ทำงาน&เที่ยว

1601 Words
อรุณประภารู้สึกตัวอีกทีในตอนเช้า หญิงสาวตื่นเช้าตามปกติเสียงนกร้องดังเข้าหู บรรยากาศที่แปลกไปจากชีวิตในเมืองหลวงทำให้เธอยังหลับตานิ่งอย่างผ่อนคลายอีกครู่ใหญ่ ก่อนจะลืมตาแล้วลุกนั่งบนที่นอนเธอพอจำได้ว่าน้องสาวฝาแฝดมาช่วยเปลี่ยนชุดนอนให้ จึงลุกไปอาบน้ำแต่งตัวรออรุณีมาลาเพราะว่าเช้านี้ต้องไปทำงานที่ภูริดารีสอร์ท อรุณประภานึกอยากได้กาแฟดำแต่การมานอนบ้านคนอื่น ทำให้ไม่กล้าจุกจิกรบกวนคนของเจ้าของบ้านมากเกินจำเป็น 'รู้งี้ไปนอนโรงแรมดีกว่า อยากกินอะไรก็สั่งได้' เธอเริ่มสำรวจห้องพักและต้องยิ้มกับตนเองเมื่อพบสิ่งที่ต้องการ คือกระติกน้ำร้อน ชุดชงกาแฟ กาแฟดำ ครีมและน้ำตาล ในตู้เย็นยังมีนมให้ด้วย รวมถึงภาชนะจำนวนหนึ่งและเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นแบบไมโครเวฟ อรุณประภาจัดการเทน้ำใส่แก้ว เอาเข้าไมโครเวฟตั้งเวลา 1 นาทีแทนการใช้กระติกน้ำร้อน เพียงแค่นี้เธอก็ได้กาแฟดำตามต้องการ เธอเปิดประตูไปด้านนอกยังเห็นห้องพักของน้องสาวเงียบอยู่จึงกลับเข้าห้องตามเดิมเพื่อเตรียมตัว ระหว่างรอหญิงสาวอ่านรายละเอียดของภูริดารีสอร์ทอีกครั้ง เธอจิบกาแฟรอคู่แฝดไม่เกินครึ่งชั่วโมงอรุณีมาลาก็โผล่หน้ามาหาและหลานสองคนที่แต่งตัวแล้ว “กินอะไรน่ะพิณ” น้องสาวทัก “กาแฟไงออ แล้วเด็กๆ กินอะไรยัง” อรุณประภาตอบแบบงงๆ เธอคิดว่าในห้องพักของน้องสาวจะมีอุปกรณ์พวกนี้เหมือนที่ห้องเธอมีเสียอีก หรือว่าอรุณีมาลาอาจจะยังไม่ได้สำรวจห้องพัก อรุณีมาลาเดินไปดูอุปกรณ์ชงกาแฟและเครื่องดื่มร้อนตามที่พี่สาวชี้มือบอก “โห ทำไมห้องออไม่มีแบบนี้ล่ะ” “หืมม..ไม่มีเหรอ” หญิงสาวแปลกใจ ห้องพักแบบเดียวกันน่าจะตกแต่งไม่ต่างกัน “ไม่มีแบบนี้นะพิณ ห้องเรามีแค่ตู้เย็นอันเล็กกับน้ำเปล่า จานชามสองสามชุด ไม่มีหรอกกระติกน้ำร้อนชุดกาแฟพวกนี้ พี่คินไม่ยุติธรรมเลย” อรุณีมาลาพูดปนหัวเราะ “หรือเขาอาจจะเห็นว่าเรามาด้วยกัน น่าจะใช้ด้วยกันได้มั้ง งั้นกินด้วยกันก่อนก็ได้เผื่อหลานจะหิว” อรุณประภาออกความเห็น “ก็น่าจะใช่ ต้นกล้าต้นข้าวเอาอะไรลูก มีนมกับโอวัลติน” แฝดน้องหันไปถามลูกๆ “ต้นกล้าจะเอาโอวัลตินคับ แก้วใหญ่ๆ” เด็กชายบอก “หนูอยากได้นมค่ะ” สาวน้อยบอกมารดา เมื่อเรียบร้อยกันแล้ว แฝดเล็กและแฝดใหญ่สองคู่จึงออกจากห้องพักเตรียมตัวไปตามนัด อรุณประภาวางแผนไว้ว่าถ้าคุยเสร็จเธออาจจะไปตลาดในตอนเย็น อยากไปเดินเล่นแต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อวันนี้รถตู้คันเดิมไม่อยู่ พวกเธอได้รับความอนุเคราะห์จากคิรินทร์ที่เสนอตัวไปส่งพวกเธอเอง หญิงสาวต้องนั่งคู่กับเขาในเบาะหน้า เพราะเด็กๆ และน้องสาวนั่งกันเต็มพื้นที่เบาะหลัง เธอรู้สึกว่าถูกเขามองแปลกๆ จึงถามตรงๆ “มีอะไรรึเปล่าคะพี่คิน” เธอเข้าใจว่าเธออาจจะเขียนคิ้วไม่เท่ากัน หรือแต่งหน้าแต่งตัวไม่เรียบร้อย คิรินทร์ถอนใจเมื่อเธอจำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเธอเมามาก หรือจูบของเขาไม่น่าประทับใจกันแน่ “เปล่าครับไม่มีอะไร พี่แค่คิดว่าน้องพิณใส่เสื้อไม่มีแขนจะโดนแดดแรงรึเปล่า เดี๋ยวผิวจะเสีย” อ้อ...อรุณประภาก้มลงมองตนเอง “คงไม่เป็นไรค่ะ พิณโบกกันแดดมาเป็นลิตรเลย” เธอพูดไปอีกเรื่อง คิรินทร์หัวเราะเขาตอบอย่างเสียความมั่นใจนิดๆ “พี่จะพาไปทานอาหารเช้าขึ้นชื่อของที่นี่ น้องพิณกับน้องออเคยมากระบี่ไหมครับ” เขาตอบเธอแล้วหันไปคุยกับหญิงสาวอีกคนที่อยู่ด้านหลังเสียหน่อย เดี๋ยวเธอจะสงสัยกันว่าทำไมเขาใส่ใจอรุณประภาผิดปกติ ################## หลังจากทานมื้อเช้าแล้วคิรินทร์มาส่งอรุณประภาและอรุณีมาลาที่ภูริดารีสอร์ทโดยที่ทิพย์ธาราเป็นผู้มารอต้อนรับ ในทัศนะของอรุณประภาภูริดารีสอร์ทน่าสนใจกว่าที่เคยคิดไว้ โดยเฉพาะตัวแทนฝ่ายเจ้าของเดิมที่ติดต่อขายให้ 'ทิพย์ธารา' บุตรสาวเจ้าของเดิมที่เสียชีวิตลง เธอเป็นตัวแทนของลูกๆ คนอื่นต้องการให้ขายมรดกเพื่อนำเงินมาแบ่งกัน “ถ้าตามความเห็นของพี่ พี่โอเคกับที่นี่นะคะ” หญิงสาวบอกในขณะที่มองไปรอบๆ ตัวอาคาร คำพูดนั้นทำให้ทิพย์ธาราใจชื้น หญิงสาวผู้อ่อนวัยกว่ามีสีหน้าดีขึ้นเพราะตัวเลขราคาที่เสนอไปค่อนข้างสูง ผู้ประกอบการประเภทเดียวกันในพื้นที่ล้วนไม่มีใครอยากจ่ายให้ การเจรจาดำเนินไปตามเวลาที่นัดไว้เมื่อสมาชิกมาครบ ในห้องประชุมมีฝ่ายฉัตรอรุณสองคนคืออรุณประภาและอรุณีมาลา ส่วนฝ่ายของภูริดารีสอร์ทมีทิพย์ธาราและทองธารา น้องสาวต่างมารดาเข้าร่วมประชุมด้วย และกรรมการบริหารเดิมอีกจำนวนหนึ่ง โดยที่อรุณประภาลงความเห็นว่าควรจะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก “เอ่อ ต้องเปลี่ยนชื่อด้วยเหรอคะ” ทองธาราทำสีหน้าไม่เห็นด้วย “ค่ะ ถ้าจะเข้ามาเป็นโรงแรมในเครือของเรา ต้องใช้ชื่อที่ทางเรากำหนด” อรุณีมาลาตอบ “แต่ชื่อนี้เป็นชื่อที่คุณพ่อตั้งมานะคะ ลูกค้าเก่าก็ติดกับชื่อภูริดารีสอร์ทแล้วจะเปลี่ยนทำไม” ทองธาราไม่หยุดพูด ในขณะที่พี่สาวทำสัญญาณให้หยุดแต่เธอไม่ฟัง “ก็ไม่เป็นไรค่ะ งั้นเชิญคุณพ่อของคุณลุกมาบริหารต่อไหมคะ” อรุณประภาพูดทำให้ทั้งโต๊ะเงียบกริบ เธอกวาดตามองทุกคนในที่ประชุมและกล่าวต่อ “หรือพวกคุณคิดว่าทางฉัตรอรุณจะรับซื้อหุ้น 75% แล้วให้คณะกรรมการบริหารชุดเดิมทำงานต่อไปได้เหรอคะ” กรรมการบริหารชุดเดิมที่ส่วนมากเป็นผู้สูงอายุหน้าม้านไปตามๆ กัน ตอนแรกพวกเขาคิดว่าฉัตรอรุณน่าจะเป็นหมูที่เคี้ยวง่าย เพราะส่งแค่ตัวแทนผู้หญิงสองคนหน้าอ่อนๆ มาร่วมเจรจา แต่เขาน่าจะคิดผิด “เงื่อนไขแรกของเราคือ ทันทีที่เซ็นสัญญาซื้อขายและจ่ายเช็คแล้ว คณะกรรมการบริหารทั้งหมดจะถูกเปลี่ยนยกชุดค่ะ” อรุณประภาแจ้งต่อทำให้มีเสียงฮือฮาพอสมควร “ทำแบบนั้น แล้วพวกเราที่มีหุ้นอยู่จะไม่มีสิทธิ์เลยเหรอ” ประสิทธิ์ ผู้ถือหุ้นรายหนึ่งกล่าว “ผู้ถือหุ้นได้รับเงินปันผลอยู่แล้วค่ะ...ถ้ามีกำไร แต่ในส่วนของการบริหาร เราควรจะดูตามศักยภาพเป็นหลัก” อรุณีมาลาพูดขึ้นมา ทำให้ชายคนดังกล่าวเงียบไป “ฉัตรอรุณในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ จะเข้ามากำกับและวางตัวผู้บริหารใหม่ภายในหนึ่งเดือนหลังจากการทำสัญญาเสร็จแล้ว” อรุณีมาลาพูด “และการสั่งซื้อต่างๆ ของแผนกจัดซื้อที่มูลค่ามากกว่าห้าแสนบาทขอให้ชะลอก่อนตั้งแต่ตอนนี้ และขอให้มีการจ่ายเช็คออกโดยเป็นการลงนามของประธานกรรมการบริหารคนใหม่เท่านั้น” อรุณประภาประกาศเงื่อนไข ทำให้มีเสียงค้านทันทีจากฝ่ายการเงิน “เดี๋ยวนะ พวกคุณยังไม่ได้จ่ายเงิน จะมาบังคับให้เราหยุดการซื้อขายได้ยังไง” เสียงดังมาจาก 'มรกต' ผู้จัดการฝ่ายการเงิน ซึ่งเป็นเครือญาติคนหนึ่งของฝ่ายบริหารเดิม “มันคือเงื่อนไขของเรา ถ้าคุณคิดว่าเราเอาเปรียบหาคนอื่นมาซื้อก็ยังทันนะคะ เพราะเราคงไม่ยอมให้มีการยักย้ายถ่ายเททรัพยสินของโรงแรมไปเป็นสินส่วนตัวของใครแน่” ทุกคนในห้องประชุมเงียบกริบหลายคนมีสีหน้าไม่พอใจ โดยเฉพาะทองธาราและมรกต รวมถึงหุ้นส่วนหัวเก่าอีกหลายคนแต่ไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไร ทิพย์ธาราจึงเป็นคนสรุปเอง “ในฐานะที่ดิฉันรักษาการแทนตำแหน่งประธานกรรมการบริหารและเป็นผู้จัดการมรดกของคุณพ่อ ทางเรามีหุ้น 75% ตกลงขายให้อรุณฉัตรทั้งหมดค่ะ ขอให้ฝ่ายกฎหมายของอรุณฉัตรดำเนินการได้เลย” อรุณประภาหันไปสบตาคู่แฝด อรุณีมาลาพยักหน้าพลางจดบันทึกลงในแฟ้มเอกสารของเธอ หุ้นส่วนและฝ่ายบริหารหลายคนของภูริดาเริ่มลุกออกจากที่ประชุมอย่างเงียบๆ เธอมองทองธาราที่เดินไปหาทิพย์ธาราอย่างไม่พอใจ สองสาวพี่น้องคุยกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียดก่อนที่ทองธาราจะสะบัดหน้าเดินออกจากห้องไป “มีอะไรกันหรือเปล่าคะ” อรุณประภาถามตรงๆ “ไม่มีค่ะพี่พิณ ทิพย์ขอโทษนะคะถ้าบางคนจะพูดจาไม่ค่อยดี” ทิพย์ธาราไม่สบายใจเพราะปฏิกริยาของกรรมการบางท่านไม่ดีนัก “ไม่เป็นไรค่ะ พี่สองคนชินแล้ว” อรุณีมาลาตอบแทน การทำงานในหน้าที่ตรวจสอบเรื่องสำคัญหลายอย่างของฉัตรมณีทำให้เธอค่อนข้างเจอเรื่องแบบนี้เป็นปกติ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD