อินทัชวางเข่าลงบนที่นอน พรรณวดีถอยร่นหนีไปจนถึงหัวเตียง เขาจับข้อเท้าเธอสองข้างดึงเธอกลับมาหา คร่อมทับเธอทั้งตัว
“ถ้าผมจะป้องกันเมื่อคืนผมใช้ถุงยางไปแล้ว” เขาพูดชิดปาก หญิงสาวหน้าแดงจัดทั้งโกรธทั้งอาย ยกสองมือผลักเขาออกแต่เหมือนผลักก้อนหิน
“ถ้าคุณยังไม่พร้อม คราวต่อไปผมจะใช้ถุงยางเอง” เขาพูดหน้าตาเฉย เธอหน้าร้อนด้วยความอาย
“คุณพูดอะไร เป็นบ้าไปแล้วเหรอ กลับไปสักที”
อินทัชไม่สนใจคำไล่ของเธอ ถ้าเขาปราบพยศเธอไม่ได้คงไม่เป็นอันทำงานใหญ่ต่อแน่
“หายดีแล้วใช่ไหมครับ” เขาไม่รอฟังคำตอบ ก้มลงจูบริมฝีปากอิ่มเต็ม สอดลิ้นเข้าไปในปากเธอ ควานหาความหอมหวานจากปากเธอ จับมือเธอที่ผลักเขาออกกดลงกับที่นอน สอดมือเข้าไปใต้เสื้อลูบผิวเนื้อเต่งตึงเนียนลื่นมือ นวดเฟ้นหนักๆ ไปทั่วอย่างจงใจให้เธอเตลิดไปกับเขา
เขาเลื่อนมือไปที่แผ่นหลัง ปลายนิ้วสะกิดตะขอชั้นในจนมันหลุดออกจากกัน พรรณวดีรู้สึกเย็นวาบเมื่อเขาดึงเสื้อเธอทั้งชั้นในชั้นนอกออกจากตัว เธอพยายามดึงไว้แต่เขาก็ถอดออกไปจนได้ หญิงสาวดันหน้าเขาออกจากหน้าอกของตัวเอง แต่อินทัชไม่ยอมเขาจูบไปทั่ว ดูดดึงที่ยอดอกจนมันแข็งเป็นไต สองมือเรียวจากที่ดันหน้าเขาออก เปลี่ยนเป็นสอดเข้าไปในผมของเขาอย่างระบายความเสียวซ่าน
เขาปลดตะขอกางเกงของเธอดึงมันออกไปจากร่างพร้อมกับแพนตี้สีหวาน จูบดุดดุนไปทั่วผิวเนื้อผุดผ่องฝากรอยรักไปทั่วตัว ชายหนุ่มจูบที่รอยแยกของกลีบกุหลาบที่ยังปิดสนิท ถึงแม้ว่าเมื่อคืนเขาจะได้ลิ้มชิมรสไปแล้วก็ตาม
“อย่า..” เธอครางแผ่ว กระชากหัวเขาออกจากส่วนที่อ่อนไหวที่สุด แต่ชายหนุ่มไม่ยอมเขาจูบดูดเลียที่ดอกไม้งามจนน้ำหวานเอ่อล้น หญิงสาวกระสับกระส่ายเธอต้องการมากกว่านี้ เขารู้ว่าเธอพร้อมแล้ว เขารีบจัดการเสื้อผ้าตัวเองก่อนจะกลับมาหาร่างที่อ่อนระทวยกลางเตียง คุกเข่าตรงหน้าเนินเนื้ออวบอูม โน้มตัวลงทาบทับร่างงาม จูบดูดดื่มอีกครั้งทั่วดวงหน้าและซอกคอ ขณะที่ส่งตัวเองเข้าสู่ใจกลางความหนึบแน่น พรรณวดีเกร็งตัวขึ้นมาเพราะกลัวต่อความเจ็บแบบที่พบเมื่อค่ำคืนก่อน
“อย่าเกร็งครับ” อินทัชบอก “วันนี้จะไม่เจ็บ ผมสัญญา” หญิงสาวผ่อนลมหายใจ เมื่อรู้สึกว่าร่างของเธอรับตัวตนของเขาจนหมดแล้ว มีแต่ความอึดอัดคับแน่นแต่ไม่เจ็บ
เขาเริ่มขยับกายเข้าออกช้าๆ หญิงสาวขมิบช่องทางรักตอบรับ เขาจึงเร่งจังหวะให้เร็วขึ้น ก่อนจะนั่งคุกเข่ายกขาเรียวพาดบ่าหนึ่งข้าง แล้วโยกกายถาโถมเร็วแรงขึ้น ได้ยินเสียงร้องครางจากเธอยิ่งทำให้บทรักดุเดือดมากขึ้น
“ดีไหมครับ” เขาถาม เธอพยักหน้าถี่ๆ ครางอืออาแทนคำตอบ ก่อนที่ร่างสวยจะตอดถี่ขึ้น เขาจึงรีบเร่งโหมสะโพกเข้าออกจนเมื่อเธอหวีดร้อง ร่างเกร็งกระตุกค้าง เขาจึงปล่อยตัวเองให้หลั่งตาม บดอัดน้ำรักเข้าสู่ร่างเธอจนหมดทุกหยาดหยด
“คุณไม่กลับไร่เหรอ” พรรณวดีถาม เมื่อไฟรักสงบลง
“ไม่ล่ะครับ อาทิตย์นี้ผมจะอยู่ในเมืองทั้งอาทิตย์” อินทัชตอบ กอดเธอหลวมๆ
“แล้วคุณจะพักที่ไหน” เธอถามต่อ
“ผมมีบ้านพักในเมือง บ้านเก่าของพ่อแม่” เขาตอบ เงียบไปพักนึงก่อนจะพูดต่อว่า “ไปบ้านผมไหม เดี๋ยวพาไปเที่ยว”
หญิงสาวรู้สึกดีที่เขาชวน แต่อีกใจหนึ่งก็มีคำถาม เธอจะไปบ้านเขาในฐานะอะไร เหมือนอินทัชจะรู้ว่าเธอคิดอะไร
“คุณเหมียวรังเกียจผมรึเปล่า ถ้าจะมีแฟนเป็นลูกน้องพี่ชายคุณ”
พรรณวดีมองเขานิ่ง “ฉันไม่ได้มองคนที่ตรงนั้น แต่..ฉันรู้สึกว่าคุณมีความลับ ฉันคบกับคนที่ไม่ชัดเจนไม่ได้”
“บางทีการรู้น้อยก็ปลอดภัยมากกว่า วันนี้ผมบอกคุณทั้งหมดทุกเรื่องไม่ได้ ผมบอกได้แค่ว่าผมไม่มีปัญหาเรื่องผู้หญิงคนอื่น ผมไม่ใช่อาชญากร ไม่เคยทำผิดต่อกฎหมายบ้านเมือง” เขาหยุดพูดเว้นวรรค หญิงสาวรอฟังอย่างตั้งใจ “อาจจะทำผิดธรรมเนียมประเพณีอยู่เรื่องเดียว คืออุ้มคุณขึ้นเตียงตอนนี้”
“คุณอินทัช” เธอทุบอกเขาดังอั๊ก....
“รอสักพัก ผมจะบอกทุกเรื่องที่คุณอยากรู้” อินทัชพลิกตัวลงจูบเธอแผ่วๆ นุ่มนวล หญิงสาวตอบรับเขาอย่างยินยอมพร้อมใจเป็นครั้งแรก
#################
วันรุ่งขึ้นอินทัชพาเธอไปที่บ้านหลังขนาดย่อมๆ ไม่เล็กไม่ใหญ่ อยู่ไม่ไกลมากจากบ้านของเธอ เขาจอดรถหน้ารั้วสีขาว ลงไปไขกุญแจก่อนจะมาเลื่อนรถเข้าไปจอดในรั้วบ้าน พรรณวดีก้าวลงมามองไปรอบๆ ที่นี่ร่มรื่นเพราะมีต้นไม้ใหญ่เยอะ ไม่เหมือนบ้านเธอที่มีแต่ตึก
เขาไขกุญแจบ้านเปิดประตูออก เครื่องเรือนข้างในหลายชิ้นถูกคลุมไว้ด้วยผ้าสีขาวเป็นการป้องกันฝุ่น
“ผมว่าจะให้คนมาทำความสะอาด แต่ยังไม่ทันได้ทำเลย ฝุ่นเยอะหน่อยนะครับ”
“ที่นี่ไม่มีใครอยู่เลยเหรอคะ” พรรณวดีถาม
“ไม่มีครับ พ่อแม่ผมอยู่เมืองนอกแบบถาวร ส่วนพี่สาวผมเคยอยู่ที่นี่ก็แต่งงานย้ายออกไปอยู่กับสามีนานแล้ว พ่อแม่เลยทำเรื่องยกบ้านนี้ให้ผม” อินทัชตอบตามตรง
หญิงสาวกวาดตามองไปทั่ว ตัวบ้านแข็งแรงครึ่งปูนครึ่งไม้ ชั้นล่างเทพื้นปูด้วยหินอ่อนทั้งหลัง ชั้นบนเป็นไม้สักปูพื้นด้วยปาร์เก้ขัดมันจนเงาวับ ถ้าให้คนมาปัดฝุ่นทำความสะอาดคงจะสวยมาก เธอออกความเห็น
“คุณเหมียวชอบแต่งบ้านไหม ถ้าชอบผมจะให้คุณจัดการ จะยกกุญแจบ้านให้เลย” เขาถามดวงตาพราวแพรว
“งบล่ะคะ” เธอแกล้งถาม
“ไม่อั้น แล้วแต่คุณเหมียวชอบเลย” เขาตอบ
“เตรียมตัวหมดตัวได้เลยค่ะ” เธอหัวเราะ
“อ้อ เรื่องรถที่ตามเราวันก่อน รู้รึยังคะว่าพวกไหน” หญิงสาวเปลี่ยนเรื่อง
“ไล่ตามภาพวงจรปิดจนได้เลขทะเบียนแล้วครับ เป็นรถของลูกน้องพ่อเลี้ยงพรเทพ” อินทัชทำหน้าเครียด
“มันคงอยากได้ไร่อิงดาวมาก ช่วงนี้คุณอย่าไปไหนคนเดียว ผมเป็นห่วง”
พรรณวดีทำหน้าไม่สบอารมณ์ “ปกติฉันไปไหนมาไหนคนเดียวไม่เคยมีปัญหาอะไรเลยนะ”
“คืนนี้ค้างที่นี่ไหมครับ” ชายหนุ่มถาม
“คิดดูก่อนค่ะ” เธอบอก
“เดี๋ยวจะมีบริษัททำความสำอาดเข้ามาจัดการบ้าน เราออกไปหาซื้อของกินของใช้ ไปทานข้าวที่ห้างไหม เย็นๆ ค่อยกลับมา” เขาสำรวจแล้วว่าพวกเครื่องใช้ไฟฟ้า ตู้เย็น แอร์ เครื่องทำน้ำอุ่นยังใช้งานได้ปกติ พรรณวดีนิ่งคิด
“ไปซื้อของกันก็ได้ค่ะ งบไม่อั้นใช่ไหม” เธอถามย้ำอีกที ยิ้มกริ่มเมื่อแฟนหมาดๆ พยักหน้า มีแฟนมันดีแบบนี้เองเธอคิด