“คุณเหมียว..” เขาเรียกแต่เธอไม่รู้สึกตัว
อินทัชเดินไปหรี่แอร์ให้เย็นน้อยลง เขาดึงผ้าห่มนวมผืนใหญ่ออกจากร่างเธอ พรรณวดีสวมชุดนอนบางเบาตัวเดียว แต่ยามนี้เขาไม่มีเวลาจะเพ่งพิศความงามนั้น ชายหนุ่มใช้โทรศัพท์ภายในกดเรียกแม่บ้าน ขอยาลดไข้ อาหารอ่อนๆ ของคนป่วย ระหว่างที่รออาหารเขาเช็ดตัวเพื่อลดอุณหภูมิให้เธอ พรรณวดีรู้สึกตัวตื่นแต่เธอยังไม่มีสติมากนัก เหมือนครึ่งหลับครึ่งตื่น จนเมื่อรู้สึกถึงแรงน้ำหนักมือที่ลงหนักๆ ไปตามร่างกาย เพราะอินทัชกำลังใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตัวให้เธอตามซอกคอ ข้อพับแขนขาเธอก็ตื่นเต็มที่
“คุณ..มายังไง” เธอถามเสียงแหบ
“ผมโทรหาคุณไม่รับสาย ไลน์ก็ไม่อ่าน เป็นห่วงเลยมาดู ทำไมถึงเป็นไข้ เมื่อเช้ายังดีๆ อยู่เลย” อินทัชตอบ
พรรณวดีนิ่งคิด “ฉันแช่น้ำอุ่นนานไปหน่อยมั้งคะ ละเปิดแอร์เย็น”
ชายหนุ่มส่ายหน้าไปมาแต่ไม่พูดอะไร แม่บ้านเคาะประตูก่อนจะยกถาดอาหารและยาเข้ามาวางบนโต๊ะ มีข้าวต้มกุ้งของคนป่วย ยาลดไข้ และมีข้าวต้มกุ้งของเขาเผื่อมาด้วย อินทัชกล่าวขอบคุณ แม่บ้านรีบถอยออกไปอย่างรู้กาลเทศะ ปิดประตูอย่างเบามือ
“ลุกมาทานข้าวไหวไหมครับ”
พรรณวดียันตัวขึ้นนั่ง ผมยาวรุ่ยร่ายไปหมดแต่ก็ดูสวยไปอีกแบบ เธอหนักหัวไปหมดผิวหน้าแดงเพราะพิษไข้ อินทัชจึงยกถาดข้าวต้มมาให้เธอบนที่นอน หญิงสาวมองข้าวต้มแล้วเกิดผะอืดผะอมขึ้นมา
“ไม่กินได้ไหม ฉันจะอ้วก..” ว่าแล้วร่างบางก็รีบลุกเข้าห้องน้ำ โก่งคออาเจียนซึ่งไม่มีอะไรนอกจากน้ำดีขมๆ เธอเปิดน้ำบ้วนปากล้างหน้า อินทัชตามมาลูบหลังให้
“ดีขึ้นไหมครับ” เขาถามเมื่อเธอพยักหน้ารับ จึงพาเธอกลับมานอน
“ทานข้าวสักหน่อย จะได้ทานยาไม่งั้นคุณต้องไปรพ.นะ” เขาพูด พรรณวดีส่ายหน้า “ไม่ไป ฉันจะไปได้ยังไง”
อินทัชทำหน้าไม่เข้าใจ แต่เมื่อมองตามสายตาเธอก็เห็นรอยแดงๆ ตามผิวขาวผ่องที่เป็นฝีมือเขาเองก็เข้าใจจึงพยักหน้า
“ผมขอโทษ ลืมว่าคุณผิวบาง รอบหน้าจะไม่ให้มีรอยแบบนี้นะครับ” ว่าแล้วก็จูบแผ่วๆ ไปตามรอยช้ำนั้น พรรณวดีหน้าแดงก่ำ ผลักหน้าคมๆ ให้พ้นตัว
“พูดบ้าอะไร นี่ฉันป่วยอยู่นะ” เธอเสียงขุ่น
เขาหัวเราะ ยกถ้วยข้าวต้มขึ้นมาจัดการป้อนเธอเสียเอง เมื่อเห็นว่าคนป่วยจะไม่ยอมกินจริงๆ พรรณวดียอมทานไปสี่ห้าคำก็ไม่ทานแล้ว เขาจึงให้เธอทานยาแล้วนอน
พรรณวดีหลับไปจนถึงเย็น ตื่นมาพบอินทัชนั่งทำงานในห้องของเธอ เขาดูคร่ำเคร่งกลับไปเหมือนคนเดิมที่เคยเห็น เธอลุกขึ้นนั่งครู่นึง ก่อนจะก้าวลงจากเตียงไปเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัวพักใหญ่ เมื่อออกมาอินทัชรออยู่แล้ว
“หิวไหมครับ”
เธอพยักหน้า “นิดหน่อยค่ะ คุณทำอะไรอยู่”
“ทำงานครับเสร็จพอดี คุณอยากทานอะไร”
เธอนึกไม่ออก อินทัชจึงกดโทรศัพท์สั่งแม่บ้านให้จัดอาหารเย็น พรรณวดีหายเข้าไปในห้องแต่งตัว เปลี่ยนเสื้อผ้าให้ดูรัดกุมขึ้น ก่อนจะออกมาล้มตัวนอน เธอยังมึนๆ อยู่ แต่คุยรู้เรื่อง
“คุณเข้ามาได้ยังไง” เธอถาม
“ก็ไม่เห็นมีใครห้ามนี่” เขาตอบ
พรรณวดีนิ่วหน้า นี่ระบบความปลอดภัยของบ้านเธอไม่มีเหลือแล้วเหรอ คนนอกถึงเข้ามาเดินไปเดินมาขนาดนี้
“พี่ชายคุณบอกแม่บ้านว่าผมไม่ใช่โจร แม่บ้านเลยให้เข้ามา และผมไม่ใช่คนนอก เราไม่ใช่คนอื่นต่อกัน” เขาพูดช้าๆ
“ไม่ใช่คนนอก ไม่ใช่คนอื่น จะไม่ถามฉันสักหน่อยเหรอ” พรรณวดีทำหน้าไม่ถูก พอดีกับที่แม่บ้านยกอาหารเข้ามา ทั้งสองคนจึงเริ่มทานอาหารเงียบๆ
“คุณอินทัชฉันอยากได้ยา พาออกไปร้านยาหน่อยสิ” หญิงสาวบอกเมื่อทานข้าวเสร็จ
ชายหนุ่มขมวดคิ้ว เธออยากได้ยาอะไร “เดี๋ยวผมไปซื้อให้ บอกมาจะเอายาอะไร”
“ไม่ได้ ฉันต้องไปเอง” หญิงสาวอึกอัก เธอจะบอกได้ยังไงว่าจะไปซื้อยาคุมฉุกเฉิน ถ้าไม่รีบกินคืนนี้มันก็จะช้าไปมาก
อินทัชหรี่ตามองแต่ไม่พูดอะไร เขาพาเธอไปร้านยาใหญ่ 24 ชม. ที่อยู่ไม่ห่างจากบ้านของหญิงสาวมากนัก
“ฉันเข้าไปเอง คุณรอบนรถนี่ล่ะ” พรรณวดีบอกเขาก็ตามใจเธอ หญิงสาวหายไป 10 นาทีกลับมาพร้อมกับถุงยาเล็กๆ ที่เธอเอาใส่กระเป๋าถือ เขามองแต่ไม่ถามอะไร ออกรถพาเธอกลับบ้าน
“ขอบคุณค่ะ คุณกลับไปได้แล้ว ฉันอยากพักผ่อน” เธอบอก เขาไม่ว่าอะไร แต่เดินตามเข้ามาในบ้าน พรรณวดีขัดใจ
“คุณจะทำอะไรน่ะ” แต่อินทัชไม่ตอบ ดึงแขนเธอพาขึ้นชั้นบน พรรณวดีขืนตัวไม่ยอมโดยง่าย เขาจึงอุ้มเธอทั้งตัวพาเข้าห้องนอน
“ปล่อย” พรรณวดีดิ้นรน เธอจะไม่ยอมอีกแล้ว แต่อินทัชไม่ใส่ใจเขาก้าวยาวๆ วางร่างเธอลงบนที่นอน หญิงสาวตบเขาจนหน้าหันแล้วก็ตกใจ นึกกลัวว่าเขาจะโมโหแล้วทำร้ายร่างกายเธอรึเปล่า
อินทัชไม่ว่าอะไร แต่เขาดึงกระเป๋าเธอมาดู หยิบถุงยาออกมา พรรณวดีจะตามมาแย่งแต่ไม่ทัน ชายหนุ่มอ่านฉลากบนกล่องยาเล็กๆ
“โพสตินอร์ ทำไมต้องกิน” เขาหันมาถาม
หญิงสาวเริ่มโมโห “ถามมาได้ ทำไมต้องกิน เมื่อคืนคุณไม่ได้ป้องกันนะ”
อินทัชโยนยาทิ้ง พรรณวดีตาเหลือก เธอโมโหจนไม่รู้จะด่าเขายังไง โมโหจนร้องไห้ “ไอ้คนบ้า ออกไปจากบ้านฉันเลยนะ”