งานที่ต้องลงมือทำในวันนี้ไม่สามารถปฏิเสธได้เลย เธอต้องเลือกระหว่างเข้ากรงเสือ หรือกระโดดเข้ากรงจระเข้ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพราะบาสคนเดียว คนที่เลวแสนเลว กล้าถึงขนาดทิ้งหนี้ก้อนโตเอาไว้ยังไม่พอ เขายังหนีเอาตัวรอดไปคนเดียวอีก
ทิชาทำได้เพียงเจ็บใจ ไม่สามารถทำอะไรบาสได้เลย ไม่มีแม้แต่โทรศัพท์ของตัวเอง เพราะผู้ชายที่ส่งเธอมายึดไปแล้ว เขาบังคับให้เธอแต่งตัวด้วยชุดเดรสสายเดี่ยวสีแดงสั้นจนเผยให้เห็นก้น แต่งหน้าและทำผมราวกับจะไปออกงานที่ไหน ถึงแม้ว่าทิชาไม่อยากทำ ไม่อยากใส่ แต่เธอต้องทำตามที่ไอ้ผู้ชายคนนั้นบอก เพราะเธอเลือกการเอาตัวรอดด้วยวิธีนี้
“นี่...”
ทิชาเอ่ยถามระหว่างทางที่ถูกพาตัวมายังที่ไหนก็ไม่อาจรู้ รู้แค่เธอกำลังอยู่บนรถ กับคนขับรถเพียงลำพัง
“อะไร”
อีกฝ่ายปรายตามองเธอผ่านกระจกมองหลัง ถึงแม้จะลอบมองใต้กระโปรงเธอหลายครั้งแล้ว
“เจ้านายของพี่อะ ชื่ออะไรเหรอ”
“จะอยากรู้ไปทำไม”
เขาไม่ตอบในทันที แต่เลือกที่จะถามเธอกลับแทน
“ก็เผื่อฉันติดใจงานนี้อยากกลับมาทำอีก”
“เหอะ”
เขาแค่นหัวเราะในลำคออย่างนึกขำ ทิชาช่างไม่รู้ชะตาชีวิตของตัวเองเลย ว่านอกจากเธอจะไม่ติดใจแล้ว เธออาจเข็ดขยาดไปจนตายเลยก็ได้
“ไม่ต้องรู้มากหรอก เขาให้ทำอะไรก็ทำไปซะ”
“พี่ว่าฉันจะรอดไหม?”
เธอถามต่อ จริง ๆ ก็เพราะอยากสร้างความสนิทสนม เผื่ออีกฝ่ายจะเห็นใจปล่อยเธอลงกลางทาง
“หุบปากแล้วนั่งเงียบ ๆ ซะ”
“...”
คนอะไรดุเป็นหมา ทิชาได้แต่คิดในใจพลันเอนตัวกลับไปพิงเบาะตามเดิม สายตาก็จ้องมองไปยังรอบข้างที่ไม่คุ้นตาเลยสักนิด จนในที่สุด เธอก็มาถึงที่หมายในอีกไม่กี่นาทีต่อมา...
ณ ไนต์คลับฟาโรห์
ลูกน้องของมาวินมาส่งทิชาที่ไนต์คลับแห่งนี้ เขาปล่อยเธอให้ลงที่หน้าร้าน ทั้งยังเอ่ยสั่งกำชับเอาไว้ก่อนขับออกไปด้วยว่า “ถ้าใครถาม บอกว่าเจ๊หงส์ส่งมาที่นี่” ทิชาพยักหน้าให้กับชายชุดดำที่เอ่ยบอกกับเธอ ก่อนที่เขาจะปิดประตูรถและขับออกไป
เมื่อมาถึงด้านหน้าไนต์คลับก็มีผู้หญิงคนหนึ่งแต่งตัวสวยเด่น อายุน่าจะมากกว่าเธอไม่กี่ปี เดินตรงมายืนกอดอกแล้วมองทิชาตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างพิจารณา
“ใครส่งเธอมา”
เธอว่าพลางหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบไปด้วย ก่อนจะพ่นควันออกมาจนทิชาแอบสำลักเบา ๆ
“จะ เจ๊หงส์”
น้ำเสียงติดขัดของทิชานั้นเต็มไปด้วยความกลัวและประหม่า เธอเอ่ยบอกตามที่ลูกน้องของมาวินกำชับเอาไว้ หวังว่าคงไม่มีพิรุธนะ
“ฉันชื่อว่าเจ๊ดาว คุณฟาโรห์ให้มารับเธอเข้าไปทำงาน เดินตามฉันเข้ามานี่”
ทิชาถอนหายใจเสียงแผ่ว โล่งไปหนึ่งเปลาะที่เจ๊ดาวไม่ได้ดูน่ากลัวเท่ากับมาวิน หลังจากที่ถามว่าใครเป็นคนส่งมา เจ๊ดาวก็หันหลังและเรียกให้ทิชาเดินตามเข้าไปในห้องแต่งตัว ในนี้มีเพื่อนมากมายสวมใส่ชุดแบบเดียวกับเธอ และต่างคนต่างทำงาน
“งานของเธอคือเข้าไปบริการแขก VIP ในห้องเบอร์ 09 ห้อง VIP คนนี้ชื่อฟาโรห์ บริการเขาให้ดีตามที่เจ๊หงส์สั่งมาก็แล้วกัน”
คำพูดทุกอย่างดูปกติมาก เว้นเสียแต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่อีกฝ่ายแสดงออกมา มันชวนให้ขนลุกยังไงชอบกล หลังจากเตรียมตัวเสร็จ เจ๊ดาวก็พาทิชามาส่งที่ห้อง VIP 09
แม้แต่หน้าห้องยังมีลูกน้องชายชุดดำเฝ้าเป็นสิบคน แล้วเข้าไปด้านในทิชาจะมีชีวิตรอดออกมาหรือเปล่า เธอพยายามถามตัวเองอยู่หลายครั้งว่าเอาไงต่อดี แต่มาถึงจุดนี้ไม่สามารถปฏิเสธหรือถอนตัวได้แล้ว
ก๊อก ๆ
“เสี่ยคะ เอาเด็กมาส่งค่ะ”
เธอเปิดประตูเข้าไปพร้อมกับจูงแขนทิชาพลันยิ้มร่าจนตาหยี ก่อนจะเริ่มแนะนำตัวทิชาให้ชายตรงหน้าฟัง
“น้องเป็นเด็กใหม่นะคะ ยังไม่ประสางาน ยังไงก็ฝากเบามือหน่อยน้าา ไม่งั้นเจ๊หงส์บ่นดาวอีกแน่เลย”
พูดจบก็เดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ทิชาอยู่ท่ามกลางกลุ่มชายฉกรรจ์ และหนึ่งในนั้นกำลังนั่งอยู่บนโซฟา เขาอยู่ในเสื้อเชิ้ตสีขาว หน้าตาหล่อเหลาระดับดาราอินเตอร์ แต่แววตาดุดันราวกับเสือ จนทิชาต้องรีบหลบสายตาเฉี่ยวคมนั้น
“จะตายไหมนะ”
เธอพึมพำกับตัวเองเสียงเบา ใจเริ่มเต้นรัวด้วยความกลัวจับหัวใจ ลูกน้องยืนล้อมขนาดนี้ จะหาจังหวะไหนติดตั้งกล้องได้ล่ะ
“มาสิ”
คำพูดสั้น ๆ ของเขาชวนให้เธอตัวสั่นเป็นลูกนก แต่ก็พยายามยิ้มสู้ รีบเดินเข้าไปหาเขาก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างกัน ชายใบหน้าขรึมกระดกเหล้าเพียว ๆ เข้าปากรวดเดียวหมด เขาดูหล่อและดูเท่มาก แต่ปนไปด้วยความน่ากลัว สายตาคู่นั้นราวกับนกเหยี่ยวจ้องมองมายังหนูตัวเล็ก หมายมั่นจะกินทั้งตัว