“แกไปไหนมา เอเดน ไปหาแฟนลูกศัตรูของแกมาอีกแล้วใช่ไหม”
ทันทีที่เอเดนกลับเข้าบ้าน แอรอนที่นั่งดื่มอยู่ตรงบาร์เหล้าในโถงกว้างก็ปรี่เข้าหา
“ครับ ผมไปหาดามา”
“นี่แกยังคบกับแม่นั่นอยู่อีกเหรอ ฉันหมั้นหมายผู้หญิงดี ๆ ไว้ให้ แต่แกก็ยังไปนอนกับของโสมมลูกหลานตระกูลสมิธ ทำไมแกโง่ขนาดนี้ ดูไม่ออกหรือไงว่ามันส่งผู้หญิงคนนั้นมาทำลายแก”
แอรอนตวาดลั่น ยิ่งมีแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดอารมณ์ยิ่งเดือดพล่าน ทั้งเตือน ทั้งขู่ ทั้งทะเลาะกันหลายครั้งแต่ลูกชายคนโตก็ยังเอาแต่ใจ คบหากับผู้หญิงคนนั้นเรื่อยมาหลายปี
“ดาไม่ได้เป็นแบบนั้นพ่อก็รู้ อย่างน้อยเราก็รักกันจริง เรื่องบ้า ๆ พวกนั้นเราไม่ได้สนใจด้วยซ้ำ”
“ฉลาดทุกเรื่อง แต่เรื่องผู้หญิงอย่าโง่ให้มันมาก” รู้สึกหงุดหงิดลูกชายจนอยากตีอกชกตัว
“ผมก็ไม่ได้โง่ขนาดนั้นหรอกครับพ่อ เพราะถ้าผมโง่ ผมคงไม่เลือกที่จะทิ้งดาแล้วไปหมั้นกับลูกสาวเพื่อนพ่อ” เอเดนหลุดคำพูดออกมาอย่างเหลืออด ทำคนเป็นพ่อชะงัก เขาจึงพูดต่อ
“ผมไปบอกเลิกดามาแล้ว พอใจหรือยังครับ จากนี้ไปพ่อจะจับผมหมั้นหรือแต่งงานกับใครก็ตามสบายเลย แต่ผมไม่รับประกันนะว่าผู้หญิงที่พ่อหาให้จะมีความสุข ผมจะทำอะไร จะมีเมียน้อยอีกกี่คนก็เรื่องของผม ผมจะไม่สนใจเมียที่นอนกอดทะเบียนสมรสอยู่ที่บ้าน จะไม่แตะต้อง จะไม่เข้าใกล้ พ่อคอยดูผลจากสิ่งที่พ่อทำได้เลย แล้วก็อย่าเอาเรื่องตำแหน่งประธานมากดดันบังคับผมอีก ผมจะไม่ทำอะไรตามที่พ่อสั่งอีกแล้ว ผมให้พ่อเรื่องนี้แค่เรื่องเดียว เพราะเรื่องเดียวก็ทำชีวิตผมพังแล้วครับ”
ทั้งคำพูด น้ำเสียง และแววตารวดร้าวของลูกชายทำแอรอนชะงัก มองแผ่นหลังกว้างเดินจากไป ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้วยความเจ็บปวดไม่ต่างกัน
“ที่พ่อทำแบบนี้เพราะพ่อรักแกที่สุด เอเดน”
ภาพความรักและความรู้สึกผิดของเขาต่อลูกเมียที่ถูกต้องตามกฎหมายฉายชัดเข้ามาในมโนสำนึกเป็นฉาก ๆ แม้เขาจะไม่ได้รักใคร่ไยดีเมียแต่งมากมาย แต่หลังจากที่เขาทำเธอเสียใจเรื่องที่ทำผู้หญิงคนอื่นท้องก็รู้สึกผิดอยู่ลึก ๆ เสมอมา
ลูกชายคนโตมองเขาด้วยแววตาเปลี่ยนไป คอยกางปีกปกป้องแม่ตัวเองและตั้งแง่กับทุกคนจนกลายเป็นคนแข็งกระด้างไร้หัวใจ
ตั้งแต่วันที่เอเดนจำความได้และรับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น เขาก็ได้สูญเสียลูกชายที่รักและมองเขาเป็นฮีโร่ไปตลอดกาล
*************
“เพิ่งกลับมาเหรอลูก”
กำลังจะเปิดประตูเข้าห้อง เสียงนุ่มนวลของมารดาก็ดังขึ้นเบื้องหลัง
“ครับ ทำไมแม่ยังไม่นอนอีก ดึกมากแล้วนะครับ เดี๋ยวก็ป่วยหรอก”
เอเดนตรงเข้าประคองคนตัวบาง ตั้งใจจะพาไปส่งที่ห้อง แต่คนเป็นแม่กลับขืนตัวไว้
“แม่รอเจอลูก”
“มีอะไรหรือเปล่าครับ ทำไมไม่โทรตามผมล่ะ”
“แม่ไม่อยากโทรไปรบกวน ขอแม่เข้าไปคุยในห้องของเอเดนได้ไหม” ทั้งแววตาและน้ำเสียงอ่อนโยนทำให้หัวใจแห้งผากรู้สึกดีขึ้น
“ได้สิครับแม่”
เมื่อประคองพาคนเป็นแม่เข้ามานั่งบนโซฟามุมห้องก็นั่งลงข้างกัน
“ไปไหนมาลูก กลับมาเสียดึก พรุ่งนี้เราต้องไปบ้านหนูพราวแต่เช้านะ”
“ผมไปหาดามาครับ” ความเจ็บปวดฉายชัดในดวงตาทำคนเป็นแม่ถอนใจ
“ถ้าลูกรักรดา ก็ไม่น่าตอบตกลงกับพ่อ ให้แม่ไปพูดให้ไหม อาจจะยังแก้ไขทัน”
“อย่าเลยครับแม่ ผมเลือกแล้วว่าจะทำอย่างนี้”
“ทำไมต้องทำให้ตัวเองเจ็บปวด แม่ว่าเรื่องนี้เราปฏิเสธได้ แอนดริวก็ยังเหลืออีกคน”
แม้จะเจ็บปวดที่ถูกแย่งสามี แต่สิริมาไม่เคยนึกรังเกียจแอนดริว ออกจะสงสารด้วยซ้ำเพราะเธอรู้ว่าอีกฝ่ายเติบโตมาด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจแค่ไหน
“แม่จะให้มันได้ผู้หญิงคนนี้ไปเหรอครับ แค่นี้มันกับแม่ของมันก็พยายามทำทุกอย่างเพื่อโค่นผมอยู่แล้ว ผมรู้นะ”
“แอนดริวเป็นน้องชายลูกนะ แม่ไม่อยากให้ลูกอคติกับน้องให้มาก เข้าใจน้องหน่อยว่าถูกเลี้ยงมาแบบไหน ลูกก็รู้ว่าพ่อไม่ค่อยให้ความสำคัญกับบ้านนั้น เด็กน่ะ ไม่ได้รับความใส่ใจจากพ่อ ยังไงก็มีปม เลยทำให้แอนดริวกลายเป็นคนแบบนี้ไง”
เอเดนถอนใจพรืด แม่ของเขายังเป็นคนที่มองโลกแง่ดีและจิตใจสวยงามเสมอ ให้อภัยได้แม้กระทั่งผู้หญิงที่ตั้งใจแย่งสามีของตน
แต่กับเขามันไม่ใช่ เขาเจ็บปวดที่พ่อหักหลังแม่และเขา แม้จะเข้าใจดีว่าธรรมชาติของผู้ชายชอบเรื่องบนเตียงมากแค่ไหนก็ตาม
แถมเขมมิกายังไม่มีสำนึก เสแสร้ง เจ้ามารยาและมักใหญ่ใฝ่สูงที่สุด ข้อนี้พ่อของเขาเองก็น่าจะรู้ดี จึงไม่ค่อยเทความสำคัญให้ฝ่ายนั้นนัก
อีกเหตุผลที่ทำแบบนั้นอาจจะเพราะพ่อรู้สึกผิดต่อเขากับแม่ แต่นั่นมันก็สายไปเสียแล้ว ทันทีที่รู้ว่ามีแอนดริวเกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้เป็นหลักฐานความไม่ยับยั้งชั่งใจของพ่อ มันทำเขาหัวใจแตกสลายและเสื่อมศรัทธาในความรักที่สุด
เขาไม่เคยรัก ไม่เคยจริงจังกับความสัมพันธ์ครั้งไหน จนได้เจอรดา แต่แล้วก็ต้องยอมกรีดหัวใจตัวเองเพื่อสิ่งที่เขารักมากกว่าคือ...แม่
“ถ้ายกผู้หญิงคนนั้นให้มันไป พ่อต้องยกตำแหน่งประธานให้มันแน่ แม่ก็รู้ว่าคลาร์กยิ่งใหญ่แค่ไหน คงไม่ส่งลูกสาวมาดองกับลูกเมียน้อยแถมยังไม่ได้เป็นใหญ่ที่สุดในบริษัทหรอกครับ”
“พ่อคงไม่ทำแบบนั้นหรอก แม่ว่าพ่อก็แค่ขู่ อยากให้ลูกทำตามที่เขาต้องการก็เท่านั้น”
“แล้วถ้าเขาทำจริงล่ะครับ แม่อย่าลืมว่ามันก็เป็นลูกชายพ่อ แล้วพ่อก็ไม่ได้รักเราสองคนเท่าไหร่ถึงได้มีมันกับแม่มันไงครับ”
“เอเดน...”
“ถ้าพ่อทำแบบนั้น แม่จะทนได้เหรอครับที่ผู้หญิงคนนั้นมาชูคอว่าตัวเองเหนือกว่าแม่ ถึงแม่จะบอกว่าไม่รู้สึกอะไรผมก็ไม่เชื่อ ในใจลึก ๆ ยังไงก็ต้องรู้สึก แม่เสียใจเพราะสองแม่ลูกนั่นมามากพอแล้วครับ ผมยอมให้เกิดเรื่องบ้า ๆ แบบนั้นไม่ได้จริง ๆ”
“แต่ลูกต้องเลิกกับคนรัก รดาเองก็ไม่ได้มีความผิด”
“ผมรู้สึกผิดกับดามากครับแม่ นี่เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ผมลำบากใจในเรื่องนี้”
“ถ้าลูกปล่อยให้วันพรุ่งนี้ผ่านไป เราจะแก้ไขอะไรไม่ได้อีกแล้วนะเอเดน” คนเป็นแม่เตือนสติ
“ผมรู้ครับแม่ ผมเลือกแล้วว่าจะหมั้นกับพริ้มพราว”
“แล้วรดารู้เรื่องนี้หรือยัง”
“รู้แล้วครับ ผมบอกเลิกดาไปแล้ว”
“โธ่เอ้ย ทำไมเรื่องมันต้องเป็นแบบนี้ด้วยนะ” ยกมือทาบอก สงสารลูกชายจับใจ
“ไม่เป็นไรครับแม่ ผมเลือกเอง ในเมื่อผู้หญิงคนนั้นยอมหมั้นกับผม ผมก็จะหมั้น จะแต่งงานด้วย ไม่รู้เป็นผู้หญิงแบบไหนนะครับ ไม่มีปัญญาหาแฟนหรืออยากเป็นมาดามราล์ฟมากจนยอมทุกอย่างก็ไม่รู้ ในเมื่อเธอเลือกที่จะทำลายชีวิตผม ผมก็จะทำให้เธอรู้ว่าการเป็นมาดามราล์ฟมันไม่ง่ายและไม่ได้มีความสุขแบบที่เธอจินตนาการ บางทีเธออาจต้องคอยรับมือเมียน้อยอีกเป็นโขยง”
“เอเดน อย่าอคติ น้องเองก็อาจไม่ได้มีทางเลือกมากมายเหมือนกันกับลูกก็ได้ อย่าทำแบบนั้นเด็ดขาด ลูกก็รู้ว่าผู้หญิงที่สามีนอกใจมันเจ็บปวดแค่ไหน ลูกเองก็รู้ซึ้งว่าเด็กที่เติบโตในครอบครัวแตกแยก พ่อมีเมียน้อยมีลูกใหม่มันรู้สึกยังไง อยากให้ลูกของลูกเจ็บปวดแบบที่ตัวเองเคยเจอมาเหรอ”
เอเดนชะงัก เขาแค่เจ็บใจกับทุกคนและทุกเรื่องจนพาลไปทั่วจึงพูดประชดประชันไปอย่างนั้นเอง ความจริงชีวิตต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้างก็ยังนึกภาพไม่ออกเลยด้วยซ้ำ
“ขอโทษครับแม่”
“ให้ความยุติธรรมกับน้องหน่อย แม่ก็ไม่รู้หรอกว่าทำไมหนูพราวถึงยอมหมั้นหมายกับลูก บางทีก็อาจจะรับผิดชอบแทนผู้ใหญ่ ไม่อยากให้พ่อแม่ผิดคำพูดก็ได้ แต่น้องน่ารัก เป็นผู้หญิงเก่ง มั่นใจในตัวเอง แม่ว่าน้องน่าจะเป็นมาดามราล์ฟที่สมบูรณ์แบบได้ ไม่เหมือนแม่”
“ไม่เอาสิครับ แม่ของผมก็เก่งจะตาย ถ้าไม่เก่งจะทนอยู่กับพ่อมาจนถึงทุกวันนี้เหรอครับ เห็นเมียน้อยเดินลอยหน้าลอยตาอยู่ในบ้าน แถมต้องทนเห็นลูกชายเมียน้อยเป็นหนามตำใจอยู่ทุกวัน แม่ของผมก็ยังใจดี เข้าใจคนอื่น แล้วก็ให้อภัยทุกคนได้ ไม่มีใครจิตใจดีเท่าแม่ผมอีกแล้ว แล้วแบบนี้จะบอกว่าตัวเองเป็นมาดามราล์ฟที่ไม่สมบูรณ์แบบได้ยังไง จริงไหมครับ”
พูดพลางโอบกอดแม่อย่างออดอ้อน น้อยคนนักจะได้เห็นเขาในมุมนี้ เพราะเรื่องราวในครอบครัวทำเขามีฉากบังหน้าที่เย็นชาไร้หัวใจ
“ไม่ต้องมาอ้อนแม่เลย เอาไว้อ้อนเมียเราเถอะ ใกล้จะได้เป็นหัวหน้าครอบครัวเต็มทีแล้วนะลูก”
เอเดนชะงักคลายอ้อมกอด ภาพฝันที่เคยวาดเอาไว้มีแค่รดาเท่านั้น แต่ตอนนี้เจ้าสาวของเขากำลังจะเปลี่ยนคน แถมถ้าผู้หญิงคนนั้นเกิดตกหลุมรักเขาขึ้นมาจริง ๆ ก็คงจะไม่ยอมหย่าง่าย ๆ และเขาเองก็คงต้องทำหน้าที่ดูแลทายาทคนสำคัญของคลาร์กต่อไป ทั้งที่ไม่อยากจะทำเลยสักนิด
“เมียที่ไม่ได้รัก จะอ้อนลงได้ยังไงครับ แม่ก็อย่าคาดหวังกับผมมาก ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะทำให้ดีที่สุดได้แค่ไหน ถ้าเราเข้ากันไม่ได้จริง ๆ อาจต้องแยกทาง แล้วผู้ใหญ่ก็คงมองหน้ากันไม่ติด”
“อย่าเพิ่งคิดในแง่ร้ายสิ แม่บอกแล้วว่าน้องทั้งสวยทั้งน่ารัก แม่ว่าบางทีลูกอาจจะเป็นฝ่ายตกหลุมรักน้องเองก็ได้ ใครจะไปรู้”
คนเป็นแม่เอ่ยแซว แต่ลูกชายเพียงคนเดียวกลับแค่นหัวเราะหยันชะตาชีวิตตัวเอง
“ไม่มีทางครับแม่ ผมรักดา ชาตินี้คงไม่มีวันรักใครได้อีกแล้ว”