ตอนที่ 4 ร้อนระอุแผดเผา

1961 Words
“ขอโทษที่มาสายนะคะ เย็นวันศุกร์ รถติดมากเลยค่ะ” พริ้มพราวในชุดเดรสทันสมัยสีแดงนั่งลงฝั่งตรงข้ามโดยแอนดริวลุกขึ้นมาเลื่อนเก้าอี้ให้ “ไม่เป็นไรครับ ผมรอคุณพราวได้เสมอ” คิ้วที่กันแต่งเป็นทรงสวยเลิกขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมเบิกกว้างเมื่อมองหน้าชายหนุ่มที่เธอขับรถชนท้ายชัด ๆ เขาหล่อมาก ตัวสูงใหญ่ ผิวพรรณขาวสะอาด ยิ่งใส่สูทสีเทาเข้มยิ่งทำให้เขาดูดีไปทุกกระเบียดนิ้วจนหัวใจดวงน้อยเต้นกระตุก “เอ่อ ค่ะ คุณสั่งอาหารหรือยังคะ สั่งได้เลยนะ เดี๋ยววันนี้พราวเลี้ยงคุณเอง” เพราะความประหม่ากับสายตาคมกริบที่แปลความหมายไม่ออกทำพริ้มพราวเปิดเล่มเมนูเพื่อสั่งอาหารแก้เขิน เขาเห็นดังนั้นจึงอมยิ้มแล้วทำตามบ้าง “ผมไม่เคยมาร้านนี้เลย ตกแต่งหรูหราดีนะครับ ไม่รู้ว่าอะไรอร่อยบ้าง” ชายหนุ่มชวนคุย เธอในฐานะเจ้ามือจึงยื่นหน้าไปแนะนำเมนูเด็ดของที่ร้านที่ถ้าเธอมากับเพื่อนก็มักจะสั่งกันเป็นประจำ “สเต๊กวากิวเลยค่ะ เนื้อที่นี่เขาดีมาก ๆ นุ่มละมุนเหมือนกับจะละลายในปากเลย กินคู่กับสลัดเข้ากันสุด ๆ ไม่อ้วน ได้ทั้งโปรตีนและไฟเบอร์” คนหล่ออมยิ้มเอ็นดูคนช่างพูด เธอไม่เห็นเหมือนคุณหนูแสนหยิ่งที่ชายหนุ่มเล่าลือกันสักนิด แต่ถึงแม้ว่าเธอจะหยิ่งแค่ไหน ถ้าเขาอยากได้อย่างไรก็จะตามจีบเอามาเป็นแฟนให้จงได้ “ครับ งั้นผมเอาตามที่คุณพราวแนะนำเลย” หลังจากที่ทั้งคู่จัดการกับอาหารของตัวเองไปสักพัก คนตัวบางก็วางช้อน ยกแก้วน้ำทรงสวยขึ้นจิบแล้วเอ่ยขึ้น “รถคุณเป็นยังไงบ้างคะ ค่าเสียหายเท่าไหร่คุณบอกมาได้เลยนะ พราวจะชดใช้ให้ค่ะ” “รถผมมีประกันครับ” พูดพลางอมยิ้ม ทำหญิงสาวชะงัก “นั่นสินะคะ พราวลืมไปได้ยังไง รถคุณหรูออกขนาดนั้น ถ้าคุณไม่มีประกัน พราวคงกระเป๋าฉีก” สาวสวยทำท่าขนลุกซู่ ทั้งที่รถของเธอก็หรูหราราคาแพงไม่ต่างจากเขาเลย “ต่อให้ผมไม่มีประกัน ผมก็ไม่เก็บเงินคุณพราวหรอกครับ เรื่องแค่นี้เอง ผมจัดการได้” พูดกลั้วหัวเราะ แววตาสุกสกาวทำเขามีเสน่ห์ขึ้นอีกเป็นกอง “ได้ไงคะ พราวเป็นคนผิดที่ขับรถชนคุณ พราวก็ต้องรับผิดชอบ ต่อให้กระเป๋าฉีกก็ต้องจ่ายค่ะ พราวไม่ชอบเอาเปรียบใคร” “งั้นเอาไว้คุณพราวขับรถชนท้ายผมคราวหน้านะครับ ค่อยเรียกประกันของคุณพราวมาเคลม ครั้งนี้ต่างคนต่างซ่อมสะดวกกว่า” คำพูดนั้นทำพริ้มพราวหลุดหัวเราะ บรรยากาศผ่อนคลายให้ความรู้สึกสบายใจ ทำให้เธออยากที่จะคุยกับเขามากกว่าผู้ชายคนอื่นที่เข้าหาเธอหวังจีบ ซึ่งเธอจะเอ่ยปฏิเสธทันทีที่คนเหล่านั้นอ้าปากพูด “ยังจะมีคราวหน้าอีกเหรอคะ พราวเข็ดแล้วค่ะ ทั้งรีบทั้งตกใจ วันนั้นวุ่นวายไปหมด” “นั่นสิครับ แต่ถ้าคุณพราวไม่ขับรถชนท้ายผมอีก เรายังจะได้เจอกันอีกไหม” ทั้งคำพูดและแววตาทรงเสน่ห์ทำหญิงสาวแก้มแดงซ่านทันตา เธอกระแอมแก้เก้อ ยกแก้วน้ำขึ้นจิบ แล้วปั้นยิ้มราวสาวมั่นใจคนเดิม “คุณอยากจะเจอพราวอีกเหรอคะ” “ครับ” “แต่พราวยังไม่อยากมีแฟน พราวยังไม่เคยคิดเรื่องนี้” พูดไปแล้วต้องชะงัก เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองไม่มีสิทธิมีคนรักอีกแล้วเพราะพันธะของพวกผู้ใหญ่ที่รออยู่ข้างหน้า “ก็ไม่เป็นไรนี่ครับ เราคบหากันแบบเพื่อนก็ได้ ผมรู้สึกถูกชะตากับคุณพราวนะ คุยด้วยแล้วสนุกดี” “เพื่อนเหรอคะ” พริ้มพราวเลิกคิ้ว ตลอดชีวิตเธอมีเพื่อนต่างเพศที่สนิทสนมกันแค่คนเดียวเท่านั้น นอกนั้นเป็นเพื่อนผู้หญิง และก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้คิดจะคบใครเพิ่ม “ครับ รับผมไว้เป็นเพื่อนของคุณพราวสักคนนะครับ” แววตาจริงใจทำพริ้มพราวไม่อาจปฏิเสธได้ ดีเหมือนกัน บางทีการมีเพื่อนใหม่อาจทำให้ชีวิตต่อจากนี้ของเธอไม่น่าเบื่อจนเกินไปนัก “ได้ค่ะ” “ขอบคุณมากครับคุณพราว” **************** เอเดนเปิดประตูเข้ามาในห้องของแฟนสาวก็พบโต๊ะดินเนอร์หรู เขาชะงักกัดกรามแน่น มองคนรักในชุดเดรสสายเดี่ยวสีแดงที่กำลังเดินตรงเข้ามากอดจูบเขาอย่างที่เคยทำ “มาช้านะคะเอเดน” รดา สาวสวยสุดเซ็กซี่วัยยี่สิบหกปี ทายาทปลายแถวตระกูลสมิธ ผู้เป็นเจ้าของธุรกิจซอฟต์แวร์อันดับต้น ๆ ของไทย โน้มลำคอชายหนุ่มลงรับจูบอีกครั้ง คนตัวโตหลับตาพริ้ม บดเบียดกลีบปากเร่าร้อนก่อนข่มอารมณ์หนุ่มเอาไว้ไม่ทำอะไรอย่างที่เคยทำให้เสียเรื่อง วันนี้เขาตั้งใจมาบอกเลิกเธอ เลิกทั้งที่ยังรัก เพื่อทำตามความต้องการของพ่อและเพื่อปกป้องทุกอย่างที่เขารักเอาไว้ รวมทั้งความรู้สึกของแม่ด้วย “พอก่อนดา ผมมีเวลาไม่มาก เรามาคุยกันก่อนเถอะ” รดาย่นหัวคิ้ว มองหน้าคนรักด้วยความแปลกใจเพราะปกติเขาไม่เคยปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไป “เอาไว้ทีหลังไม่ได้หรือคะ เราไม่ได้เจอกันมาเป็นเดือน ๆ แล้วนะเอเดน คุณไม่คิดถึงดาบ้างหรือไง” มือเล็กยุ่มย่ามรูดเนกไทออก แต่เขากลับกำข้อมือเธอไว้หลวม ๆ เพื่อห้าม “วันนี้ที่ผมนัดเจอคุณเพราะมีธุระด่วนจริง ๆ ไปคุยกันก่อนเถอะ” จูงมือเล็กมานั่งข้างกันบนโซฟา ดึงเธอมากอดแล้วจูบหน้าผากมนหนัก ๆ ก่อนกลั้นใจผละห่าง “ผมขอโทษนะดา เราเลิกกันเถอะ” หญิงสาวเบิกตาตกใจ ส่ายหน้าไม่เชื่อ เมื่อคิดได้ว่าเขาอาจล้อเธอเล่นเพราะตลอดเวลาที่คบกันมาหลายปีแทบไม่เคยมีเรื่องระหองระแหงเลย จึงเอื้อมคว้ามือใหญ่ไว้ “เอเดน คุณต้องกำลังล้อดาเล่นอยู่แน่ ๆ ไม่เอาสิคะ เรื่องแบบนี้มาพูดเล่นได้ยังไง” ส่ายหน้าหวือ อย่างไรก็ไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดว่าคนอย่างเอเดนที่หลงใหลเธอมากจะหมดรักเธอง่าย ๆ แม้เขาจะเคยเจ้าชู้ แต่คนอย่างรดาก็เอาอยู่ “ผมขอโทษดา ผมไม่ได้พูดเล่น ผมกำลังจะหมั้นและแต่งงานเร็ว ๆ นี้ คราวนี้ผมขัดพ่อไม่ได้ มันจำเป็นจริง ๆ” คำกล่าวอ้างไปถึงพ่อทำให้เธอเข้าใจอะไรมากขึ้นว่านี่คงไม่ใช่เรื่องล้อเล่นอีกต่อไป พ่อของเขาไม่เคยยอมรับเธอเป็นว่าที่ลูกสะใภ้ เพราะอะไรนั้นเธอเองก็รู้ดี “ทำไมคะเอเดน เรารักกัน ดาเองก็ไม่ได้กระจอก” “ผมผิดเองดา ผิดเองที่ขัดคำสั่งพ่อแต่แรก คิดว่าจะทำทุกอย่างเพื่อให้เราอยู่ด้วยกันได้ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ มันมีอะไรมากมายในครอบครัวผม และผมจำเป็นต้องเลือก ขอโทษที่ผมเห็นแก่ตัว ผมเสียใจจริง ๆ” รดาน้ำตาร่วงเผาะ เธอกัดริมฝีปากที่สั่นระริก มองคนรักด้วยแววตารวดร้าว เอเดนกัดกรามกำมือแน่น ดวงตาเจ็บปวดร้าวรานไม่ต่างกัน ก่อนคว้าคนตัวบางเข้ามากอด ดวงตากลมโตวาวโรจน์ นึกเกลียดชังและเจ็บใจพ่อจอมเจ้ากี้เจ้าการของเขา ก่อนหน้านี้เธอสู้อุตส่าห์ปล่อยผ่านเพราะถือว่ารักเอเดนจริง ๆ และคิดว่าตัวเองเหนือกว่าตรงที่เอเดนเป็นคนเอาแต่ใจ อย่างไรก็ต้องงัดข้อกับพ่อและแต่งงานกับเธอจนได้...แต่เธอคิดผิด แม้ตอนแรกเธอจะถูกส่งเข้าหาเขาเพื่อล่อลวงให้เขาตกหลุมรักแล้วลงมือแก้แค้นตามแผนของพ่อ ทว่าทันทีที่สบตา เธอกับเขาดันตกหลุมรักกันจริง ๆ ทุกวันนี้เธอยอมมีปัญหากับพ่อก็เพื่อได้อยู่กับเขา สุดท้ายที่เธอหักหลังพ่อตัวเองก็เป็นอะไรที่สูญเปล่า เมื่อเขาไม่ได้รักเธอมากเท่าที่เธอรักเขา แต่เรื่องอะไรจะยอมเลิกง่าย ๆ ในเมื่อผู้ชายคนนี้ต้องเป็นของเธอเท่านั้น “ไม่ค่ะ ดาไม่เลิก” “ดา...” เอเดนดันไหล่คนรักออก สบแววตาที่เปลี่ยนเป็นแสนเศร้าฉับพลันทำหัวใจแกร่งปวดหนึบ “คุณต้องหมั้นกับใครคะ บอกดาหน่อยสิ” เอเดนอึกอัก แต่สุดท้ายก็ยอมบอก “พริ้มพราว คลาร์ก ลูกสาวเพื่อนรุ่นน้องของพ่อผมเอง ผู้ใหญ่หมั้นหมายกันไว้ให้ตั้งแต่เด็ก ๆ ผมเองก็เพิ่งรู้” ชื่อทายาทตระกูลมาเฟียชื่อดังทำรดากัดกรามกำมือแน่นด้วยความเจ็บใจ นึกเกลียดชังพ่อของเขาจนอยากฆ่าให้ตายเสียตอนนี้ “พ่อคุณเข้าใจหาคู่หมั้นให้นะคะ ทายาทตระกูลคลาร์ก ใครปฏิเสธก็โง่เต็มทนแล้ว” น้ำเสียงราวน้อยเนื้อต่ำใจยิ่งทำให้เอเดนเจ็บปวด “ดา ไม่พูดแบบนี้สิ คุณก็รู้ว่าผมรักคุณ” “รักดา แล้วทำไมต้องบอกเลิกดาไปหมั้นกับคนอื่น” “ผมจำเป็นจริง ๆ คุณก็รู้ว่าครอบครัวผมมีปัญหาภายใน ถ้าผมไม่หมั้นกับพริ้มพราว พ่อจะให้แอนดริวหมั้นแทน แล้วตำแหน่งของผมจะสั่นคลอน แม่ของผมท่านก็จะเสียใจ สองแม่ลูกนั่นมาพรากความสุขไปจากแม่ผมมากพอแล้ว ผมยอมให้เกิดอะไรขึ้นอีกไม่ได้” “คุณรักแม่ แต่ไม่รักดาเลย” คนตัวบางหันหลังหนี เอเดนที่กำลังร้อนใจจึงขยับเข้าสวมกอด “ผมรู้ว่าผมมันชั่ว ผมมันเห็นแก่ตัว ที่ต้องเลือกแบบนี้ผมก็เจ็บเหมือนกัน” เสียงกระซิบแผ่วทำดวงตากลมโตวาววับ ก่อนจะหันกลับมาหาคนรักแล้วเปลี่ยนสีหน้าเป็นแสนเศร้าดังเดิม “งั้นคุณก็ไม่ต้องเลิกกับดาสิคะ พ่อคุณอยากให้หมั้นก็หมั้นไป จะแต่งก็ได้ แต่แต่งแล้วต้องเลิกกันทันที ดาให้เวลาคุณอยู่กับผู้หญิงคนนั้นในฐานะสามีภรรยานานสุดแค่สามเดือนค่ะ ดารอคุณได้” เอเดนเบิกตากว้างตกใจกับความคิดของคนรัก ถึงเขาจะเลวที่ทิ้งเธอไปอย่างคนไม่มีความรับผิดชอบ แต่ก็ไม่อาจดึงผู้หญิงคนนั้นที่ไม่รู้เห็นอะไรด้วยมาลงนรก แม้เขาจะเจ็บปวดและไม่เต็มใจแต่งงาน แต่ก็ไม่ได้คิดจะหลอกลวงหรือทอดทิ้ง ตั้งใจว่าจะให้ผู้หญิงคนนั้นเป็นฝ่ายเลือกเอง ว่าจะอยู่หรือจะไปจากเขา แต่ต้องหลังจากที่ทั้งคู่ทำตามความต้องการของผู้ใหญ่แล้วเท่านั้น “ผมทำแบบนั้นไม่ได้ ผู้หญิงคนนั้นไม่รู้เห็นอะไรด้วย ขอโทษนะดา เราต้องเลิกกันจริง ๆ คุณอย่ารอผมเลย” หนุ่มสาวจ้องตากันเนิ่นนาน ต่างไม่เข้าใจสิ่งที่อยู่ในแววตาของอีกฝ่าย ก่อนรดาจะทำลายความเงียบก่อน “ดาไม่เลิกค่ะ คุณจะคิดอะไรก็เรื่องของคุณ แต่ดาจะคิดแบบนี้ ดาจะไม่มีวันยอมเสียคุณไปเด็ดขาด เอเดน” คนตัวบางโผเข้ากอดจูบทำคนตัวโตล้มหงาย ก่อนความผูกพันของหนุ่มสาวจะเป็นตัวจุดชนวนเชื้อไฟให้ปะทุร้อนระอุแผดเผาอีกครั้ง แม้จะไม่มีสถานะต่อกันแล้วก็ตาม
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD