกไม่ค่อยดี หญิงสาวเอนตัวหนีตามสัญชาตญาณทันที
“คืนแรกที่น้องพิณมา เราจูบกัน”
เธอถึงกับผงะ เมื่อได้ยินคำพูดนั้น หญิงสาวส่ายศีรษะไปมา
“มะ..ไม่จริง” เธอคิดว่ามันคือความฝันมาตลอด
“จริง” ชายหนุ่มย้ำ
“พี่จูบพิณ พิณก็จูบตอบ”
อรุณประภามีสีหน้าตกใจเมื่อได้ยินเขาบอกว่าเธอจูบตอบ มันจะเป็นไปได้อย่างไร คิรินทร์บ้าไปแล้วแน่ๆ
“หยุดพูดนะ ฉันไม่เชื่อ มะ..มันเป็นแค่ความฝัน” เธอยกมือขึ้นปิดหู ไม่อยากรับรู้ทั้งคำพูดและสายตาที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกลวนลาม เขากำลังคุกคามเธออยู่!
อรุณประภาขยับตัวตั้งท่าจะลุกหนี แต่คิรินทร์รู้ทันเขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มจับข้อมือเธอไว้ทั้งสองข้างกดลงกับพื้นทรายข้างลำตัวจนเธอขยับตัวไม่ได้
“มันไม่ใช่ความฝัน ถ้าพิณไม่เชื่อพี่จะพิสูจน์ให้ดู” เขาก้มหน้าลงมาจนชิด เขากำลังโหยหาจูบนั้นและต้องได้มันอีก
ดวงตากลมโตมองอย่างโมโหและเมื่อขยับตัวหนีไม่ได้ หญิงสาวจึงหันหน้าหนีใบหน้าคร้ามคมที่อยู่ใกล้เข้ามาทุกที คิรินทร์ก้มหน้าตามซุกไซ้ไปตามแก้มจนได้พบริมฝีปากนุ่มอีกครั้งเขาเปิดปากเธอด้วยกิริยานุ่มนวล ขบเม้มเบาๆ ไปตามขอบปากจนเธอเผลอตัวเผยอริมฝีปากให้เขาจูบได้ถนัดขึ้น
กลิ่นแอลกอฮอร์จากค็อกเทลหลายสูตรยังอวลอยู่ในลมหายใจของคนทั้งคู่ จนเธอรู้สึกว่าตัวเองน่าจะเมามากกว่าเดิมจนเผลอตัวตอบสนอง คิรินทร์ปล่อยข้อมือเธอเป็นอิสระเพื่อประคองต้นคอเธอให้เงยหน้ารับจูบได้ถนัดถนี่มากขึ้น อรุณประภาใช้แขนเรียวข้างหนึ่งเหนี่ยวโอบรอบคอของนายหัวหนุ่มไว้อย่างลืมตัว แขนอีกข้างยันพื้นไว้ไม่ให้ล้ม
ราวกับนานแสนนานตราบจนคิรินทร์ถอนริมฝีปากออก เขาฉวยโอกาสช่วงที่เธอเผลอตัวช้อนอุ้มร่างบางตรงกลับไปที่บ้านพักของหญิงสาว ไม่สนใจรองเท้าของเธอที่ถอดทิ้งไว้บนชายหาด
ชายหนุ่มเปิดประตูห้องพักใช้หลังดันปิดประตูลง ก้าวยาวๆ ไปที่ห้องนอนวางเธอลงบนเตียงกว้าง ทันทีที่แผ่นหลังแตะที่นอนอรุณประภาก็เหมือนจะรู้สึกตัว เธอจะลุกขึ้นหนีแต่เขาวางเข่าลงบนที่นอน คร่อมทับร่างเธอไว้
“อย่าค่ะพี่คิน พิณไม่ยอมนะ” เธอยกสองมือขึ้นปัดป้องแต่เหมือนว่าแขนขาอ่อนกำลัง ไม่มีแรง คิรินทร์จับข้อมือเธอรวบขึ้น ทิ้งตัวลงบนร่างเธอจนเธอขยับหนีไม่ได้
“พี่จะไม่บังคับพิณ” เขาพูดเสียงเบา สอดมือไปด้านหลังรูดซิปชุดเดรสที่เธอสวมลงทีเดียวสุดสาย
อรุณประภาเย็นวาบไปทั้งหลัง เธอพยายามรวบรวมสติ
“พี่คินคะ” เธอใช้สองมือดันหน้าคมเข้มนั่นขึ้นมาสบตากัน หญิงสาวส่ายหน้า
“พิณไม่พร้อมค่ะ”
คิรินทร์มองเธอนิ่งนานหลายนาที ก่อนที่เขาจะพูดว่า
“ตกลง แต่พิณอยู่ที่นี่กับพี่นะ”
หญิงสาวประมวลผลคำว่า 'อยู่กับพี่' แล้วหาคำตอบไม่เจอ เขาจึงขยายความ
“พรุ่งนี้พิณไม่ได้ไปกับออไม่ใช่เหรอ พิณอยู่ที่นี่ต่อนะ”
อ้อ.. เธอเริ่มเข้าใจ แล้วใครมันจะอยู่ต่อให้โง่ แต่ในเวลานี้ก็คงต้องรับปากไปก่อน
“ค่ะ พี่กลับไปเถอะ พิณอยากนอน”
คิรินทร์ลุกขึ้นยืน อย่างน้อยกวางน้อยก็ยังตกลงใจจะอยู่กับเขา ไม่จำเป็นต้องรีบ
“พี่จะไปเก็บรองเท้าพิณที่ชายหาดมาวางให้ที่หน้าห้อง พิณล็อกประตูได้เลย”
###############
ชายหนุ่มเดินกลับไปที่ชายหาด หยิบรองเท้าแตะของอรุณประภามาวางคืนไว้ที่หน้าห้องเธอ
ในระหว่างที่เดินกลับห้องนอนบนตึก เขาถามตัวเองวนไปมาว่าจะมีใครเป็นแบบนี้ไหม หยุดกลางคันแล้วต้องไปหยิบรองเท้ามาคืนเธอด้วย!