“ผมให้ R&D คิดสูตรใหม่แล้ว แต่คิดว่ามีสิ่งที่คุณสองคนน่าจะลืม” มาวัชร์กลับมาในตอนเที่ยง และพวกเขาตกลงกันว่าจะรับประทานอาหารในโรงงานนั้นเลย
“ยังไง” พอภัทรมองหน้าคนพูด
“เรื่องนี้ทำไมต้องเป็นปัญหาของเรา ในเมื่อเราไม่ได้เป็นฝ่ายผิดสัญญา การลดโซเดียมไม่ได้เป็นแค่การปรับสูตร แต่มันคือการคิดสูตรใหม่และต้องทำสัญญาใหม่ ส่วนสัญญาเดิมเราก็ส่งสินค้าตามปกติถ้าเขาไม่อยากรับก็ต้องยกเลิกแล้วเสียค่าปรับให้เรา”
มาวัชร์พูดในแง่การทำธุรกิจเต็มรูปแบบ แต่พอภัทรส่ายหน้าไม่เห็นด้วย
“แต่ผมไม่เห็นด้วย เราอาจจะเสียลูกค้าได้”
“คุณลิล ลูกค้ารายนี้ปกติซื้อปีเท่าไหร่” มาวัชร์ถามลลินา
ลลินาเปิดข้อมูลดูแล้วแจ้งตัวเลขคร่าวๆ ซึ่งคิดเป็นจำนวนราวยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ของยอดขายต่างประเทศ มาวัชร์พยักหน้ามองอีกมุมต่างจากพอภัทร
“การที่เขาซื้อกับเราเยอะ ก็แปลว่าสินค้าเรามีดีพอ เชื่อผมเรียกค่าปรับเขาแล้วค่อยเจรจา”
ลลินามองเขาอย่างนึกทึ่ง เธอเข้าใจพอภัทรที่ต้องรักษาฐานลูกค้าไว้ส่วนมาวัชร์เขาคิดเหนือไปอีกสเต็ปอย่างชัดเจน
พอภัทรนิ่งอึ้ง “โอเค งั้นก็ตามนั้น คุณทำงานฝ่ายของคุณไปเรื่องลูกค้าผมจัดการเอง”
วันนั้นกว่าที่จะได้ออกจากโรงงานก็เย็น ก่อนกลับกรุงเทพฯ พอภัทรบอกให้ลลินาเบิกโอทีได้
“เดือนนี้อย่าลืมทำเบิกโอทีกับเบี้ยเลี้ยงมาทำงานนอกสถานที่นะครับคุณลิล เดี๋ยวผมเซ็นให้เอง” เขาไม่ลืมว่าวันนี้เป็นวันหยุดของเลขาสาวและขอบคุณเธอมากที่ช่วยประสานงานให้จนสำเร็จ
“ไม่เป็นไรค่ะบอส หน้าที่ของลิลอยู่แล้ว”
“มันเอ้ย... คุณพอภัทรให้เบิกก็เบิกไปเถอะครับลิล เอาไว้กินขนมขำๆ ก็ได้ เพราะเดือนนี้ดูทรงคุณน่าจะต้องมีทำโออีก” มาวัชร์แทรก
“ตามนั้นล่ะครับ แบบที่ไอ้... เอ้ยคุณรุจบอกเลย”
ลลินาส่ายหน้าไปมา เพราะทั้งเจ้านายของเธอและมาวัชร์ดูเหมือนจะไม่ถูกกันสักที
“ลานะคะบอส วันจันทร์เจอกันค่ะ”
ขากลับมาวัชร์ไม่พูดเรื่องงานอีก แต่เป็นลลินาเองที่เป็นฝ่ายไม่สบายใจ ในระหว่างที่เขาจอดรถเติมน้ำมันที่ปั๊ม หลังจากนั้นทั้งสองก็ลงไปร้านสะดวกซื้อเผื่อให้เธอซื้อเครื่องดื่มหรือขนมรองท้อง
“ขอโทษนะคะคุณรุจ ลิลบกพร่องเองเรื่องลูกค้าวันนี้”
ชายหนุ่มเหลือบตามองหญิงสาว “ไม่เป็นไรหรอกลิล ปัญหามีไว้ให้แก้แต่ทีหลังถ้าลูกค้าทำท่าจะมีปัญหาแบบเมื่อเช้า ผมอยากให้ลิลบอกผมให้เร็วหน่อยก็พอ”
เขาเข้าใจว่าลลินาพยายามแล้ว เธอเองก็คิดว่าจะเจรจาให้ลูกค้ารับสินค้าล็อตแรกตามสัญญาได้ จึงไม่บอกเขาและความจริงที่ว่ามันยังเป็นเรื่องทางฝ่ายการตลาดที่เธอรับผิดชอบ หญิงสาวไม่ได้จำเป็นต้องบอกเขาจนกว่าทางลูกค้าจะยืนยันมาจริงๆ
“แต่ว่าเราเลยไม่ได้ไปวัดที่คุณอยากไป” ชายหนุ่มเปลี่ยนเรื่อง
“ไว้วันอื่นก็ได้ค่ะ” เธอตอบ
“หรือว่าเราจะค้างที่นี่กันไหมคืนนี้ พรุ่งนี้เช้าไปวัดแล้วค่อยกลับกรุงเทพฯ กัน” มาวัชร์เปลี่ยนเรื่อง
“ไม่เป็นไรค่ะ อย่าเลย เช้าวันอาทิตย์คุณรุจต้องกลับบ้านไม่ใช่เหรอคะ”
เธอรู้ดีว่ากิจวัตรหลักของสมาชิกในครอบครัวเขาคือเช้าวันอาทิตย์ ใครที่ไม่ได้ไหน ไม่ไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศทุกคนต้องกลับบ้านอย่างน้อยก็ไปรับประทานอาหารเช้ากับบิดามารดา หรือคุยกับบรรดาญาติๆ ในตระกูลกันสักพักก็ยังดี
“ไม่เป็นไร ถ้าจำเป็นผมเข้าไปบ่ายก็ได้” มาวัชร์ตอบแต่เธอไม่เห็นด้วย เธอไม่อยากให้ครอบครัวเขาคิดว่าตัวเองดึงเขาไว้จนเสียเวลาในส่วนที่เขาเคยมีให้ครอบครัว
“อย่าเลยค่ะ ตอนนี้ยังไม่ได้จำเป็นขนาดนั้นสักหน่อย ลิลไม่อยากให้คุณโกหกผู้ใหญ่ด้วย”
“ก็ได้ กลับกรุงเทพก็ได้ แต่ว่าคืนนี้ลิลไปนอนห้องผมไหมหรือว่าให้ผมไปห้องลิล”
“ห้องคุณรุจอยู่ไกลค่ะ อีกอย่างคุณก็ต้องไปบ้านแต่เช้าด้วย” เธอตอบทำให้เขาตัดสินใจทันที
“งั้นผมไปนอนห้องลิลเอง”
ค่ำวันนั้นมาวัชร์พาลลินาแวะรับประทานอาหารก่อนกลับเข้าคอนโดของลลินา เนื่องจากต่างคนต่างเหนื่อยจึงคิดว่าฝากท้องไว้กับร้านข้างนอกให้เรียบร้อยน่าจะดีกว่า
“ท่าทางลิลเหนื่อยๆ นะ ไม่สบายหรือเปล่า” เมื่อกลับถึงที่พักเขาพิจารณาเธอเห็นว่าดวงหน้างดงามนั้นมีแววอ่อนเพลียกว่าปกติ
“อาจจะแค่เหนื่อยเดินทางค่ะ คงไม่ได้เป็นอะไรหรอก” เธอตอบเบาๆ รู้สึกว่าตัวเองเป็นแบบนั้นจริงๆ
“งั้นก็ไปอาบน้ำนอนได้เลยครับ เดี๋ยวผมอ่านเมลสักครู่จะตามเข้าไป” มาวัชร์ก้มลงจูบกระหม่อมเธอก่อนจะปล่อยให้หญิงสาวเข้าห้องนอนอย่างเป็นห่วง แต่อีเมลจากฝ่าย R&D ก็สำคัญเช่นกันเพราะว่าทางนั้นต้องการคำตอบอยู่
หนึ่งชั่วโมงต่อมา มาวัชร์ที่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนอนเรียบร้อยก้าวขึ้นเตียง เขามองคนที่นอนหันหลังให้พลางเอามือแตะไปตามตัว โล่งใจที่ร่างกายของลลินาอุณหภูมิยังปกติดีอยู่ ไม่ได้มีไข้หรืออะไรแบบที่เขากังวล
เธอลืมตางัวเงียถาม “ทำงานเสร็จแล้วเหรอคะคุณรุจ”
“ครับ ลิลไม่สบายรึเปล่าไปหาหมอไหม”
เธอส่ายหน้าขณะที่พลิกตัวกลับมาเข้ากอดเขา “ไม่ค่ะ ลิลแค่ง่วงเฉยๆ ไม่ได้เป็นไร”
มาวัชร์กอดตอบ ยกมือลูบหลังเธอไปมา พลางคิดว่าหรือว่าวันนี้ตัวเองเผลอพูดแรงไปกับเธอเรื่องงาน
“วันนี้ถ้าผมพูดแรงไปขอโทษนะลิล แต่ผมไม่ได้จะตำหนิลิล”
“ไม่ค่ะ ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอก” เธอพูดเสียงอู้อี้และยกมือขึ้นปิดปากหาว
“ถ้าง่วงก็นอน นอนได้เลย”
เช้าวันต่อมามาวัชร์ลืมตาพร้อมกับที่ลลินาออกจากห้องน้ำด้วยสีหน้าซีดเซียว
“ลิลทำคุณรุจตื่นเหรอคะ ขอโทษนะ”
เขานิ่วหน้า เรื่องแค่นี้จะขอโทษกันทำไม “เปล่า ผมตื่นตามปกติน่ะเมื่อคืนนอนเร็วเลยตื่นเร็ว ลิลดูไม่สดชื่นเลยลงไปฟิตเนทกับผมไหม”
เขาคิดว่าการออกกำลังกายอาจจะช่วยให้เธอสดชื่นได้ แต่ก็ไม่ได้ผลเมื่อเธอปฏิเสธ
“ไม่ค่ะ ลิลไม่มีแรง หิวด้วย” เธอส่ายหน้าทันทีด้วยท่าทางอ่อนระโหยโรยแรงมากกว่าเดิม
“งั้นลิลจะกินอะไร ให้ผมสั่งขึ้นมาให้ไหม” ชายหนุ่มถามต่อ
“อย่าเลยค่ะ เดี๋ยวลิลทำโจ๊กกินก็ได้ขอไปดูในตู้เย็นก่อนนะคะ” เธอเปลี่ยนท่าทีเป็นสดชื่นทันทีเมื่อพูดถึงอาหารเช้าจนมาวัชร์งง
“โอเค งั้นผมลงไปฟิตเนทครึ่งชม.ครับ ลิลอยู่คนเดียวได้ใช่ไหม”
“ได้ค่ะ สบายมากคุณรุจจะกินอะไรก่อนกลับบ้านไหมคะ” เธอเปลี่ยนเรื่อง ขณะที่ออกไปที่ครัวทิ้งให้เขามองตามอย่างไม่เข้าใจ
“ไม่เป็นไรครับ งั้นผมเปลี่ยนชุดก่อน” ชายหนุ่มเลิกเซ้าซี้ เขาลุกขึ้นเปลี่ยนเสื้อผ้าสำหรับลงไปออกกำลังกายที่ฟิตเนทของคอนโด ซึ่งตัวเขาเองใช้บริการบ่อยเวลามาที่นี่
‘สงสัยเมื่อวานเราดุไปจริงๆ นั่นล่ะ’ เขาสรุปกับตัวเอง