ตอนที่ 2 ความสัมพันธ์แบบมืออาชีพ

1408 Words
“ทำไมคุณตื่นเช้าจัง ผมยังไม่หายง่วงเลย” คำถามมาพร้อมกับท่อนแขนแข็งแรงที่กอดจากด้านหลัง เรียกเสียงหัวเราะเบา ๆ ดังลอดออกมาจากคนที่อยู่ในห้องครัวของคอนโดกลางเมือง ตอนนั้นลลินากำลังยืนอยู่หน้าแพนทรีเพื่อเตรียมอาหารเช้าแบบง่ายๆ เธอสวมเชิ้ตผ้าฝ้ายตัวหลวมกับกางเกงขาสั้น ผมตรงยาวถูกรวบไว้ลวก ๆ เธอยังไม่ได้แต่งหน้าจึงมองเห็นใบหน้าสดที่ผิวอ่อนใสเหมือนเด็กสาวนักศึกษาแรกรุ่น “เช้านี้คุณมีประชุมออนไลน์นะคะคุณรุจ” เธอตอบพลางเปิดไมโครเวฟ หยิบแซนวิชที่อุ่นร้อนแล้วออกมาใส่จานเล็ก ลลินา จันทมาลิน หญิงสาววัยยี่สิบหกเธอทำงานเป็นเลขานุการ ของ CEO – S&OP พอภัทร วัชโรทัยมหาสกุล บริษัทโชติภิวรรธอาหารและอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง ผู้ผลิตอาหารสัตว์ยี่ห้อ "ของน้อน" ซึ่งเธอจะรับผิดชอบงานด้านกลยุทธ์การตลาดฝ่ายต่างประเทศ ซึ่งมาวัชร์พบเธอเพราะการทำงานที่เดียวกัน เข้าประชุมด้วยกันบ่อยๆ เนื่องจากหลังจากเรียนจบปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์เครื่องกลและไปต่อ MBA จบมาแล้วเขาก็เริ่มทำงานในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการสายผลิตและนวัตกรรม (Managing Director – Production & Product Innovation) ทันที วันนี้เธอรู้ว่าเป็นเช้าวันเสาร์ ที่ปกติเขาจะประชุมออนไลน์กับทีมงานฝ่ายผลิตที่โรงงานอยุธยา ยกเว้นว่าเขาไปด้วยตัวเองก็จะเป็นการประชุมปกติซึ่งเขาจะใช้เวลาสรุปงานประจำสัปดาห์จนถึงเที่ยง “ผมลืมไปเลย” ชายหนุ่มก้มลงหอมแก้มเธอไวๆ แล้วผละออกห่าง “ผมขอไปแต่งตัวใหม่แปบนะลิล” “ค่ะเดี๋ยวลิลชงกาแฟไว้ให้” ลลินารับคำ พลางหยิบถ้วยกาแฟบนชั้นลงมาวาง จากนั้นเปิดเครื่องชงกาแฟให้ทำงานกดตั้งค่าตามเมนูประจำ คือเอสเปรสโซ่ร้อนของมาวัชร์และคาปูชิโน่ร้อนของตัวเอง มาวัชร์หายไปสิบห้านาที จากนั้นชายหนุ่มจึงออกมาจากห้องในชุดลำลองซึ่งสุภาพพอจะเข้าประชุมทางออนไลน์ได้ เขาเตรียมอุปกรณ์การประชุมซึ่งก็คือการเปิดโน้ตบุ๊คเข้าโปรแกรมประชุมรอ จากนั้นจึงเดินมาหาลลินาในครัวช่วยเธอยกจานอาหารเช้ามาวางบนโต๊ะ “ใกล้เวลาแล้ว คุณรุจจะกินที่โต๊ะทำงานเลยไหมคะ” หากแต่ชายหนุ่มส่ายหน้า “ไม่ดีกว่า ผมกินตรงนี้แหล่ะ บอกไปแล้วว่าขอเวลาสิบนาที” “ครัวซองต์ค่ะ” ลลินาพูด ก่อนจะเลื่อนแก้วกาแฟให้ “ของคุณรุจเอสเปรสโซ่เพิ่มช็อตเติมน้ำร้อนสองออนซ์” “ขอบคุณครับ” เขารับแก้วจากมือเธอ นิ้วทั้งสองแตะกันนิดหนึ่งแล้วต่างก็ชะงักไปชั่วครู่ ความเคยชินที่อยู่ด้วยกันเกือบทุกคืนวันศุกร์ทำให้เรื่องเล็ก ๆ แบบนี้กลายเป็นธรรมดา จนบางครั้งแทบไม่ต้องพูดอะไรเลยก็เข้าใจกันอยู่แล้ว นานเท่าไหร่แล้วนะ ที่เราคบหากันแบบนี้ นานเท่าไหร่แล้ว ที่เขาไม่รู้ตัวเลยว่าแทบไม่ได้ไปเที่ยวตามสถานบันเทิงแบบที่เคยทำมาก่อนหน้านี้ หลังจากอิ่มจากมื้อเช้าเล็กๆ มาวัชร์เตรียมตัวประชุม สายตามองหญิงสาวที่กำลังเปิดโน้ตบุ๊กเตรียมงานของเธออยู่อีกมุมของโต๊ะทำงาน เขาเคยสงสัยอยู่เสมอว่าทำไมเธอถึงไม่เคยบ่นเรื่องงานเลย ทั้งที่หน้าที่เลขานุการของ CEO อย่างเธอต้องรับแรงกดดันไม่น้อย แต่ลลินากลับทำทุกอย่างด้วยท่าทีสงบเสมอมา ตอนนั้นเองที่เขาคิดได้ว่าไม่เคยเห็นเธอโมโห หรือเรียกร้องอะไร และแม้แต่เรื่องระหว่างเขากับเธอ เธอก็ไม่เคยถามหาหรือคาดคั้นอยากได้สถานะจากเขา เขาปัดเรื่องนี้ไปจากความคิดเมื่อได้ยินสัญญาณจากฝ่ายผลิตที่โรงงานว่าทุกคนพร้อมแล้ว จากนั้นทั้งมาวัชร์และลลินาต่างก็จมจ่อมอยู่กับงานของตัวเอง โดยที่ไม่ได้รบกวนกันจนกระทั่งผ่านไปสองชั่วโมง เขาเงยหน้าขึ้นบอกเธอ “วันนี้ผมคงต้องเข้าโรงงานที่อยุธยา” เขาเอ่ยพลางจิบกาแฟ “ไปด้วยกันไหมลิล” “จะดีเหรอคะ คุณไปทำงาน” ลลินาไม่แน่ใจว่าควรไปไหม “ไปได้ ผมไปทำงานไม่นาน คุณเคยบอกว่าอยากไปไหว้พระที่นั่นไม่ใช่เหรอ วัดอะไรนะกุ.. กุอะไรสักอย่าง” “วัดกุฎีดาวค่ะ ไปได้จริงนะคะ” แววตาเธอสดใสทันที มาวัชร์มองยิ้มๆ และพยักหน้า “ไปสิ งานคุณเสร็จยัง” “เรียบร้อยค่ะ ส่งอีเมลให้คุณพอร์ชอีกฉบับก็เสร็จแล้ว” เธอตอบพร้อมกับที่มือก็ทำงานอย่างรวดเร็ว ครู่เดียวก็ปิดหน้าจอลงเป็นอันว่างานด่วนในเช้านี้หมดแล้ว “ความจริงคุณไม่เห็นต้องทำงานวันหยุดเลย เจ้านายคุณมันก็เคี่ยวไปนะ ใช้งานลูกน้องนอกเวลางาน” “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ลิลดูแลเรื่องลูกค้าต่างประเทศอยู่แล้ว เวลาทำงานมันเลื่อมกันแบบนี้ปกติ แล้วเวลาทำงานจริงบอสเขาก็ไม่ได้ฟิกซ์เรื่องเวลางานขนาดนั้น” เพราะว่าเป็นเลขาผู้บริหาร เธอจึงค่อนข้างมีอิสระมากกว่าพนักงานในระดับล่าง จะว่าไปแม้แต่หัวหน้าแผนกบางคนยังต้องเกรงใจเธอด้วยซ้ำ ทั้งสองไปถึงอยุธยาก่อนเที่ยงเล็กน้อย มาวัชร์ตรงเข้าไปในส่วนของไลน์ผลิต ส่วนลลินารอเขาอยู่ที่สำนักงาน “อ้าวคุณลิลมาทำอะไรครับ มาหาผมเหรอ” พอภัทร เจ้านายหนุ่มของเธอขมวดคิ้วเมื่อเขาออกจากห้องประชุม เจอว่าเลขานุการสาวนั่งอยู่ในสำนักงานด้วย “สวัสดีค่ะบอส คือว่าลิล...” เธอยังไม่ได้ตอบก็มีเสียงห้าวดังขึ้นด้านหลังตอบแทน “ลิลมากับฉันเอง” มาวัชร์หยุดยืนข้างลลินา ส่งสายตามองพอภัทรเหมือนจะถามว่า ‘มีอะไรไหม’ “แบบนั้นเหรอ” พอภัทรยิ้ม เขาหันมาคุยกับลลินา “ผมได้รับอีเมลจากคุณลิลแล้วเมื่อกี้ครับ พอดีเลยว่าจะทักไปถามว่ามีเนื้อหาบางอย่างที่ผมไม่เข้าใจ ขอเวลาสักครู่ได้ไหมครับ” ลลินาหันมามองมาวัชร์อย่างเกรงใจและตอบเจ้านายโดยตรงของตัวเอง “ได้ค่ะบอส ตรงจุดไหนคะ” “เชิญตรงนี้ดีกว่าครับ พอดีมากที่คุณลิลมาถึงที่เราจะได้ตอบทางยุโรปได้เร็ว” เขาหันมาทางมาวัชร์ “ขอบคุณคุณรุจนะ ที่พาเลขาผมมาส่งถึงที่” เมื่อลลินาเปิดดูอีเมลก็พบว่ามันเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่คิด ลูกค้าที่เธอคิดว่าตอบกลับไปเรียบร้อยเมื่อเช้า กลับส่งเมลฉบับใหม่ตรงมาอีกและมีการขอปรับแก้สูตรอาหาร “ปรับแก้ลดโซเดียม ก็อาจจะต้องปรับสูตรใหม่หมดเลยค่ะบอส ต้องอยู่ที่แผนก R&D ของคุณมาวัชร์ด้วย” เธอแจ้งตามตรง “แต่เราเซ็น MOU ไปแล้วว่าส่งล็อตแรกภายในสามสิบวัน ถ้าปรับสูตรต้องเซ็ทส่วนผสมใหม่ วัตถุดิบบางตัวอาจจะไม่พอเปิดไลน์ผลิต” “เลื่อนดีลส่งครับคุณพอภัทร” มาวัชร์ที่ฟังนานแล้ว พูดขึ้นทันทีเมื่อมันเป็นเรื่องของเขาโดยตรง “ถ้าเลื่อนเราจะโดนปรับครับคุณรุจ” พอภัทรตอบ “นั่นเป็นปัญหาของคุณที่จะต้องดีลกับลูกค้าให้ได้ ส่วนผมจะสั่งให้แผนก R&D ทำโอทีพรุ่งนี้คิดสูตรใหม่” ลลินาเห็นท่าไม่ดี “เดี๋ยวลิลลองคุยกับเลขาของมาดามหวังก่อนนะคะ เราเคยเป็นเพื่อนกันตอนเรียนโทเธออาจจะมีทางช่วยได้” หญิงสาวหาทางออกทำให้สองหนุ่มที่กำลังจะเถียงกันหยุดและหันมามอง “ขอบคุณครับคุณลิล งั้นลองเสนอส่วนลดหรือของแถมพิเศษไปก่อนนะครับ” พอภัทรเห็นดีด้วย “จบแล้วใช่ไหม งั้นผมขอไปคุยกับ R&D สักครู่” มาวัชร์สรุปกับพอภัทร จากนั้นเขาผินหน้ามาทางลลินา “เดี๋ยวผมมานะลิล ลิลช่วยส่งเมลลูกค้าที่ขอปรับสูตรอาหารซีซีให้ผมด้วย” “ได้ค่ะคุณรุจ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD