ในอีกเดือนต่อมาที่กรุงเทพฯ อินทัชและพรรณวดีมาร่วมงานแต่งงานของมินตรา พรรณวดีและน้องสาวของมินตราทั้ง 6 คนเป็นเพื่อนเจ้าสาวทั้งหมด
อินทัชมาร่วมงานในตอนค่ำ โดยที่เขาบอกเธอว่ามีธุระในช่วงเช้า พรรณวดีไม่ได้ว่าอะไร เพราะตอนเช้าเธอเองก็คงยุ่ง กับหน้าที่เพื่อนเจ้าสาวเช่นกัน
ตอนค่ำอินทัชมาร่วมงานฉลองซึ่งจัดที่โรงแรมห้าดาว งานนี้ถือเป็นงานใหญ่งานหนึ่งของเซเลปเลยทีเดียว พรรณวดีอยู่ในงานเธอเห็นชายหนุ่มมาถึงแล้ว กำลังจะเดินไปหาก็มีสุภาพสตรีเข้าไปทักเขา
“ตาอินทัชใช่ไหมจ้ะ กลับมาจากเมืองนอกเมื่อไหร่ทำไมป้าไม่รู้เลยล่ะ” เสียงสตรีสูงอายุท่านหนึ่งกล่าว คือคุณหญิงรัมภาภริยาผู้บัญชาการตำรวจ ซึ่งเป็นแขกสำคัญอีกท่านของงาน ทำให้พรรณวดีขมวดคิ้ว เธอไม่เคยรู้ว่าอินทัชรู้จักกับคุณหญิงรัมภา
“ครับคุณป้า ผมมาสักพักแล้วครับ ไม่ได้อยู่กรุงเทพฯครับ เลยยังไม่ได้ไปกราบ” อินทัชทำความเคารพคุณหญิง
“จ้ะ แล้วหนูดาวล่ะ กลับเมืองไทยมาด้วยกันไหม ปีก่อนโน้นเห็นพ่อแม่เราบอกว่าเราแต่งงานกับหนูดาวที่โน่น”
“ผมมาคนเดียวครับ ดาวยังอยู่ทางโน้น” เขาตอบ อินทัชยังไม่รู้ว่ามีใครมาอยู่ด้านหลัง
พรรณวดีได้ยินเต็มสองหู เธอหูอื้อตาลายจนต้องเกาะพนักเก้าอี้ตัวใกล้ๆ เมขลาน้องสาวคนรองจากเธอบีบมือพี่สาวแน่น เพราะเธอก็ได้ยินเช่นกัน
“อ้าว น้องเหมียวทำไมมาอยู่ตรงนี้ครับ มารอรับพี่เหรอ” เจษฎา หนุ่มสังคมที่ได้ชื่อว่าเจ้าชู้อย่างหาตัวจับยาก ปราดมาจับมือเธอ ทำให้อินทัชรู้ว่าหญิงสาวอยู่ข้างหลังเขา เขาหันมาเห็นเธอหน้าซีด แต่เข้าไม่ถึงตัวเธอ
“น้องเหมียวหน้าซีดมือเย็นจังเลย ดีใจที่เจอพี่ขนาดนี้เลยเหรอครับ โอ๋ๆๆ ไปครับ พี่พาไปนั่งพัก” เจษฎาถือโอกาสพาหญิงสาวออกจากตรงนั้น อินทัชจะก้าวตามแต่เมขลาขวางหน้าไว้
“ไปคุยกับผู้ใหญ่ต่อเถอะค่ะ จะเสียมารยาทนะคะคุณอินทัช”
“ขอบคุณค่ะพี่เจษ” พรรณวดีขอบคุณเขาเมื่อมาอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของคาสโนวาหนุ่ม ใช่แล้วที่นี่เป็นโรงแรมที่เขาเป็นกรรมการบริหารนั่นเอง
“เหมียวรู้จักผู้ชายคนนั้นรึเปล่า” เจษฎาถามอย่างจริงจัง แววขี้เล่น นัยน์ตาแพรวพราวแบบเมื่อครู่หายไปจนหมด ราวกับคนละคน
“เมื่อก่อนคิดว่ารู้จักค่ะ” เธอตอบตามตรง ตอนนี้เธอไม่รู้เลยว่าอินทัชที่เธอรู้จักกับตัวตนจริงๆ ของเขา ตรงกันมากน้อยแค่ไหน
“เฮ้อ...” เจษฎาถอนใจ “พี่รู้แค่ว่าเขาเป็นหลานชายของคุณหญิงรัมภา แม่ของเขาเป็นน้องสาวคุณหญิงน่ะ แล้วก็...” เขาเว้นวรรค “น้องดาวที่คุณหญิงพูดถึง ก็เป็นคู่หมั้นเขาเป็นลูกสาวของเพื่อนแม่ หมั้นกันตั้งเป็นสิบปี พี่ก็ได้ยินอยู่ว่าเขาไปแต่งงานกันที่อเมริกา แต่ไม่รู้เรื่องจริงเป็นไง”
ชัดเจนยิ่งกว่าที่คุณหญิงรัมภาพูด อินทัชแต่งงานแล้ว สิ่งที่เธอเกลียดที่สุดคือการเข้าไปเป็นมือที่สามของคนอื่น เธอรู้ซึ้งว่ามันไม่ได้มีความสุขจริง เพราะมารดาของเธอก็เคยอยู่ในฐานะนั้นมาก่อน จนต้องแยกตัวออกมาอยู่ที่ไร่อิงดาว ก่อนที่ท่านจะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต
“พี่ถามได้ไหม เหมียวรู้จักกับผู้ชายคนนั้นในฐานะอะไร” เจษฎาถาม แม้จะดูเสียมารยาทแต่เขาคิดว่าจำเป็นที่เขาต้องรู้
“เราคบกันค่ะ เขาขอเหมียวแต่งงาน” เธอตอบ
“แล้วตอนนี้รู้แล้ว เหมียวจะทำไง” ชายหนุ่มถาม แต่พรรณวดีส่ายหน้า เธอคิดอะไรไม่ออก ความจริงที่เจอทำให้เธอคิดอะไรไม่ออก
“ไม่รู้ค่ะพี่เจษ แต่เหมียวคงกลับไปคบเขาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นไม่ได้”
เสียงโทรศัพท์ของหญิงสาวดังขึ้นมา เธอหยิบมาดูและกดปิดเสียง เธอเริ่มร้องไห้เงียบๆ เจษฎาทำได้แค่ส่งทิชชู่ให้เธอเพราะผ้าเช็ดหน้าของเขามันเปียกชุ่มไปหมดแล้ว
เขาอยู่เป็นเพื่อนเธออยู่นาน ราว 40 นาทีได้ จนมีเสียงสายเข้าของเจษฎาเอง
“ครับ” เขารับสาย
“พี่เจษ พี่เหมียวอยู่กับพี่รึเปล่า” เมขลาส่งเสียงมาตามสาย
“อยู่ เมจะเข้ามาหาเหมียวรึเปล่า เดี๋ยวพี่ให้คนไปรับ”
“ไม่ต้องค่ะ จะบอกว่าตอนนี้คุณอินทัชเขามารอเจอพี่เหมียว พี่เหมียวเป็นไงบ้างคะ เมแอบมาโทรในห้องน้ำค่ะตอนนี้”
“ไม่เป็นไร ถ้าเหมียวไม่อยากเจอผู้ชายคนนั้น พี่จะพาเหมียวออกไปทางลิฟต์ส่วนตัวของพี่ เดี๋ยวพี่ไปส่งเหมียวที่คอนโดละกันครับ” เจษฎาตัดสินใจ
เจษฎาพาพรรณวดีออกจากโรงแรมโดยไปทางลิฟต์ส่วนตัวของชายหนุ่ม ที่เชื่อมต่อถึงลานจอดรถเฉพาะของเขา จึงไม่มีใครเห็น เขาไปส่งพรรณวดีที่คอนโดของเธอซึ่งอินทัชไม่รู้จัก
คืนนั้นเมขลาตามมาอยู่เป็นเพื่อนพรรณวดีในตอนดึก
“เมบอกพ่อแม่กะพี่มิน ว่าพี่เหมียวปวดหัวเลยขอกลับก่อนค่ะ” เมขลาเล่า “ส่วนคุณอินทัชก็รอจะเจอพี่ให้ได้ ผู้ชายอะไรหน้าด้านที่สุด” น้องสาวโมโหแทนพี่เป็นฟืนเป็นไฟ
โทรศัพท์ของพรรณวดีดังขึ้นอีก เป็นสายของอินทัชเหมือนเดิม เมขลาคว้ามากดปิดแล้วโยนไปอีกทาง
เมขลาเปิดโน้ตบุ๊คหาข้อมูลของอินทัช กรณรงค์ ในกูเกิ้ลพบว่าเขาเป็นหลานชายของภริยาผู้บัญชาการตำรวจจริง และมีข้อมูลส่วนตัวไม่มากว่า เขาย้ายไปอเมริกาตั้งแต่ 5 ปีที่แล้วพร้อมบิดามารดาและคู่หมั้น มีข่าวเล็กๆ ว่าเขาแต่งงานกับคู่หมั้นสาวเมื่อ 2 ปีที่แล้วที่อเมริกานั่นเอง
“2 ปีเหรอ เขามาอยู่ที่นี่กี่ปีแล้วนะพี่” เมขลาถาม
“เท่าที่พี่เจอเขาที่ไร่พี่วินท์ ก็ 2 ปี” พรรณวดีตอบ
“แต่งแล้วก็ทิ้งเมียมาเลยเหรอ ชั่วจริงๆ” เมขลาบ่น พรรณวดีเริ่มร้องไห้อีกรอบ เมขลาเข้ามากอดพี่สาว
“ร้องเลยพี่ ร้องให้พอ แล้วอย่าไปร้องให้คนแบบนั้นอีก”