ปรินวัชร์เปิดประตูบ้านเข้ามาด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศไม่อาจดับความเดือดพล่านในอกได้ เขาขว้างกุญแจรถลงบนโต๊ะ เสียงกระทบดังสนั่นไปทั่วห้องโถงราวกับสะท้อนความโมโหของเจ้าของบ้าน “ไปเรียกพิมพ์แพดาวมาพบฉัน” เสียงทุ้มต่ำของเขาแผ่วแต่เฉียบขาด “เอ่อ...คุณแพรเพิ่งออกไปเมื่อครู่นี้เองครับ” ลูกน้องที่ยืนรออยู่ชะงัก ก่อนกลืนน้ำลาย “ว่าไงนะ ออกไปตอนจะตี 1” คิ้วเข้มของปรินวัชร์ขมวดแน่น “คุณแพรกระเป๋าใบใหญ่ บอกว่าจะไปพักผ่อนกับเพื่อนครับ” “แล้วมึงก็ปล่อยให้ไปง่ายๆ แบบนั้นเหรอ” เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ ทว่าฟังดูเย็นเยียบ “ทุกครั้งเจ้านายไม่สนใจว่าคุณแพรจะไปไหน แถมยังบอกจะไปตายที่ไหนก็ไป” ลูกน้องก้มหน้าทันที ไม่กล้ามองสบตาเจ้านายพวกเขาจำคำพูดของเจ้านายได้ “ให้มันได้แบบนี้สิ!” เสียงของเขากระแทกออกมาอย่างข่มขู่ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นกดเบอร์หมายเลขหนึ่งด้วยแรงมือสั่นเล็กน้อยจากความโก

