รุ่งขึ้นสองหนุ่มสาวเดินทางกันตั้งแต่เช้า ไปถึงดอยช้าง ต. วาวีตอนใกล้เที่ยง เลขาของพรรณวดีจองบ้านพักไว้ที่ดอยช้างให้พวกเขาทั้งสองคน ระหว่างทางขึ้นดอยช้างจะผ่านป่าสนซึ่งมีความสวยงาม หญิงสาวชอบที่นี่มาก ทำให้อินทัชมีความสุขตามไปด้วย ตั้งแต่คบหากันจริงจังเขาได้เห็นเธอในมุมที่ไม่เคยเห็น หรือต้องพูดว่าไม่คิดว่าจะเห็นหญิงสาวในมุมแบบนี้มากกว่า ภาพของหญิงสาวสังคม ปราดเปรียว ชอบชีวิตที่หรูหรา ไม่ทำอะไรจริงจัง ใช้ชีวิตแบบไม่มีแก่นสาร
เขาได้พบว่าความจริงแล้วเธอเป็นคนที่เดินทางไปนั่นมานี่และทำงานไปด้วยพร้อมกัน อยู่ในสังคมไฮโซได้แบบไม่ขัดเขินแต่ก็สามารถมีชีวิตที่ธรรมดาไปด้วยกันได้ ซึ่งจริงๆ ก็แทบไม่ต่างจากสิ่งที่เขาเป็นเลย
หญิงสาวนัดคุยกับซัพพลายเออร์ช่วงบ่าย ซึ่งการเจรจาเป็นไปอย่างดี อินทัชให้เวลาเธอทำงานแบบไม่แทรกแซง โดยการที่ตัวเขาไปสำรวจรอบๆ และหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในเรื่องของไร่กาแฟ ดูไอเดียการจัดวางสินค้าโอทอปต่างๆ เผื่อไปปรับใช้ที่คาเฟ่อคาเดมี่
อินทัชยืนอยู่บนระเบียงห้องพักซึ่งมีลักษณะปลูกบนเนิน ทำให้เขามองเห็นรถที่จอดอยู่ในส่วนร้านอาหารด้านล่าง และเขาคิดว่าเห็นใครที่คุ้นตา พ่อเลี้ยงพรเทพนั่นเอง ชายวัยกลางคนก้าวลงจากรถส่วนตัว เดินเข้าไปในร้านอาหารแห่งนั้น เขาจึงรีบไปสังเกตการณ์ พบว่าพรเทพนัดชายผู้หนึ่งท่าทางเหมือนคนจีน เขาใช้กล้องซูมในระยะไกล แต่ยังพอมีความคมชัดพอสมควรถ่ายรูปไว้ เพื่อไปหาข้อมูลว่าพรเทพมาพบใคร
ชายทั้งสองคนคุยธุระประมาณ 20 นาที มีการแลกเปลี่ยนอะไรบางอย่าง พรเทพส่งอะไรบางอย่างที่บรรจุในกล่องหนังสีดำขนาดเท่าฝ่ามือ ชายผู้นั้นรับไปและทั้งสองฝ่ายแยกย้ายอย่างรวดเร็ว ทั้งหมดอินทัชบันทึกภาพไว้ในกล้องหมดแล้ว เขาอยู่รอจนพรเทพขึ้นรถออกไปแล้ว จึงกลับมาที่บ้านพัก จัดการโหลดไฟล์ภาพและวิดีโอทั้งหมดส่งให้ตฤน
“มาแล้วค่ะ” พรรณวดีเปิดประตูเข้ามา อินทัชลบข้อมูลในกล้องเสร็จพอดี หันไปเห็นคนรักเดินมาอย่างร่าเริง
“เรียบร้อยไหมครับ” เขาถาม
“ค่ะ เสร็จงานแล้ว” เธอเก็บแฟ้มเอกสารเข้าที่ พลางชวนอินทัชไปหาอะไรทาน “หิวไหมคะ ไปหาอะไรทานกัน”
“หิวมาก” เขาเดินมากอดเอวเล็ก รั้งร่างเธอมาแนบชิดตัว จูบเธออย่างเร่าร้อนแต่พรรณวดีเบี่ยงหน้าหนี ดันอกเขาออกห่าง หัวเราะคิกคัก
“ไม่ใช่หิวแบบนี้ค่ะ”
อินทัชถอยหลังจนไปนั่งบนขอบเตียงโดยที่ดึงร่างเธอตามไปด้วย จับพรรณวดีนั่งบนตัก หันหน้ามาหาเขา
“ผมว่าจะรอบรรยากาศดีๆ แล้วค่อยพูด แต่เปลี่ยนใจแล้ว พูดเลยดีกว่า” เขาพูดแล้วหยุดนิ่ง หญิงสาวจ้องเขาอย่างแปลกใจ “คะ”
“ผมอยากขอคุณแต่งงานแต่ไม่รู้จะพูดยังไง ก็คงต้องถามตรงๆ ว่าเหมียวจะแต่งงานกับผมไหม” เขาสบตาเธอรอฟังคำตอบ
พรรณวดีช็อก..เมื่อได้ยินคำพูดนั้น เธอไม่ได้ตั้งตัวมาก่อน “คะ คุณพูดจริงเหรอ”
“ทำไมถึงคิดว่าผมจะพูดเล่น” ชายหนุ่มกอดร่างเธอแน่นขึ้น เหมือนจะย้ำให้เธอแน่ใจ
“คุณไม่เคยพูดถึงอนาคตอะไรเลยสักอย่าง จนเหมียวไม่เคยนึกว่าคุณจะอยากแต่งงาน” เธอพูดด้วยความรู้สึกไม่อยากเชื่อ
“เปล่าเลย ผมคิดตั้งแต่วันแรกที่แตะต้องคุณ” เขายิ้มให้เธอ “คุณเป็นน้องสาวคุณไรวินท์ ถ้าผมไม่คิดจะจริงจังคงไม่แตะคุณให้เสี่ยงเป็นผีเฝ้าสวนกาแฟหรอก” เขาหัวเราะเบาๆ
“คนบ้า นี่แน่ะ.. แกล้งให้เหมียวคิดอยู่ได้ว่าทำไมคุณไม่คิดเรื่องนี้เลย ไม่เคยพูดถึงอนาคตแล้วมาอยู่ มานอนด้วยกันทุกวันทำไม” หญิงสาวทุบเขาอย่างแรง ร้องไห้ไปด้วย
อินทัชปล่อยให้คนรักทุบตามพอใจ “ไม่ใช่ว่าไม่คิด แต่ผมมีภารกิจอยู่ จะมีชีวิตรอดไปถึงวันไหนก็ไม่รู้ จริงๆ ว่าจะรอให้จบงานก่อนค่อยขอคุณแต่งงาน แต่กลัวคุณคิดมากอีกอย่างคือไม่อยากให้เรื่องของเราเป็นเรื่องสนุกปากของคนอื่น ผมไม่อยากให้ใครมองคุณไม่ดี”
เขาทิ้งตัวนอนหงายบนที่นอน โดยมีพรรณวดีนอนซบอยู่บนอก “ขอบคุณค่ะ” เธอเลื่อนตัวขึ้นจูบปลายคางเขาแผ่วๆ
“รองานคุณเสร็จก่อนก็ได้ค่ะ ค่อยไปคุยกับคุณพ่อ”
“ขอมัดจำก่อนละกัน” เขาว่าก่อนจะพลิกเธอลงใต้ร่าง สอดปลายนิ้วไปตามเรือนผมนุ่มสลวย จูบคนรักอย่างเรียกร้องและเธอก็ตอบสนองอย่างเต็มใจ
สามเดือนต่อมา ร้านชิชาคาเฟ่ของอารยาก็เปิดร้านเรียบร้อย ตฤนส่งสายหาข่าวของตัวเองเข้าไปเป็นพนักงานในร้านด้วย เพื่อคอยสืบข่าว มีความคืบหน้าทางคดีพอสมควร
อินทัชไปพบบิดากับมารดาเลี้ยงของพรรณวดีเมื่อหนึ่งเดือนก่อนหน้านั้น โดยไปพร้อมกับที่เธอต้องไปบ้านบิดาเดือนละครั้ง เขาพบว่าบ้านเธอฝ่ายบิดาเป็นครอบครัวใหญ่ บิดาเธอมีภรรยาสามคน ตัวพรรณวดีเองเป็นลูกของเจ้าพรรณรายซึ่งเป็นภรรยาคนที่สอง เจ้าพรรณรายเสียชีวิตตั้งแต่เธออายุ 8 ขวบ เธอจึงไม่มีพี่น้องมารดาเดียวกัน แต่มีพี่น้องร่วมบิดา 6 คนเป็นผู้หญิงทั้งหมด พรรณรายเป็นบุตรสาวคนที่สี่ของบิดา เธอจึงมีน้องสาวต่างมารดาอีก 3 คน ข้อดีคือพวกเธอทั้ง 7 คนไม่เคยทะเลาะหรือผิดใจกันเลย ยังคงปรองดองกันดี
คุณอเนกบิดาของพรรณวดีออกปากชวนอินทัชมาร่วมงานฉลองสมรสของ มินตรา บุตรสาวคนโตซึ่งจะจัดในอีก 1 เดือนข้างหน้า และเขาก็รับปากจะไปร่วมงาน